หนังสือเรียนสำหรับเด็ก (๙๕.๑)/บทความพิเศษ ฟ้า พูลวรลักษณ์

ฟ้า พูลวรลักษณ์

บทความพิเศษ

ฟ้า พูลวรลักษณ์

 

หนังสือเรียนสำหรับเด็ก (๙๕.๑)

 

วันนี้จะขอวิจารณ์ถึงยุคสมัยเลียดก๊ก ซึ่งยาวนานถึง ๕๕๐ ปี โดยแบ่งออกเป็นสองยุค

ยุคชุนชิว (770BC-476BC) ยุคที่จีนแบ่งออกเป็นก๊กใหญ่น้อยร่วมพันก๊ก

ยุคจ้านกว๋อ (475BC-221BC) ยุคที่จีนลดลงเหลือเจ็ดก๊กใหญ่

มันเป็นยุคที่ยาวนาน และโดดเด่น

สังเกตว่า รัฐใดที่กฎหมายเข้มงวดจะชนะ ดังนั้น ในตอนท้าย ก๊กฉินจึงเอาชนะได้หมดทุกก๊ก ด้วยเพราะเป็นก๊กที่กฎมายเข้มงวดอย่างสูงสุด

แต่สิ่งใดที่เข้มงวดมาก จะเปราะ ดังนั้น เวลาล้มก็จะเร็วมากด้วย แม้ว่าเขาจะยิ่งใหญ่อย่างเหลือแสน แต่ก็ดับลงก่อนใครเพื่อน อยู่ได้เพียง ๑๕ ปีเท่านั้น

วันที่ดับสลาย แทบจะหาร่องรอยใดไม่เจอ เหมือนพรรคนาซีที่แข็งแกร่งเหลือเกิน ยามรุ่งนั้นคือจ้าวโลก แต่ก็ดับอย่างรวดเร็ว และยามดับ กลายเป็นพรรคต้องห้าม

นี้คือธรรม และธรรมยิ่งใหญ่สุด ด้วยไม่มีสิ่งใดจะฝืนกฎของมันได้เลย

 

ยุคสมัยเลียดก๊กเป็นยุคสมัยที่เรียกว่าดีที่สุดของจีน แต่ทว่ามันก็ฝืนกฎของธรรมชาติ มันจึงอยู่ไม่ได้ตลอดกาล การที่มันอยู่ได้นานถึงห้าร้อยกว่าปีนี้ เรียกได้ว่าฟลุกมากแล้ว เพราะตามธรรมชาติ สิ่งใดที่รวมแล้วต้องแยก สิ่งใดที่แยกแล้วต้องรวม จะกินเวลาเท่าใด แล้วแต่เหตุการณ์ มันอยู่ได้นานระดับนี้ ด้วยเพราะมีการเมือง มีการรวมกันเป็นพันธมิตร เข้ามาช่วยเหลือกันพอดี หรือยามแคว้นใดถูกรุกรานใกล้จะดับ ก็จะมีคนเก่งในแคว้นนั้น ปรากฏตัวขึ้นมาช่วย

ยุคสมัยเหล่านั้น เป็นอดีตที่ลึกมาก เช่น สมัยชุนชิว ที่จริงแล้วมีกี่ก๊กกันแน่ ก็ยังไม่รู้เลย คาดคะเนว่ามีร่วมพันก๊ก เพราะร่องรอยหลักฐานของหลายก๊กก็สูญหายไปหมดแล้ว ที่เหลืออยู่ก็เป็นรอยจางๆ

ความดีสูงสุดคือ สันชาตญาณแห่งการอยู่รอด ทำให้พวกเขาเข้มแข็งสุงสุด ทั้งดีและร้าย เพราะปลาใหญ่จะกินปลาเล็ก นี้คือมหาสมุทรเลียดก๊ก คนที่เข้มแข็งเท่านั้นจะอยู่รอด ทุกความคิดจึงเข้มแข็ง สดใส เจิดจ้า หากชาติจีนเป็นเลียดก๊กมาจวบจนทุกวันนี้ ชาติอื่นใดยากจะทำอะไรพวกเขาได้ ในยุคล่าอาณานิคม ชาวตะวันตกไม่มีทางเอาชนะชาติจีนได้เลย เพราะพวกเขาพัฒนาตัวเองเร็วมาก

แต่มันฝืนกฎธรรมชาติ พวกเขาแยกแล้วจะไม่รวมได้หรือ เป็นไปไม่ได้

 

