เรื่องสั้น | น้ำหอม (จบ)

โลกของแว่นต่างจากผมเยอะ ทุกวันนี้แว่นยังอยู่บ้านเช่ากับแม่สองคน เป็นบ้านไม้สองชั้นในซอยที่เข้าได้เฉพาะรถจักรยานยนต์ และวิ่งเข้า-ออกพลุกพล่านไม่น้อยไปกว่าแมวไม่มีเจ้าของที่เลี้ยงกันอยู่เต็มซอย แว่นเคยเล่าให้ผมฟังว่า มีคนให้อาหารมันก็มากันเรื่อยๆ คนใจบุญ แต่พอแมวขับถ่ายเรี่ยราดสกปรกทางเดิน สมาคมคนรักแมวก็พร้อมที่จะตัวใครตัวมัน บ้านนั้นด่าบ้านที่ชอบให้อาหารแมวกิน เอ็ดตะโรกันเป็นพักๆ ก่อนจะเงียบหายไปแล้วกลับมาทะเลาะกันใหม่

เคยมีคนโทร.เรียกเทศบาลเขตให้มาจับแมวจรจัดพวกนี้ แต่พอเจ้าหน้าที่มา แมวพวกนี้ก็เหมือนมีเรดาร์จับสัญญาณความไม่ปลอดภัย ก็หายกันไปเกือบหมด เหลือให้จับกันอยู่ 4-5 ตัว หลังจากนั้นก็กลับกันมาใหม่อีกนับสิบ คนใจบุญก็ตะโกนด่าลอยๆ ถึงคนที่โทร.แจ้งว่าเวรกรรมมีจริง ขอให้พวกมึงโดนพรากลูกพรากเมียเหมือนอย่างแมวพวกนี้บ้าง ผมนั่งฟังแว่นเล่าแล้วอดขำไม่ได้ เคยเห็นก็แต่ในละครทีวี แต่พอมานั่งในบ้านแว่นแล้วได้ยินเสียงบ้านใกล้เคียงทำอะไรเสียงดังหรือด่ากัน เสียงก็ลอดได้ยินเข้ามาถึงในบ้าน เคยถามแว่นเหมือนกันว่า ทำไมไม่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แว่นตอบสั้นๆ ว่า ชิน

ผมเองต่างหากที่ยังคงไม่ชินและยากจะปรับตัวเข้าหาใคร เรื่องแฟนหรือคนรักจึงยังไม่มีเหมือนใครเขา ผมไม่รังเกียจในความต่าง แต่ก็ยอมรับว่ายากเหลือเกินที่ผมจะลื่นไหลตามใคร ไม่ใช่ผมไม่เคยรักใคร สมัยเรียนผมก็เคยมีความรัก แว่นเองก็รู้จักเพื่อนหญิงต่างมหาวิทยาลัยของผม เราไปกินข้าว ดูหนังกันได้อยู่หนึ่งเทอม ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน แต่ผมเบื่อในสิ่งที่เธอว่าผมจะต้องโทร.มาคุยกับเธอทุกวัน ปิดเทอมฤดูร้อน ผมจึงค่อยๆ เริ่มห่างหายจากการโทร. หลายครั้งผมเบื่อการพูดคุย เธอโทร.มาผมก็ไม่ยอมรับสาย ผมโดนว่าสาดเสียเทเสียทางกล่องข้อความชุดใหญ่ ก่อนจะถูกลบเฟซฯ จากความเป็นเพื่อนในเวลาต่อมา

ผู้หญิงคงจะเหมือนการเดินทางของน้ำหอมคุณภาพสักขวด ที่ต้องผ่านนักปรุงน้ำหอมมือชั้นยอดเท่านั้น โดยคัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศอย่างดอกไม้ สมุนไพร โทนไม้และเครื่องเทศต่างๆ มาปรุงให้มีกลิ่นเปิดชวนน่าหลงใหล (Top note) ตามมาด้วยกลิ่นหลัก (meddle note) ที่จะคงอยู่ราว 3-4 ช.ม. และกลิ่นหลังจากนั้น (Base note) ที่อาจจะหอมติดทนอยู่ได้นานตลอดวัน ขึ้นอยู่ที่ผิวของแต่ละคน ผมยังคงไม่เจอน้ำหอมกลิ่นนั้น ยังคงต้องตามหาเธอคนนั้นต่อไป เธอคนนั้นอาจอยู่ในดินแดนน้ำหอม

