“อนาคตใหม่” ชู 4 ด้านกระจายอำนาจท้องถิ่น ทำประชามติล้มรธน.60 ก่อนตั้งกก.ร่างใหม่

เมื่อวานนี้ (28 เมษายน 2561) ที่โรงแรมศิรินาถการ์เด้นท์ ถ.คันคลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริษัทกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ จัดเวทีเสวนาหัวข้อการกระจายอำนาจคืออนาคตของประเทศไทย มีนายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ นายธเนศวร์ เจริญเมืองกรรมการในคณะกรรมการพัฒนาพรรคกาเรมือง เพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมอาจารย์ นักวิชาการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคประชาชน ข้าราชการบำนาญ ประชาชน และนักศึกษา เข้าร่วมกว่า 60 คน โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง

นายธนาธร กล่าวว่า แนวคิดพรรคเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ มี 4 ด้าน คือ โครงสร้างการบริหารจัดการท้องถิ่น การจัดเก็บภาษีและรายได้ จำนวนประชากร และยุทธศาสตร์การผลักดันให้เป็นรูปธรรม ถ้าไม่มีการกระจายอำนาจ จังหวัดและท้องถิ่นไม่เจริญ ผู้บริหารท้องถิ่นไม่ได้รับการส่งเสริม เนื่องจากอำนาจหน้าที่ไหลกลับไปยังส่วนภูมิภาคและส่วนกลางแทน ดังนั้นจึงมีแนวคิดยุบส่วนภูมิภาค ให้เหลือเฉพาะส่วนกลางที่เป็นรัฐบาลกับท้องถิ่นเท่านั้น พร้อมสนับสนุนและส่งเสริมจังหวัดจัดการตนเอง นำร่องเชียงใหม่และขอนแก่น เป็นอันดับแรก เนื่องจากมีศักยภาพและความพร้อมสูง ถ้าทำพร้อมกันทั้งประเทศ อาจถูกต่อต้าน หรือดึงกลับสู่ส่วนกลาง เป็นการพ่ายแพ้ทางการเมือง

“แนวทางผลักดันและขับเคลื่อนการกระจายอำนาจ อาจต้องทำประชามติ ถามความเห็นประชาชนก่อน พร้อมล้มรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เนื่องจากมาจากเผด็จการ ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือกลับมาใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 แทน ทั้งนี้อาจตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อคืนอำนาจสู่ประชาชน มีส่วนร่วม และตรวจสอบทางการเมืองมากขึ้น” นายธนาธร กล่าว

ด้านนายธเนศวร์ กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตการกระจายอำนาจปัจจุบัน ไม่ใช่เพื่อท้องถิ่นและประชาชน แต่จ้องทำลายท้องถิ่นให้มีบทบาท อำนาจหน้าที่ลดลง อีกทั้งภารกิจบางอย่างของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และส่วนภูมิภาค ทับซ้อนกับท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่นครบวาระแล้ว แต่ยังรักษาการอยู่ ยังไม่มีการเลือกตั้ง ส่งผลกระทบต่อท้องถิ่นหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลควรมีหน้าที่กำกับดูแล ไม่ก้าวก่ายแทรกแซง หรือเข้ามาควบคุมมากเกินไป โดยอ้างเหตุทุจริต หรือใช้เป็นฐานเสียงอนาคต

“แนวทางพัฒนาท้องถิ่น ควรยกฐานะองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เป็นเทศบาลทั้งหมด ส่วนงบประมาณพัฒนาท้องถิ่น ให้ยึดหลักตามรัฐธรรมนูญปี 2540 จัดสรรงบให้ท้องถิ่น 35 % แต่ผ่านมา 21 ปี ท้องถิ่นได้รับงบเพียง 23 % ดังนั้นการกระจายอำนาจต้องให้ท้องถิ่นบริหารจัดการกันเอง ส่วนรัฐบาล มีหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบการทุจริตเท่านั้น ไม่ต้องแทรกแซง หรือยึดอำนาจกลับคืนสู่ภูมิภาค และส่วนกลางอีก” นายธเนศวร์กล่าว

ส่วนนายสมชาย กล่าวว่า สรุปการกระจายอำนาจ ควรถอดบทเรียนที่ไม่ประสบความสำเร็จเพื่อกระจายอำนาจสู้ท้องถิ่น และสิทธิชุมชนมากขึ้น อะไรที่เป็นปัญหาอุปสรรค ต้องให้ท้องถิ่นและชุมชนที่เป็นเจ้าของทรัพยากร ให้ดูแลรักษาและแก้ปัญหากันเอง พร้อมใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของชุมชนอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวทีเสวนา มีการเสนอแนวคิดจังหวัดจัดการตนเอง การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและชุมชน ให้ยกเลิกส่วนภูมิภาค ยกเลิกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาท้องถิ่น การพัฒนาประเทศต้องเอื้อประโยชน์ต่อท้องถิ่นและชุมชน ให้ประชาชน และชุมชนมีส่วนร่วมคิด ตัดสินใจ และรับประโยชน์จากการพัฒนาทุกด้านด้วย

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : ปัจจัย สร้างมั่นใจ ใน “พลังดูด”
บทความถัดไปการเปลี่ยนครั้งสำคัญของ ปธน.พม่าคนใหม่ ผ่าน 3 นโยบายเดินหน้าประเทศ