ตลอดยุคสมัยเลียดก๊ก พวกเขาทำศึกต่อกัน ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บทจะใหญ่ก็รุนแรงเหลือเกิน บางครั้งแทบจะเกิดการทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ นี้คือข้อเสียของเลียดก๊ก คือเกิดศึกสงครามไม่ว่างเว้น ด้วยเพราะปลาใหญ่จะกินปลาเล็ก มันโหดเหี้ยมอำมหิต แต่ก็มีชั้นเชิงทางการทูต การเมือง การจัดระเบียบ การแสวงหาพันธมิตร เกิดดับไม่ขาดสาย

เวลาจีนรวมเป็นชาติเดียว ก๊กเดียว ก็เกิดราชวงศ์ต่างๆ ตามมา

เริ่มด้วยราชวงศ์ฮั่น ข้อดีคือจะมีบางห้วงเวลาที่เกิดสันติภาพอย่างยาวนาน สิ่งนี้ย่อมมีค่าสำหรับชาวบ้านทั่วไป

แต่ทว่ามันก็แฝงข้อเสีย คือสันติภาพ ทำให้ชนชาตินั้นเกิดสภาวะการถูกดอง ความคิดหยุดนิ่ง แข็งตัว และดักดาน มันเป็นความตายของทั้งเผ่าพันธุ์ ทำให้ชาติจีนอ่อนแอ ตกเป็นทาสของคนชาติอื่น ซึ่งเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตลอดเวลา

และน่าอนาถใจสูงสุดในยุคล่าอาณานิคม สมัยที่ชาวตะวันตกรุกมาถึง มันเป็นภาพที่รันทดจนไม่กล้ามอง ชาวจีนตกต่ำสูงสุดบนเวทีโลก ชีวิตคนจีนมีค่าเสมอเหมือนหมูหรือหมา ยิ่งเราเข้าใจว่าคนจีนครั้งหนึ่งเคยเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ปานไหน วันนี้กลายมาเป็นหมูเป็นหมา

เทียบกับสปิริตของยุคสมัยเลียดก๊ก เป็นคนละเรื่องเลย ด้วยจิตวิญญาณของคนจีนช่างกล้าแข็งอะไรปานนั้น ด้วยเพราะความคิดมีอิสระ พวยพุ่ง ไร้ขอบเขต

๑๐

คนเราเวลารวมกันเป็นหนึ่ง ทำไมความคิดต้องชะงักงันด้วยนะ สันติภาพซึ่งมนุษย์ใฝ่หา ทำไมเมื่อมีแล้ว กลับแฝงภัยร้ายกาจ มันทำให้มนุษย์อ่อนแอ และโง่เขลา มันไปตัดสันชาตญาณแห่งการเอาตัวรอดของมนุษย์ ได้อย่างเสียอย่าง เราไม่อาจเรียกร้องได้ทั้งคู่

เพราะนี้คือกฎของธรรมชาติ

 

๑๑

มนุษย์โลกของเราทุกวันนี้ แยกกันเป็นหลายร้อยประเทศ และทำศึกต่อกัน ทะเลาะกัน บั่นทอนกัน แต่ก็มีข้อดี ที่ต่างคนต่างคิด ต่างพัฒนา มีความหลากหลาย วันใดที่รวมกันเป็นหนึ่งรัฐบาลโลก สันติภาพใหญ่จะเกิดขึ้น แต่ทว่าอาการชะงักงันก็จะตามมา อาการถูกดองก็จะอยู่อีกไม่ไกล นี้เป็นกฎของธรรมชาติ ไม่มีใครวางแผน ไม่มีใครฝ่าฝืนได้ จะช้าหรือเร็วขึ้นกับเหตุการณ์

๑๒

ดังนั้น การสิ้นยุคเลียดก๊ก จึงเป็นข่าวดีอย่างสูงสุด และเป็นข่าวร้ายอย่างสูงสุดด้วยในเวลาเดียวกัน

คนอย่างจิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นคนที่ยิ่งใหญ่ เขาเป็นฮ่องเต้ที่ทำคุณูปการแก่คนจีน สร้างความยิ่งใหญ่ให้ชาติจีน