หลายวันต่อมา แว่นชวนผมไปเดินจตุจักรด้วยกัน ผมรับปากดิบดีเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่เมื่อวันศุกร์ผมดันไปกินอาหารทะเลแล้วเกิดท้องเสีย ไม่เป็นเพราะหอยนางรมก็น่าจะเป็นที่น้ำจิ้มซีฟู้ด คืนนั้นเข้าห้องน้ำอยู่หลายรอบ พอมี CA-R-BON ยารักษาอาการท้องเสียเหลือติดห้องอยู่ 4 เม็ด พอช่วยบรรเทาได้หน่อย

แต่เช้ามาก็หมดแรง ฝืนใจโผเผลงจากลิฟต์ชั้น 25 ไปซื้อเครื่องดื่มเกลือแร่ที่ 7-eleven ซึ่งอยู่ชั้นล่างคอนโดฯ ขึ้นมาดื่มแล้วนอนพักผ่อน ทีแรกคิดว่าถ้ายังไม่หายดีจะไปหาหมอ แต่พอนอนได้สักพักก็ค่อยรู้สึกดีขึ้น แว่นก็โทร.เข้ามาพอดี นึกได้ว่านัดแว่นไว้ เสาร์นี้จะไปเดินจตุจักรด้วยกัน เลยเล่าอาการที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้มันฟัง แว่นว่าไม่เป็นไร บอกผมให้นอนพักผ่อนเยอะๆ แต่ถ้ายังไม่หายดีให้รีบไปโรงพยาบาล บ่ายๆ จะโทร.มาหาอีกที ผมบอกขอบใจมัน อวยพรให้มันได้หนังสือดีๆ หอบกลับบ้านมาเยอะๆ “ล่าขุมทรัพย์ให้สนุก” ก่อนวางสายกันไป

กลิ่นของคนนอนซมอยู่บนเตียงนี่มันไม่ดีเอาจริงๆ ผมรู้สึกเฉา หมดแรง ไม่สบายตัว ผมคิดถึงกลิ่นที่ให้ความรู้สึกหอมหวานอย่าง DOLCE & GABBANA The Only One เป็นกลิ่นของผู้หญิง แต่ผู้ชายก็สามารถใช้ได้ ผมเคยไปทดลองดมกลิ่นดู ยังแอบคิดว่าผู้หญิงคนไหนที่ใช้กลิ่นนี้จะดูหรูหราเปล่งประกายความเซ็กซี่ออกมา ของผมที่ซื้อเก็บไว้เป็นของผู้ชาย DOLCE & GABBANA The One ตั้งใจอยู่ว่าสิ้นเดือนนี้จะไปซื้อของผู้หญิงมาใช้อยู่เหมือนกัน

ผมไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้น้ำหอม ยังไม่ได้สัมผัสกลิ่นน้ำหอมอีกหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะ Parfums de Marly Layton Exclusif Parfum หรือ Creed Aventus หรือแม้กระทั่งน้ำหอมของ Tom Ford Tuscan Leather ที่หลายคนพูดถึงกันมากในเรื่องของความหอมแน่น หรูหรา เซ็กซี่ ติดทนนาน และที่สำคัญราคาค่อนข้างสูงกว่าน้ำหอมทั่วไป ผมยังไม่เคยลองกลิ่นและได้เป็นเจ้าของ แต่อาจจะซื้อให้ตัวเองเป็นของขวัญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

