คำ ผกา | เราเป็นแบบไหนกัน ที่ปล่อยให้ประยุทธ์เป็นนายกฯ นานขนาดนี้

คำ ผกา

มันไม่ใช่ความรู้สึกที่สดชื่นเลยสำหรับการขึ้นสู่ปีใหม่ไปพร้อมๆ กับข้อเท็จจริงที่ว่า รัฐบาลประยุทธ์ยังอยู่กับเรา

รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังอยู่กับเรา

องค์กรอิสระ ทั้ง กกต. ป.ป.ช. สตง. ปปง. รวมไปจนถึงศาลรัฐธรรมนูญยังอยู่กับเรา

เหตุที่ฉันต้องเอ่ยนามองค์กรเหล่านี้ก็เพราะว่าพวกเขาคือองคาพยพที่ทำให้ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังอยู่กับเรา

สำหรับฉัน ประยุทธ์คือเหตุแห่งความทุกข์ – ถ้าประยุทธ์ยังไม่ไปไหนก็แปลว่าความทุกข์โศกของปีที่ผ่านๆ ก็ย่อมไม่สูญสลายหายไปพร้อมกับปีเก่า

เฮ้อ มันช่างเป็นปีใหม่ที่หดหู่เสียนี่กระไร

เราจะไม่อภิปรายซ้ำซากว่า ประยุทธ์ขึ้นสู่อำนาจโดยไม่มีความยึดโยงกับอำนาจของประชาชน และรัฐบาลภายใต้ประยุทธ์นั้นไม่ได้ represent ประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอย่างไร

พูดให้กระชับ เป็นที่รู้กันว่า นี่คือรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจมาจากการปล้นอำนาจประชาชนผ่านการก่อการรัฐประหาร

แต่รัฐบาลประยุทธ์ไม่ใช่แค่เป็นรัฐบาลที่ขึ้นสู่และสืบทอดอำนาจผ่านการรัฐประหารเพียงอย่างเดียว

แต่ยังเป็นรัฐบาลเผด็จการที่ทำงานบริหารประเทศได้ห่วยแตกอย่างหาที่สุดไม่ได้

ฉันจะไม่โทษว่านี่คือความกระหายอำนาจ เห็นแก่ตัวของชนชั้นนำไทยที่ไม่ต้องการเห็นประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย มากที่สุดเท่าที่ฝ่ายชนชั้นนำไทยยอมรับได้ คือ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องสมยอมอยู่ใต้อาณัติของชนชั้นนำ และไม่กระทำการใดที่จะส่งผลให้อำนาจชนชั้นนำเสื่อมถอยทั้งทางการเมือง เงิน และสัญลักษณ์

หากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งรัฐบาลใดมีทีท่าว่าจะแข็งขืน หรือมีนโยบายที่ไป empower ประชาชน และส่งให้ประชาชนทรงพลังอำนาจทางการเมืองขึ้นมาแม้โดยไม่ได้ตั้งใจ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งนั้นก็มักจะมีอันเป็นไป

ทำไมฉันไม่โทษชนชั้นนำ

ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย ผลประโยชน์ของใครใครก็หวง ชนชั้นนำเขาก็มีหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของเขา

หน้าที่ของชนชั้นนำคือทำทุกวิถีทางไม่ให้ประชาธิปไตยได้ผุดได้เกิด

และเขายังทำได้ดีไปจนถึงขั้นที่สามารถอำพรางอำนาจของตนเองไว้อย่างแนบเนียน ส่งประเทศไทยสู่เวทีโลกพร้อมสายสะพายประชาธิปไตย เพื่อมิให้เป็นที่รังเกียจแก่ชาวโลก

และชนชั้นนำเหล่านั้นยังได้แสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทุนนิยม และโลกาภิวัตน์ได้อย่างปรีดิ์เปรมเกษมสันต์ แล้วปล่อยให้พวกนักการเมืองที่โลดแล่นอยู่หน้าฉากบอบช้ำไปแต่เพียงฝ่ายเดียว

