มงคล วัชรางค์กุล : ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 46 เดินหน้าหาความจริง เพื่อความยุติธรรม และตรงไปตรงมา (Fair & Square)

ผ่านมาถึงวันนี้ 14 พฤศจิกายน 2020 ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 46 ของอเมริกายังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ รวมทั้งยังไม่มีการรับรองผลการนับคะแนนแต่ละรัฐ มีแต่การแต่งตั้งจากสื่อบางสำนักที่บอกว่าชัยชนะเป็นของไบเดนแล้ว

แต่สื่อสายกลางอย่าง epoich.com ให้ทรัมป์เป็นฝ่ายนำ 235 : 222 ไบเดน โดยตัดรัฐที่เป็น Swing States 6 รัฐออกไป คือ รัฐแอริโซนา, เนวาดา, มิชิแกน, วิสคอนซิน, จอร์เจีย, เพนซิลเวเนีย

รัฐจอร์เจียจัดให้มีการนับคะแนนใหม่ เพราะเดิมนับแล้วแพ้ชนะกันแค่ 14,000 คะแนน จึงต้องมีการนับใหม่ คราวนี้เป็นการนับด้วยมืออย่างเดียว ไม่ใช้เครื่องนับ ถือเป็นการนับคะแนนด้วยมือครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกา เริ่มต้นนับเช้าวันที่ 13 พฤศจิกายน กำหนดเสร็จสิ้นเที่ยงคืนของ 18 พฤศจิกายน 2020 บัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ (Mail in Ballots) ทุกใบจะต้องมีการตรวจสอบลายเซ็น

คราวนี้รัฐจอร์เจียไม่ให้มีการนับคะแนนด้วยเครื่องเพราะไม่เชื่อใจคุณภาพการนับ เนื่องจากมีข่าวว่าซอฟต์แวร์ของเครื่องนับคะแนนในเขต (County) หนึ่งของรัฐมิชิแกนเปลี่ยนคะแนนของทรัมป์ 6,000 คะแนนเป็นของไบเดน รวมทั้งมีข่าวลือว่าเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดในรัฐจอร์เจียด้วย

เป็นไปได้อย่างไรที่ซอฟต์แวร์จะเปลี่ยนคะแนนได้ตรงข้ามเช่นนี้ นี่คือคำตอบ

 

ซอฟต์แวร์ที่ใช้นับคะแนนชื่อ DOMINION ใช้นับคะแนนในมากกว่า 30 รัฐรวมทั้งใน Swing States 6 รัฐด้วย เจ้าของซอฟต์แวร์คือบริษัท AVID TECHNOLOGIES ผู้ถือหุ้นใหญ่ 60% ชื่อ Richard C. Blum มีภรรยาไม่ใช่ใครอื่นไกล เธอคือ California Democratic SENATOR DIANNE FEINSTEIN

ที่รัฐวิสคอนซิน ผู้ออกเสียง 3 คนได้ยื่นต่อ Federal lawsuit ศาลสูงพร้อมหลักฐานให้ลบ 792,000 คะแนน ใน 3 เขต (Counties) คือ Milwaukee, Dane, Menominee ออก อ้างว่าเป็นการนับคะแนนที่ไม่ถูกกฎหมาย

รัฐวิสคอนซิน ไบเดนชนะทรัมป์ 20,540 คะแนน หรือ 49.6% : 48.9%

ที่รัฐเนวาดา ทีมทรัมป์ร้องเรียนว่า เครื่องตรวจลายเซ็นในหลายเขตไม่ทำงาน ไม่มีการตรวจลายเซ็นใบลงคะแนน จึงเป็นการนับคะแนนที่ไม่ถูกกฎหมาย ต้องลบออก