จำได้ ปีที่แล้วไปฉลองบ้านแว่น ไม่ต้องเปิดเพลงอะไรเพื่อสร้างความครึกครื้น แทบทุกบ้านที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนพากันเปิดเพลงเสียงดังกระหึ่มแข่งกัน ดื่มกินฉลองร้องเล่นกันสุดเหวี่ยง ผมมองหน้าแว่นแล้วถามว่า นี่เราอยู่ท่ามกลางคอนเสิร์ตกันอยู่หรือเปล่า แว่นบอกอย่างนี้แหละสนุกสนาน สรุปปีนั้นผมฉลองน้ำหวาน ไก่ทอด KFC สองกระป๋องกับขนมขบเคี้ยวอยู่บ้านแว่น ไม่ได้ออกไปเคาต์ดาวน์ตามห้างสรรพสินค้า ดื่มกินที่ลานเบียร์ที่มีนักดนตรีมาร้องเพลงสดให้ฟังเหมือนทุกปี

แม่แว่นไม่มาร่วมนับถอยหลังกับพวกเราหรือออกไปร่วมสังสรรค์กับเพื่อนบ้าน บอกแต่เพียงว่าตามสบาย สวดมนต์แล้วปิดห้องนอน ผมยังนึกแปลกใจว่าเสียงอึกทึกขนาดนี้ แกหลับลงได้ไง แต่แว่นก็คลายสงสัยให้ผมด้วยคำพูดเดิมๆ ว่า “ชิน”

เวลานอนติดเตียงอยู่เฉยๆ แล้วกวาดตามองไปรอบห้อง ก็ทำให้เห็นว่าข้าวของหลายชิ้นที่ซื้อมาถูกใช้ประโยชน์อยู่ไม่กี่อย่าง วางประดับเงียบเหงาอยู่ในห้อง

กี่เดือนกันแล้วที่ผมไม่ได้ใช้กระติกน้ำร้อน ส่วนใหญ่ก็ซื้อตามร้านกาแฟข้างนอก กี่เดือนกันแล้วที่ผมไม่ได้เปิดทีวีดู ส่วนใหญ่จะดูย้อนหลังรายการที่อยากดูในโทรศัพท์มือถือ กี่เดือนกันแล้วที่ไม่ได้ใช้เครื่องดูดฝุ่น ใช้บริการแม่บ้านประจำคอนโดฯ เสียเป็นส่วนใหญ่ เตารีดกับที่รองรีดตั้งแต่สมัยเรียนจนตอนนี้ก็วางแหมะอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า

ทุกวันนี้ผมใช้บริการรีดผ้า Delivery ที่มาให้บริการถึงที่ สะดวกและไม่ต้องเสียเวลาเอาเสื้อผ้าไปที่ร้าน และราคาก็ถูกกว่าอเมริกาโน่ร้อน STARBUCKS ห้าแก้วต่อสัปดาห์ของผมอีก ไหนจะกล่องรองเท้ายี่ห้อต่างๆ ที่วางกองอีกหลายกล่อง ซึ่งเอาเข้าจริงผมก็ใส่อยู่แค่คู่สองคู่โปรดเท่านั้น สิ่งที่จุดประกายความสุขสำหรับผมหลักๆ จึงมีแค่ “น้ำหอม” ที่ติดตามตัวผมออกจากห้องไปด้วยทุกวัน

สิ้นปีนี้หากผมไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนหรือกลับไปหาครอบครัวที่ต่างจังหวัด ผมคงจะใช้เวลาในช่วงวันหยุดยาวนี้เปลี่ยนแปลงสภาพห้องเก่าเดิมๆ เสียใหม่ สะสางของที่ไม่ได้ใช้ รื้อออกหรือส่งต่อให้คนอื่นที่อาจนำไปใช้ประโยชน์ได้ แว่นมันคงไม่อยากได้อะไรในห้องผมสักอย่างเดียวนอกจากหนังสือ ซึ่งผมไม่มีและไม่เคยซื้อหามาอ่าน

จะมีก็แต่หนังสือการ์ตูนยอดนักสืบโคนันที่เคยซื้อระหว่างรอขึ้นเครื่องกลับบ้านไปกินน้ำพริกหนุ่ม