เนื้อก็ได้กิน หนังก็ได้รองนั่ง ไม่ต้องเอากระดูกมาแขวนคอ คืออัจฉริยภาพของชนชั้นนำไทย

มันอาจจะไม่เป็นธรรมเอาเสียเลยที่จะบอกว่า เหตุที่ชนชั้นนำยังฉุดรั้งประเทศไทยให้เป็นประเทศห้ามพัฒนา เพื่อพวกเขาจะได้แสวงหาผลประโยชน์บนอำนาจทางการเมืองต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด

ก็เพราะประชาชนพลเมืองไทยสู้ไม่พอ ขัดขืนไม่พอ มีรัฐประหารมาไม่รู้กี่สิบครั้ง ผู้ก่อการรัฐประหารก็ลอยนวลมีอำนาจ มั่งคั่ง ร่ำรวย มีเกียรติยศ ศักดิ์ศรี ราวกับเป็นเทวบุตรเทวดามาเกิดทุกครั้ง

ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่อาจจะจินตนาการได้ในประเทศที่ประชาชนตระหนักว่าตนเองเป็นเจ้าของอำนาจ

แต่ในประเทศไทย เหมือนเป็นที่รู้กันว่า ลึกๆ คนไทยจำนวนไม่น้อยก็เสพติดการยึดอำนาจ และเชื่อว่ารัฐประหารคือการแก้ปัญหา และคือการหาทางออกให้กับประเทศ

เพราะฉะนั้น สำหรับประเทศไทย ไม่ใช่เพราะประชาชนสู้ไม่พอ แต่เป็นเพราะประชาชนที่ลุกขึ้นสู้และหวงแหนอำนาจของตนเองนั้นมีจำนวนน้อยเกินไป และในสัดส่วนที่มากเหลือเกินของคนไทยที่ยังเชื่อว่าตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของอำนาจ ไม่ได้เป็นเจ้าของประเทศ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ถูกชุบเลี้ยง

ดังนั้น พึงมีความพอใจกับสิ่งที่มี สิ่งที่เป็น

ไม่เห็นเหรอ ลุงตู่อุตส่าห์ทำงานหนักเพื่อพวกเรา เราต้องสงสารให้กำลังใจ อย่าวิจารณ์มาก คนทำงานก็ต้องมีผิดพลาดบ้าง ลุงตู่จะทำงานเก่งหรือไม่เก่งก็ไม่สำคัญเท่ากับความมุ่งมั่น ความหวังดี ความเสียสละที่อยากเห็นคนไทยอยู่ดีกินดี

บลาบลา

มันเป็นไปได้อย่างไรที่ประยุทธ์บริหารประเทศมาเข้าปีที่ 7

ใช่ เราต้องถามตัวเองซ้ำๆ ว่า เราเป็นคนแบบไหนกันที่ปล่อยให้คนแบบประยุทธ์บริหารประเทศมายาวนานขนาดนี้

เรากินอะไรเป็นอาหาร ทำไมเราถึงมีขันติธรรมต่อนายกฯ ที่ทั้งไร้วุฒิภาวะ

และยังหาไม่เจอว่าตั้งแต่ประยุทธ์เป็นนายกฯ เขามีผลงานอะไรบ้าง?

ถ้าจะบอกว่า นโยบายบัตรสวัสดิการของรัฐคือผลงานของประยุทธ์ คำถามของฉันคือ มันเป็นนโยบายที่ช่วยลดความยากจนได้จริงหรือ?

