เปิดใจบก. ‘ประชาไท’ หลังเจอคำสั่งระงับสื่อ ระหว่างสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง

‘ประชาไท’ ยันทำหน้าที่สื่อปกติ ชี้เสียงปชช.สะท้อนแล้ว รับกังวลแทนปชช.-รัฐ ตัดวงจรข่าว ส่งผลการตัดสินใจ

จากกรณี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ได้ออกคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ที่ 4/2563 ให้ระงับการออกอากาศรายการที่มีลักษณะทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสถานการณ์ฉุกเฉินจะกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนในทั่วราชอาณาจักร โดยมี วอยซ์ ทีวี , ประชาไท , The Reporters , The Standard และ เยาวชนปลดแอก

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย บรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวประชาไท ให้สัมภาษณ์มติชนว่า ภายหลังจากที่ประกาศฉบับนี้ได้ออกมา ก็ยังมีความชัดเจนอื่นๆ ตอนนี้ได้แต่รอการยืนยัน ซึ่งขณะนี้ ยังไม่เห็นประกาศดังกล่าวลงในราชกิจจานุเบกษา ส่วนเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไรนั้น ก็ยังไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด แต่หากดูจากเนื้อหาประกาศ ที่บอกว่า สร้างความหวาดกลัว ซึ่งเรามองว่า การรายงานข่าว ถ่ายทอด ไม่ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชน แต่ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม อาจทำให้ผู้มีอำนาจหวั่นใจ การชุมนุมของผู้ชุมนุม เป็นไปโดยความสงบตามรัฐธรรมนูญ เป็นไปด้วยความเรียกร้อย ยิ่งในวันหลังๆ เป็นลักษณะแฟลชม็อบ ที่มาแล้วกลับ การจราจรกลับเป็นปกติ แทบไม่มีความรุนแรงเลย เมื่อเทียบกับต่างประเทศ ไม่มีการทำลายทรัพย์สินคนอื่นเหมือนในหลายประเทศ สิ่งที่รัฐควรทำ คือการอำนวยความสะดวกให้กับเขา ไม่นำไปสู่ความรุนแรง วุ่นวาย

“แม้ว่าประกาศจะยังไม่แน่ชัด แต่ที่เห็นชัดคือ มี #saveสื่อเสรี ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในทวิตเตอร์ทันที นี่คือสิ่งที่ผู้อ่าน ผู้ชม ประชาชน ตอบรับกับปฏิกิริยานี้ ทันที”

เมื่อผู้สื่อข่าว ถามถึงกรณี นักข่าวประชาไท นายกิตติ พันธภาค ถูกจับขณะทำหน้าที่นั้น นายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า นายกิตติ ถูกจับเพราะเข้าไปตรวจสอบแนวเจ้าหน้าที่ ว่าได้จับกุมใครไป เพราะตอนนั้นทราบว่ามีคนยื่นโบขาวและถูกรวบ นายกิตติจึงพยายามเข้าไปถามว่าคุมตัวไปที่ใด โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าขัดคำสั่ง และปล่อยออกมา สิ่งนี้เป็นการจำกัดเสรีภาพ เพราะเขาถูกจับขณะไลฟ์ และจำกัดเสรีภาพในร่างกาย เพราะถูกจับมัดไขว้หลัง 2 ชั่วโมงในห้อง

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า นับแต่มีคำสั่ง สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง มานั้น มีความผิดปกติในการทำงานของประชาไทหรือไม่ นายเทวฤทธิ์ กล่าวว่า นอกจากการจับกุมแล้ว ไม่ปรากฏสิ่งใดเป็นพิเศษ มีเพียงช่วงตี 2 ของ 15 ตุลาคม ช่วงเวลาที่ นายอานนท์ นำภา ได้ประกาศยุติการชุมนุม แอดมินเพจบางคนของประชาไท ต้องล็อกอินเข้าเฟซบุ๊กใหม่ และตรวจสอบตัวตน เหมือนเป็นการพยายามรีพอร์ท บอกว่าขัดกับมาตรฐานชุมชน แต่หลังจากประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินออกมา ก็ไม่มีความผิดปกติใด

“แนวทางจากนี้ จะยังคงดำเนินการเหมือนปกติ ตามที่ได้เคยทำมา เมื่อเราบอกว่าเราอยู่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย เราก็มองว่านี่เป็นสิ่งที่เป็นพื้นฐาน เสรีภาพของสื่อ เพื่อที่จะให้ประชาชน ที่เราเชื่อว่า เป็นผู้มีดุลพินิจเพียงพอ ไม่ว่าเป็นข่าวดี ข่าวร้าย ก็จะต้องรับรู้และเอาไปตัดสินใจในเชิงสาธารณะ ตามระบอบประชาธิปไตย”

“ข้อกังวลจากนี้ คือเรื่องที่จะไม่สามารถรายงานข่าวได้ได้ แต่ก็มีทวิตเตอร์ ยูทูบ ทั้งนี้ทั้งนั้น เรากังวลแทนประชาชนมากกว่า ที่จะไม่ได้รับข้อมูลข่าวสาร จากด้านอื่น จริงๆ ก็มีหลายสื่อที่รายงานความจริงในช่วงนี้ เวลาพูดถึง เสรีภาพสื่อ เราพูดลอยๆไม่ได้ แต่ต้องมีผนังทองแดงกำแพงเหล็กจากประชาชน สื่อกับประชาชน ต้องจับมือกัน ประชาชนจะได้ข้อมูลจากสื่อ สื่อเอง เมื่อนำเสนอข้อมูลตรงไปตรงมา ก็จะได้รับการปกป้องจากผู้เห็นประโยชน์แก่เรา นอกจากนี้ยังกังวลแทนรัฐบาล โดยเฉพาะผู้มีอำนาจ การตัดวงจรการรายงานข่าว อาจทำให้ไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร อาจเกิดการแปลงสารขึ้นมาได้ อาจเป็นผลร้ายต่อการตัดสินใจก็ได้” นายเทวฤทธิ์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้เรือนจำแน่นมาก พื้นที่นอนไม่ถึง 1 ตร.ม. สมศักดิ์ เร่งย้ายนักโทษขังคุกใหม่
บทความถัดไป“การุณ” จี้รัฐบาลปล่อยตัวผู้ชุมนุมทุกคน ชี้อยากให้ม็อบยุติ เหลือแค่ “ลาออก-ยุบสภา” เท่านั้น