เช้าวันจันทร์ที่เหมือนทุกเช้าของวันทำงานปกติ บนโต๊ะทำงานของผมมีกล่องกระดาษสีขาวทรงสูงขนาดขวดน้ำเปล่า 0.5 ลิตรวางอยู่ ข้างกล่องมีกระดาษโพสต์อิท-สีเขียวแปะไว้ “ซื้อมาฝาก” บรรทัดถัดมาวาดรูปแว่นตา ไอ้เพื่อนแว่นนั่นเอง สงสัยคงไปได้อะไรดีๆ มาจากจตุจักรเมื่อวันหยุด ผมมองข้ามพาร์ทิชั่นไปยังโต๊ะแว่น ไม่อยู่ที่โต๊ะ แต่มีกระติกน้ำร้อน Thermos ตั้งอยู่ สงสัยลงไปซื้อข้าวกล่อง ผมนั่งลงแล้วลองเปิดกล่องดูของที่อยู่ข้างใน ตาโตลุกวาวด้วยความตกใจ หยิบขึ้นมาถือมือสั่น ตื่นเต้นที่ได้สัมผัสขวดสีน้ำเงิน ฝาขวดอะลูมิเนียม รูปนูนม้าพยศสองตัวหันหน้าเข้าหากัน อันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำหอม Parfums de Marly Layton ที่ผมกำลังอยากได้มาไว้ในครอบครอง

หัวใจผมเต้นด้วยความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ท่ามกลางความดีใจก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ว่าน้ำหอมราคาเหยียบหมื่น มันกล้าซื้อมาให้ผมเชียวหรือ อีกอย่างแว่นเป็นคนไม่นิยมของแพง เสื้อผ้าแบรนด์ กาแฟแก้วเป็นร้อย หรือกินอาหารตามห้างบ่อยๆ เหมือนผม มันไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ ยอมจ่ายก็แต่หนังสือเข้าใหม่ลด 10% น้ำหอมราคาขนาดนี้ หากถามตรงไปตรงมา ไม่รู้จะทำให้เพื่อนเสียความรู้สึกหรือเปล่า

ระหว่างที่คิด แว่นก็เดินมาที่ข้างโต๊ะ อีกมือถือถุงข้าวกล่อง ผายมือเป็นเชิงถามเรื่องน้ำหอม ผมว่าดีใจจนน้ำตาไหลเลยเพื่อน “ว่าแต่มันไม่มีกล่องมาเหรอ” แว่นลากเก้าอี้มีล้อมานั่งใกล้ๆ วางถุงข้าวกล่องไว้บนโต๊ะ

“มันมาอย่างนี้น่ะ เห็นคนขายบอก No Box” ปกติน้ำหอมจะต้องมีกล่องซีลพลาสติกมาอย่างดี หากไม่มีกล่องชัวร์เลยว่าจะต้องเป็นของปลอม ไอ้แว่นโดนหลอกแล้ว “เลยให้คนขายเลือกมาให้สักขวด ใกล้ปีใหม่แล้วเลยว่าจะซื้ออะไรให้”

ทีแรกว่าจะถามเรื่องราคา แต่เห็นความตั้งใจที่เพื่อนอุตส่าห์นึกถึงกัน ปีใหม่มันอีกตั้งเดือน คงเห็นว่าเราชอบน้ำหอม เจอร้านขายน้ำหอมเลยอยากซื้อมาฝาก แค่นี้ก็ซึ้งใจแล้ว จะของปลอมก็ไม่เป็นไรหรอก อยู่ที่ใจคนให้มากกว่า อีกอย่างคิดในแง่ดีอาจจะเป็นตัวเทสเตอร์ก็ได้