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐคือแจกเศษเงินให้คนจนไปใช้พอประทังไปแต่ละวันแต่ละเดือน แต่ไม่ได้ทำให้พวกเขาเข้มแข็งขึ้นในทางเศรษฐกิจ

ตรงกันข้าม นโยบายกองทุนหมู่บ้าน, วิสาหกิจชุมชน โอท็อป ไปจนถึงนโยบายที่ให้คนขับแท็กซี่ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของรถแท็กซี่ของตนเองต่างหาก ที่เป็นนโยบายทำให้คนหายจนได้จริง

นโยบายแจกเงินนั้นจะทำให้คนหายจนได้ในเงื่อนไขเดียวคือต้องแจกให้มากพอ และยาวนานพอ

อย่างที่เรารู้จักกันในชื่อของ universal basic income

คือให้คนมีความมั่นคง สบายใจทางการเงินขั้นพื้นฐานจนมีความกล้าที่จะลงทุน เรียนรู้ หรือทดลองทำอะไรใหม่ๆ โดยไม่ต้องกลัวเจ๊ง หรือมีอำนาจต่อรองกับตลาดแรงงานมาก ไม่เอาตัวเองไปทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบ

แต่นโยบายแจกเงินของประยุทธ์ก็เป็นแค่การเปลี่ยนพลเมืองที่ยากจนให้กลายเป็นผู้รับทานจากรัฐ

และผลในระยะยาวคือ คนเหล่านี้ย่อมอ่อนแอลงเรื่อยๆ ไม่ต่างอะไรจากขบวนการที่จับคนมาเป็นขอทาน แล้วตัดแขน ตัดขา ทำให้พิการ เพื่อจะไม่ต้องมีความสามารถไปทำงานอย่างอื่น

อยู่เป็นคนพิการเป็นเครื่องมือทำมาหากินให้แก๊งขอทานไปจนตาย

ถ้าจะบอกว่าประยุทธ์มีผลงาน ก็นี่แหละคือผลงานของประยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนคนไทยที่มีศักยภาพให้กลายเป็นขอทานพิการ

แม้ไม่ชอบแต่ก็หนีไปไหนไม่ได้ เพราะไม่มีแขนไม่มีขาแล้ว สมองก็ค่อยๆ ฝ่อลง เพราะหัวหน้าแก๊งขอทานมันเลี้ยงพอให้มีชีวิตอยู่กระมอมกระแมม พอให้หาเงินได้จากการขอทานไปวันๆ

ประยุทธ์อยู่เป็นนายกฯ มาจนล่วงเข้าปีที่ 7 เรายังไม่เคยได้ยินว่า ประยุทธ์อยากเห็นประเทศกลายเป็นประเทศแบบไหนในอีกสามปี หรือห้าปีข้างหน้า

นอกจากพร่ำพูดเป็นนกแก้วนกขุนทองว่า เราคนไทยด้วยกันไม่ช่วยกันแล้วใครจะช่วย / คนที่วิจารณ์รัฐบาลนี่เป็นคนไทยหรือเปล่า ทำไมวันๆ เอาแต่ต่อว่าประเทศตัวเอง / ประเทศไทยดีที่สุด อาหารอร่อย ใครๆ ก็อยากมาเมืองไทย

วันนี้ถ้าเราจะสร้างบ้านสักหลัง เราต้องมานั่งคิดว่า climate change ทำให้อากาศเปลี่ยนแปลงอย่างไร

หมดยุคพลังงานฟอสซิลแล้ว ต้องใช้พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เราจะออกแบบบ้านให้เหมาะสมต่อความเปลี่ยนแปลงของอากาศ พลังงานใหม่ของโลกใบนี้อย่างไร

ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ แตกต่างจากคนในรุ่นก่อนหน้านี้อย่างไร เขาใช้เวลาว่างนอกบ้านหรือในบ้านมากกว่ากัน

จำนวนของผู้อยู่อาศัยในบ้านมีกี่คน มีกี่รุ่นวัยที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกัน และคนต่างรุ่นต่างวัยจะได้สัดส่วนของพื้นที่บ้านและทรัพยากรในบ้านให้สมดุล เกื้อกูลกันอย่างเหมาะสมได้อย่างไร