แต่ก็หว่านเพาะเมล็ดแห่งความดับสูญด้วย

อันดับแรกคือต่อก๊กของตัวเอง หากวันนั้น เขาไม่ยึดครองหกก๊กที่เหลือ หรือยึดเพียงแค่หนึ่งหรือสองก๊ก รับรองว่าก๊กฉินของเขาจะรุ่งเรืองไปอีกช้านาน ยากยิ่งที่ก๊กใดจะทำอะไรก๊กฉินของเขาได้ และก๊กฉินก็จะรอบคอบ ระมัดระวัง ไม่เกิดอาการฟุ้ง เนื่องด้วยชนะหมด จนมีแต่ความประมาท และความหลงตัวเองอย่างหาขอบเขตมิได้ การไม่ยึดหมด เพราะต้องการหลงเหลือ Survival Instinct ไว้

คิดแบบนี้ ยากจะหาได้ในโลกแห่งความเป็นจริง เพราะมันไปฝืนกฎธรรมชาติ มนุษย์ดิ้นรนเพราะจำเป็น ไม่ใช่ดิ้นรนด้วยเจตนา

๑๓

สมมุติว่ายึดได้หมด หากเขายอมเปลี่ยนกฎหมาย ให้ลดความเข้มงวด ก็ยังพอได้อยู่ ด้วยเพราะหกก๊กที่แพ้ นอกจากความเจ็บแค้น ยังโดนกฎหมายที่เข้มงวดเกินไปของรัฐฉินบีบบังคับให้ต้องลุกขึ้นสู้ พวกเขาไม่คุ้นเคย ไม่อาจรับความเข้มงวดระดับนี้ได้ พวกเขาเป็นชาวแคว้นที่เคยอยู่แบบหลวมๆ กว่านี้ ประชากรชาวฉินอาจรับกฎหมายนี้ได้ โดยใช้เวลายาวนานหลายร้อยปี มันอึดอัด แต่ทว่ามีประสิทธิภาพ ในยุคสมัยที่ใครดีใครอยู่ แต่การจะเอากฎหมายเข้มงวดนี้ไปบีบบังคับคนก๊กอื่น อย่างฉับพลัน คือการเรียกร้องให้ผู้คนทนไม่ไหว

นี้คือการเป็นทรราชอย่างที่สุด อาณาจักรของจิ๋นซีฮ่องเต้จึงต้องล้มลงในพริบตา แทนที่ด้วยราชวงศ์ฮั่น

 

๑๔

เลียดก๊กคือชาติจีน พวกเขาใช้ภาษาเขียนเดียวกัน มีอารยธรรมหลายอย่างจากต้นตอเดียวกัน แต่พวกเขาก็แตกต่าง เป็นเหมือนทวีปยุโรปยกมาไว้ที่เมืองจีน แต่ก็ไม่เหมือนชาวยุโรป พวกเขาแข่งขันกันอย่างสุดโต่ง หวาดกลัวกัน ไม่ได้จริงใจต่อกัน ต้องใช้ชั้นเชิงทางการทูตไม่ว่างเว้น เพราะพลาดนิดหนึ่ง อาจหมายถึงตาย ความงามคือ ความคิดไม่หยุดนิ่ง เพราะมันนิ่งไม่ได้ หากนิ่งคือตาย

๑๕

หากวันหนึ่งโลกนี้รวมเป็นหนึ่ง เกิดรัฐบาลโลก เราอาจมีประธานาธิบดีโลกที่ดีต่อเนื่องกันถึงสิบคน แต่ทว่าหลังจากนั้น ฉันคิดว่ามหันตภัยใหญ่หลวงของโลกจะปรากฏรูป มันคืออะไรฉันยังไม่รู้เลย แต่มันคงมาแน่ ด้วยความคิดมนุษย์จะหยุดนิ่ง นิ่งเพราะบางสิ่งมากดมันไว้

หนึ่งในนั้นคือสันติภาพ สิ่งที่เราอยากได้ อาการแข็งตัวของจิตมนุษย์จะเกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่หากเกิดแล้ว ก็จะถาวร ด้วยเพราะนี้คืออาการของเซลล์มะเร็งที่จะแผ่ลามไปทั่วทั้งร่าง

ต่อให้รู้ตัว ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

บทความก่อนหน้านี้เสียเหลี่ยมกำนัน/ลึกแต่ไม่ลับ จรัญ พงษ์จีน
บทความถัดไปกต.แจง ญี่ปุ่นส่งอีเมลเตือนพลเมืองระวังก่อการร้ายหลายประเทศ ไม่ได้เจาะจงแค่ไทย