โควิด-19 : ตลาดปทุมฯ ต้นตอติดเชื้อโควิด-19 กระจาย 10จว. ป่วย 355 ราย

วันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2564) ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)(ศบค.) เปิดเผยระหว่างแถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ว่า หลังจากพบมีการติดเชื้อของตลาดพรพัฒน์ จ.ปทุมธานี ได้มีการสอบสวนติดตามควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้กระจายไป 9 จังหวัด ได้แก่ นครนายก กรุงเทพมหานคร เพชรบุรี สมุทรปราการ สระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา อ่างทอง และนนทบุรี รวมแล้วเป็น 10 จังหวัด ที่มีการกระจายเชื้อที่ตั้งต้นจาก จ.ปทุมธานี

“ส่วน จ.ชัยภูมิ กับ จ.นครปฐม ไม่มีรายงานติดเชื้อที่เกี่ยวเนื่องกัน แต่มีผู้ติดเชื้อเดินทางไปในจังหวัดนั้น แต่กรมควบคุมโรคประสานไปยังทั้ง 2 จังหวัดแล้ว มีการเฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิดและยังไม่พบรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มใน 2 จังหวัดนี้” ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ส่วนการตรวจเชิงรุกตลาดพรพัฒน์ ตลาดสุชาติ ตลาดรังสิต และชุมชนโดยรอบ ตรวจแล้ว 5,743 ราย เจอติดเชื้อ 355 ราย ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ และมีการตรวจตลาดและชุมชนใกล้เคียงอีก 1,781 ราย ได้แก่ ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดไท ตลาดคลองสี่เมืองใหม่ และตลาดชาญนคร พบติดเชื้ออีก 5 ราย โดยตลาดสี่มุมเมืองพบ 4 ราย ตลาดไทย 1 ราย ส่วนอีกสองแห่งยังไม่พบเชื้อ โดยรวมตรวจแล้ว 7,417 ราย โดยจะตรวจต่อให้ได้ 1 หมื่นรายเป็นอย่างน้อย

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบของกรมควบคุมโรค พบว่าปัจจัยทำให้แพร่เชื้อ คือ 1.อากาศปิด นอกจากลักษระแบบฝาชีครอบเป็นโดมเตี้ยแล้ว มีการตรวจการไหลเวียนของอากาศหรือค่าแอร์โฟลว์พบว่าเป็น 0 คือ ไม่เกิดการระบายอากาศที่เพียงพอ ทำให้แพร่กระจายเชื้อง่าย และ 2.คน คือ ผู้ค้า ลูกจ้างชาวไทยและเพื่อนบ้าน มีการเดินทางไปมาหลายตลาด อาจแพร่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง กำลังเฝ้าระวังติดตาม คนติดเชื้อไม่ใช่คนไปจับจ่ายใช้สอยหรือคนในชุมชน เนื่องจากมีการสวมหน้ากาก ใช้เวลาสั้นๆ แต่คนขายคนงานอยู่ในตลาดนานๆ อาจรับประทานอาหารร่วมกันในตลาด มีความเป็นไปได้ คนหนึ่งติดเชื้อแพร่ไปคนอื่นโดยง่าย

“ทางหน่วยงานสาธารณสุขลงพื้นที่แล้วพยายามสอบสวนโรคทำความเข้าใจการติดเชื้อ กรมอนามัยจะเสนอแผนมาตรการพัฒนามาตรฐานตลาด เพื่อรองรับโควิด-19 ที่จะอยู่กับเราไปอีกระยะ รวมถึงโรคระบาดติดต่ออื่นในอนาคต โดยจะทบทวนมาตรการพัฒนาตลาดให้มีสิ่งแวดล้อมสะอาดปลอดภัย อย่างฝาชีครอบทรงเตี้ย อาจต้องจัดการทำให้อากาศถ่ายเทมากขึ้น ทั้งปรับโครงสร้างตลาด หรือจัดเครื่องระบายอากาศ การดูแลความสะอาดและความหนาแน่น เช่น ไม่ให้เกิดน้ำขัง ทำความสะอาดพื้น แผงขาย การห้อยระโยงระยาง ความใกล้ชิดของแต่ละแผง สธ.กำลังดูในรายละเอียดและจะขอความร่วมมือพื้นที่เทศบาล ท้องถิ่นดำเนินการ รวมถึงการตรวจสุขภาพ การขึ้นทะเบียนผู้ค้าผู้ขาย ไม่ใช่เพื่อลงโทษจับผิด แต่ให้รัฐบาลท้องถิ่นดูแลผู้ค้าได้รับการตรวจสุขภาพให้ปลอดภัย เมื่อสุขอนามัยที่ดีก็นำเสนอสินค้าที่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้สอยในตลาดได้” พญ.อภิสมัย กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘วอทส์แอพพ์’ เมินเสียงวิจารณ์ ยันยึดนโยบายเดิมต่อ บังคับแชร์ข้อมูล
บทความถัดไป‘ไบเดน’ ให้คำมั่นทุ่มเงิน 4 พันล้านดอลล์เข้าโครงการ ‘COVAX’