“แอสตราเซเนกา-จอห์นสัน” สองบริษัทยาชั้นนำโลกกลับมาทดลองวัคซีนโควิด-19

สองบริษัทยาชั้นนำโลก “แอสตราเซเนกา” และ “จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน” เตรียมกลับมาทดลองวัคซีนโควิด-19 อีกครั้งวันที่26ต.ค.นี้ หลังหยุดไปเนื่องจากพบผู้ป่วยอาการแทรกซ้อน

สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า “แอสตราเซนเนกา” และ “จอห์นสัน แอนด์จอห์นสัน” สองบริษัทยาของสหรัฐ กำลังจะกลับมาเริ่มทดสอบทางคลินิกระยะที่ 3 ของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 หลังจากที่ต้องหยุดการทดลองไป เนื่องจากพบอาสาสมัครที่เข้าร่วมทดลองวัคซีนมีอาการป่วยแทรกซ้อนระหว่างทดลองวัคซีน

ทางบริษัทแอสตราเซเนกา ที่ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอ๊อกซ์ฟอร์ดของสหราชอาณาจักร ในการพัฒนาวัคซีนที่ถูกระงับไปเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลังพบอาสาสมัครมีอาการป่วยเกี่ยวข้องโรคไขสันหลังอักเสบ ล่าสุดได้กลับมาดำเนินโครงการทดลองในสหรัฐต่อ หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (เอฟดีเอ)อนุญาต

ขณะที่ทางบริษัท “จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน” ซึ่งไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอาการป่วยของผู้ทดลอง เปิดเผยว่า หลังจากหารือกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและความปลอดภัยในการวิจัย พบว่าอาการป่วยของอาสาสมัครไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนที่กำลังพัฒนา ซึ่งบริษัทจะกลับมาทดลองต่อในวันจันทร์ที่26 ต.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กังวลว่า การได้รับอนุญาตให้ทำการทดลองวัคซีนต่อ เป็นเพราะเหตุผลทางการเมืองที่จะรีบให้ผลิตวัคซีน เนื่องจากทั้งสองบริษัทได้เซ็นสัญญากับทางรัฐบาลสหรัฐในการเป็นเป็นผู้ผลิตวัคซีนโควิด-19ให้กับคนในประเทศเมื่อสามารถผลิตวัคซีนออกมาได้ ขณะที่ประชากรสหรัฐถึง 1 ใน 4 กล่าวว่ากังวลที่จะฉีดวัคซีน

ทั้งนี้ปัจจุบันโรคโควิด-19 ตอนนี้มีผู้ติดเชื้อถึง 41 ล้านคนและผู้เสียชีวิต 1.14 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งวัคซีนอาจเป็นความหวังเดียวที่จะหยุดการระบาดของโรคโควิด-19 นี้ได้

บทความก่อนหน้านี้“รังสิมันต์ โรม” จี้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีคนเสื้อเหลือง ขออย่าสองมาตรฐาน
บทความถัดไปศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ | ปล่อยประยุทธ์ปิดฉากดีกว่ากวาดล้างประชาชนเพื่อระบอบนี้