กลับถึงห้อง ผมลองเอาไปเทสต์เบื้องต้น ฉีดใส่ข้อมือ ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที หากเป็นน้ำหอมแท้ ความมันจะซึมหายไปในผิว แต่ถ้าเป็นของปลอมจะทิ้งคราบความมันไว้บนผิว วิธีนี้แรกๆ ผมก็ศึกษาจากกูรูน้ำหอมตามโลกออนไลน์บ้าง ถามพนักงานเคาน์เตอร์แบรนด์น้ำหอมโดยตรง ของแท้กับของปลอม รายละเอียดภายนอกขวดดูไม่ยาก แต่น้ำหอมที่อยู่ข้างในนั้นต้องอาศัยประสบการณ์อยู่พอสมควร โดยเฉพาะการสั่งซื้อน้ำหอมแบ่งขายตามร้านค้าออนไลน์ทั่วไป

ผมยังไม่เคยลองสัมผัสกลิ่น Parfums de Marly Layton เคยแต่ดูในยูทูบของบล็อกเกอร์ Malinee เป็นประจำ ผมได้ความรู้น้ำหอมกลิ่นใหม่ๆ หรือการเทียบเคียงความเหมือนความต่างของน้ำหอมแต่ละแบรนด์ก็จากช่องทางนี้ เห็นว่ากลิ่น Top Note มีความอมหวานของแอปเปิล เบอร์กาม็อต ลาเวนเดอร์ เป็นกลิ่นสุภาพที่ให้ความเซ็กซี่ ดูหรูและดูแพง เหมาะสำหรับผู้ชายวัยทำงานและไม่มีขายในไทย ต้องซื้อจากต่างประเทศเท่านั้น

ทีแรกผมตั้งใจฝากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งซื้อเพราะได้ยินว่าจะลาพักร้อนไปเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัว แต่เช้านี้เพื่อนก็ดีต่อผมด้วยการซื้อน้ำหอมยี่ห้อนี้มาฝาก แม้จะรู้ทั้งรู้ว่าคงจะไม่ใช่ของแท้ นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกลิ่นของ Parfums de Marly Layton ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ใช่กลิ่นหวานของผลไม้นำแต่อย่างใด การไล่ระดับความหอมที่ให้ความรู้สึกต่างกัน Top Notes Middle Notes Base notes นั่นไม่ต้องพูดถึง ผมฉีดพรมทั้งสามจุดสำคัญ ซอกคอ ซอกแขน และข้อมือ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายติดตัวอยู่เพียงครึ่งชั่วโมงแรกเท่านั้น และมันทำให้ผมนึกย้อนกลับไปถึงกลิ่นแรกในชีวิตอย่าง Davidoff Cool Water ด้วยซ้ำ

ไม่นานผมก็รู้สึกว่ากลิ่นส้มและมินต์เย็นๆ หอมสดชื่นสัมผัสแรกที่ได้รับค่อยๆ ระเหยจางลงไป ผ่านไปสัก 2-3 ชั่วโมงหลังจากนั้น กลิ่นทั้งหมดที่ผมได้รับก็หมดลง ความสดชื่นและมีชีวิตชีวาพลันหาย สรุปคือขวดน้ำหอมแท้ แต่กลิ่นน้ำหอมปลอมแน่นอน ซ้ำยังเป็นกลิ่นที่เลียนแบบมาจาก Davidoff Cool Water กลิ่นเบสิก พื้นฐานที่คนรักน้ำหอมรู้จักกันเป็นอย่างดี Parfums de Marly Layton ขวดนี้จึงเรียกว่า “ปลอมซ้อนปลอม” ขนานแท้ แต่ยังไงเพื่อนก็ตั้งใจซื้อมาให้แล้ว

พรุ่งนี้ฉีดไปสักวันให้เพื่อนรู้สึกว่าเราใส่ใจกับน้ำหอมที่มอบให้มา

ผมยังคงแต่งตัวเนี้ยบเหมือนทุกเช้า เสื้อกางเกงแบรนด์ MUJI รองเท้าหนังสีน้ำตาลขัดเงาของ GEOX กลิ่นน้ำหอมฟุ้งกำจายเดินเข้าไปในลิฟต์ ลงไปถึงชั้น 10 ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามา เธอมองหน้าผมแล้วยิ้ม ผมผงกหน้ายิ้มตอบ ก่อนที่เธอจะหมุนตัวหันแผ่นหลังให้ผม ผมมองเรือนผมที่ยาวลงมาถึงกลางหลัง ทรวดทรงองค์เอวในชุดกระโปรงแดงรัดรูป กลิ่นน้ำหอมในตัวเธอทำให้ผมนึกถึงกลิ่น Dior Jadore ที่มี Charlize Theron เป็นพรีเซ็นเตอร์ เพราะกลิ่นมันช่างเย้ายวนใจ กลิ่นหอมของซีตรัสผสมกลิ่นผลไม้ทำให้ผมอยากเดินเข้าไปแนบชิดคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ

จนลงมาที่ชั้น 7 และชั้น 6 มีคนเข้ามาเยอะจนแน่นขึ้น ผมใกล้ชิดเธอแนบแน่นจนแทบละลาย จมูกสัมผัสเส้นผมหอมแชมพูอ่อนๆ จนผมฝันไปไกลว่าได้ไปวิ่งเล่นอยู่ท่ามกลางดอกลาเวนเดอร์ จนกระทั่งลิฟต์เปิดที่ชั้น 1 ทุกคนทยอยเดินออก เธอหันมาสบตาผมอีกครั้ง แนะนำตัวว่าเธอชื่อ “ฝน” ผมยิ้มอย่างพึงใจแล้วแนะนำตัวกลับไป เราเดินออกจากคอนโดฯ มาด้วยกัน เธอว่าจะไปขึ้นรถไฟฟ้า ส่วนผมต้องไปขึ้นรถไฟใต้ดิน

เธอว่าเราเคยเจอกันในลิฟต์ทุกเช้า เวลาเดิม แต่ไม่เคยทักทายกัน ผมทำหน้างงแอบนึกในใจ เราเคยเจอกันจริงหรือ เหมือนว่าผมเพิ่งเห็นเธอครั้งนี้เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำตั้งแต่อยู่ที่คอนโดฯ แห่งนี้มา แต่เธอย้ำว่าจริง และบอกว่าได้กลิ่นน้ำหอมที่ผมฉีดแทบไม่ซ้ำกลิ่น เช้านี้ก็ได้กลิ่น กลิ่นที่ทำให้เธอนึกถึงเพื่อนชายสมัยมหาวิทยาลัย ผมเดาว่าเช้านี้เธอฉีด Dior Jadore เธอแสดงท่าเย้ดีใจแล้วบอกให้หนึ่งคะแนนที่ผมตอบถูก

“ขอเดาบ้างว่าของต้นคงเป็น Davidoff Cool Water” ผมยิ้มพร้อมหัวเราะกลบเกลื่อนออกมา จะบอกไงดี ใช่ไม่ใช่ ถึงใช่แต่ก็เป็นกลิ่นเลียนแบบ Davidoff Cool Water ของจริงมาอีกที จึงให้หนึ่งคะแนนเธอกลับไป

ก่อนแยกทางกันไปทำงานตามหน้าที่ เราไม่ลืมแลกไลน์กันไว้ ระหว่างเดินมาขึ้น MRT ผมอดแปลกใจระคนดีใจกับเช้าวันไม่ธรรมดาของผม และนึกขอบคุณเพื่อนแว่นที่ซื้อน้ำหอมขวดนี้มาฝาก ซึ่งมันทำให้ผมค้นพบสัจธรรมบางอย่างว่า น้ำหอมจะของแท้หรือของปลอมไม่มีใครมาสนใจหรอก

กลิ่นหอมหวานของชีวิตต่างหากที่ทำให้คนเรามีความสุข…สุขกับการได้พบรักใครสักคน

บทความก่อนหน้านี้74 ปี รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส เปิดเคล็ด (ไม่ลับ) ทำอย่างไรหุ่นดี-เสียงแจ๋ว เปรยเสียงดังอยากเจอตัวเป็นๆ “ครูสลา คุณวุฒิ”
บทความถัดไปนพดล เรียกร้องถ้าจะตั้ง “กองทุนพยุงหุ้น” ควรคิดตั้ง “กองทุนพยุงชีวิตจากพิษเศรษฐกิจ” ด้วย