ที่แอริโซนา มีปัญหาเรื่องบัตรลงคะแนนในเขต Maricopa County ที่เป็นกระดาษ (paper ballots) ปกติจะเตรียมปากกาลูกลื่นสีดำให้วงตรงพรรคที่เลือก แต่ที่เขตนั้น (ในช่วงเวลาหนึ่ง) กลับให้ใช้ปากกาปากแหลม Sharpie มาวงลงคะแนนทำให้ทะลุกระดาษเป็นคะแนนเสียไปเป็นหมื่นใบ

คนที่ไปลงคะแนนเมื่อเข้าไปเช็กในเว็บไซต์กลับพบว่าตัวเองไม่ได้ลงคะแนน เพราะกลายเป็นบัตรเสีย

เขตนั้นเป็นเขตที่ทรัมป์คะแนนนำ เป็นการลดทอนคะแนนของทรัมป์

 

ที่รัฐมิชิแกน ถึงแม้ศาลจะมีคำสั่งให้มีผู้สังเกตการณ์เข้าไปดูการนับคะแนนได้ แต่ที่เมืองดีทรอยต์ตำรวจที่เฝ้าประตูไม่ยอมให้ใครเข้าไปในห้องนับคะแนน

สิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นในมิชิแกนคือคืนวันที่ 3 พฤศจิกายน เมื่อนับคะแนนไปแล้วปรากฏว่าทรัมป์กำลังนำ ก็มีคำสั่งให้หยุดนับคะแนนตอนตี 3 แล้วพอตี 4 ก็มีรถบรรทุกบัตรลงคะแนนเต็มคันรถขนเข้ามาในหน่วย บัตรทุกใบไม่ใส่ซอง มีพยานเห็นเหตุการณ์นี้

ผู้ว่าการรัฐมิชิแกนเป็นเดโมแครต บัตรลงคะแนนก็พิมพ์ในรัฐ อะไรก็เกิดขึ้นได้ มีเขตหนึ่งในรัฐนี้ที่จำนวนบัตรลงคะแนนมากกว่าจำนวนประชากร

ขณะเดียวกันก็มีข่าวว่า ซอฟต์แวร์นับคะแนนในเขตหนึ่งของรัฐมิชิแกนเปลี่ยนคะแนนของทรัมป์ 6,000 คะแนนไปเป็นของไบเดน

เรื่องซอฟต์แวร์นี้ Fox News สรุปว่ามีความผิดปกติ 4 ประการ คือ

1. ทางสถิติ (Statistics)

2. ทางคณิตศาสตร์ (Mathematics)

3. ทางนิติเวช (Forensic)

4. พยานผู้รู้เห็น (Eyes witness)

ในส่วนของรัฐเพนซิลเวเนีย มีการรับใบลงคะแนน Mail-in Ballots ที่ส่งมาถึงหลังวันเลือกตั้ง 3 วัน ตามประกาศของผู้ว่าการรัฐ แต่ประกาศนี้มีปัญหาไม่ถูกกฎหมาย เพราะเป็นประกาศที่ออกมาโดยไม่ผ่านสภา Congress ของรัฐ อยู่ๆ ผู้ว่าการก็ออกประกาศมาเลย

ก่อนการเลือกตั้งมีการร้องเรียนเรื่องนี้จนถึงศาลสูงสุดแห่งชาติ US Supreme Court แต่ศาลสูงสุดก็ตัดสินไม่ได้เพราะคะแนนออกมาเท่ากันเป็น 4 : 4 จึงต้องส่งเรื่องลงมาให้ศาลที่ต่ำกว่า คือ Supreme Court of PA ตัดสินให้ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ว่าการ

ผู้คนพากันตกใจที่ศาลสูงสุดของรัฐ ตัดสินให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่ผิดกฎหมายของผู้ว่าการ กลายเป็นการรับรองคำสั่งนั้นว่าถูกต้อง

นี่คือเหตุผลที่ทรัมป์รีบแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลสูงสุดแห่งชาติคนที่เก้า เป็นผู้หญิง เรื่องนี้เดโมแครตโจมตีว่าควรจะให้ประธานาธิบดีคนใหม่เป็นผู้แต่งตั้ง