และตอนนี้เรามีเงินเท่าไหร่ ความสามารถในการหาเงินของเราเป็นอย่างไร

ศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจของคนที่หาเงินได้ ที่อยู่ในบ้านหลังนี้เป็นอย่างไรบ้าง

นายกรัฐมนตรีเป็นดั่งสถาปนิกที่ต้องคิดเรื่องการ renovate หรือปรับปรุงบ้านหลังหนึ่งให้เหมาะสมกับความเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่สภาพอากาศไปจนถึงเศรษฐกิจ

แต่นายกฯ ที่เรามีอยู่นอกจากจะไม่เข้าใจว่างานของนายกฯ คืออะไร ยังคิดว่า นายกฯ คือผู้นำสูงสุด มีอำนาจสูงสุด มีหน้าที่อบรมสั่งสอนให้คนในบ้านเชื่อฟังตนเองอย่างไม่มีเงื่อนไข เข้าใจผิดคิดว่าการเป็นนายกฯ คือสถานะอันควรแก่การได้ห้องนอนที่ดีที่สุด อาหารที่ดีที่สุด รถคันที่ดีที่สุด แล้วก็โมเมว่าที่ต้องได้ เพราะตนเองคือผู้มีความรู้ ความสามารถ และเสียสละ

แล้วก็คิดว่าการทำงานคือการเดินบ่นไปบ่นมา ตะคอกคนนั้นที ตะคอกคนนี้ที

ดึกๆ ดื่นๆ ตื่นมาดูว่าตรงไหนมีหยากไย่ขึ้น แล้วก็ก่นด่า โวยวาย เล่นใหญ่ว่า เนี่ย ทำงานหนักมาก ดูแลบ้านช่อง ทำไมคนในบ้านไม่รู้จักช่วยกันเป็นหูเป็นตาเลยโว้ย

เราอยู่กับนายกฯ ที่พูดไม่รู้เรื่องมาเข้าปีที่ 7 เราอยู่กับนายกฯ ที่ไม่เข้าใจหน้าที่ของนายกฯ คืออะไรมาเข้าปีที่ 7

เราอยู่กับนายกฯ ไม่มีความรู้ความเข้าใจว่าประเทศคืออะไร ชาติคืออะไร มารยาทคืออะไร ประชาชนคืออะไร วัฒนธรรมคืออะไร ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคืออะไร สิทธิมนุษยชนคืออะไร

ตลอดประวัติศาสตร์ไทย ประยุทธ์เป็นนายกฯ ที่อีกนิดเดียวจะคือคนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และอย่างตรงตามตัวอักษร เขาคือนายกฯ ที่ illiterate ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีนายกฯ มาในประวัติศาสตร์อันสั้นนี้

แต่ฉันจะไม่โทษประยุทธ์ ไม่โทษชนชั้นนำ แต่ขอโทษตัวเองว่า เราคือสิ่งมีชีวิตแบบไหนกันที่ยอมให้คน illiterate แบบนี้มาบริหารภาษีปีละไม่รู้กี่ล้านล้านบาทของเรามาแล้วถึง 6 ปี

เราเป็นคนแบบไหนกันที่ปล่อยให้คน illiterate แบบนี้เดินหน้าระรื่นถือกร่างวางโตและเรียกตัวเองว่า “นายกฯ” อยู่ได้มาจนเข้าปีที่ 7

คงไม่ใช่ประยุทธ์หรอกที่ผิดปกติ ฉันว่าตัวเราเองนี่แหละที่บ้าและ impotent ในฐานะพลเมืองไปแล้วโดยสิ้นเชิง

บทความก่อนหน้านี้‘โตโต้’ ลั่นกัดไม่ปล่อย เหตุปาบึ้มป่วนกลุ่ม WeVo แฉ จนท.แจ้งวงจรปิด ถ.ราชดำเนินเสีย
บทความถัดไป“ฟลอยด์” กับ สถิติ และความคิดที่ทำให้เขารวยขึ้นจากการชกแต่ละครั้ง