 

เรื่องการรับบัตรลงคะแนนหลังวันเลือกตั้ง 3 วันของรัฐ PA กำลังกลับมาขึ้นศาลสูงสุดแห่งชาติอีกครั้ง คราวนี้มีผู้พิพากษา 9 คน คะแนนจะไม่ออกมาเท่ากันอีก

มีอัยการสูงสุด (Attorney General) ของ 10 รัฐที่ไม่เห็นด้วยกับประกาศผู้ว่าการ PA จึงเข้าร่วมเป็นโจทก์ฟ้องร้องด้วย

ตามกฎหมายของ Federal Law เมื่อไม่มีกฎหมายของรัฐรองรับ ทางรัฐจะรับบัตรลงคะแนนได้แค่สองทุ่มของคืนวันเลือกตั้งเท่านั้น

ประธาน FEC (Federal Election Commission) ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติ คนที่จะประกาศชื่อประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการวันที่ 14 ธันวาคม 2020 บอกว่าเชื่อว่ามีการทุจริตเลือกตั้งจริง

อัยการสูงสุดแห่งชาติ (United States Attorney General) บอกว่าให้มีการสอบสวนทุกเรื่องอย่างละเอียด

รีพับลิกันบอกว่าทุกเรื่องที่ร้องเรียนมีพยานเอกสารหลายร้อยหน้า ได้จากคำให้การของพยานมากมายที่ได้ให้คำรับรองแล้ว (Sworn Affidavit) ถ้าให้การไม่เป็นความจริง คนเหล่านี้จะต้องติดคุก

รวมทั้งมีพยานจาก USPS ไปรษณีย์อเมริกาที่ให้การว่าเจ้าหน้าที่ Supervisor บังคับให้ประทับตราวันที่ย้อนหลังด้วยมือ

 

เล่าเรื่องผลการเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นในอเมริกามาให้รับรู้อีกด้าน

ไม่ได้มุ่งหวังจะเชียร์ใคร

มีบางคนอาจจะค้านว่าสิ่งที่ผมเล่ามาไม่เป็นความจริง ไม่ตรงกับสื่อหลักที่รายงานแล้วเมืองไทยแปลข่าวไปลงว่าไม่มีการทุจริต ทรัมป์เป็นพวกขี้แพ้ชวนตี ฟ้องร้องโดยไม่มีหลักฐานอะไร

ก็ขอบอกว่าสื่อเหล่านั้นไม่ได้เล่าถึงหลักฐานอย่างที่ผมบอกมา เขาตัดตอนบอกให้คุณรู้เท่าที่เขาต้องการจะให้รู้

ถึงตอนนี้ ไม่ใช่การสู้เพื่อนับคะแนนให้ทรัมป์ชนะแต่อย่างใด ตัวทรัมป์เองบอกว่าใครจะชนะก็ไม่สำคัญ แต่ต้องการสู้เพื่อนำความจริงมาให้ปรากฏ

ตรงกับความรู้สึกส่วนใหญ่ของคนอเมริกันที่ต้องการเห็นความโปร่งใส บริสุทธิ์ เพื่อพิสูจน์ว่า

การเลือกตั้งในอเมริกานั้นยุติธรรมและตรงไปตรงมา (Fair and Square)

เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ไม่ใช่อเมริกัน (Unamerican)

บทความก่อนหน้านี้‘หมอชลน่าน’ ถามหาเหตุผลสลายม็อบหน้ารัฐสภา ‘บิ๊กช้าง’แจงยิบ ยัน ‘บิ๊กตู่’ ห่วงชุมนุมทุกกลุ่ม
บทความถัดไปมะกันไม่สนคำเตือน แห่เที่ยววันขอบคุณพระเจ้า ยุโรปจ่อคลายล็อกช่วงคริสมาสต์