ประยุทธ์เยี่ยมชมรถเมล์ไฟฟ้าต้นแบบ แนะทำให้ดี อย่าให้เสียง่าย ไม่งั้นจะเสียชื่อ

‘ประยุทธ์’ เยี่ยมชมต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้า กำชับพัฒนาระบบให้ดีอย่าเสียง่าย หวั่นจะเสียชื่อ แนะกำจัดแบตเสื่อมสภาพ พร้อมส่งเสริมยานพาหนะภาครัฐ เพิ่มโอกาสการเข้าถึงของผู้มีรายได้น้อย

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะผู้บริหาร เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการบริจาคหนังสือมีค่า เนื่องในโอกาส 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

จากนั้น นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะผู้บริหาร พร้อมทีมวิจัยเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรม “การพัฒนาต้นแบบรถโดยสารไฟฟ้าโครงการพัฒนารถโดยสารไฟฟ้าจากรถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ ขสมก. (City transit E-buses)”

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ต้องเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านใช้รถไฟฟ้า โดยต้องทำให้ได้มาตรฐาน และเดินหน้ามาตรฐานควบคุมการปล่อยมลภาวะของเครื่องยนต์ใหม่ ยูโร 5 และยูโร 6 อย่าให้มีปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุง และอย่าให้เสียง่าย เพราะถ้าหากเสียง่ายก็เสียชื่อ จึงขอให้ปรับระบบให้ดี ให้สามารถวิ่งลากยาวให้ได้ ประกอบให้ดี ขณะที่ชิ้นส่วนต่างๆ ผลิตในประเทศส่วนใหญ่ใช่หรือไม่ ซึ่งตนอยากให้เป็นชิ้นส่วนที่ผลิตในเมืองไทยทั้งหมด เพื่อได้พัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่ม

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันวิจัยและพัฒนาจนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าใช้ได้เองภายในประเทศ ตามแผนกว่าร้อยละ 60 ขณะเดียวกันยังรับทราบว่าการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไออน ซึ่งมีคุณสมบัติที่ดีกว่าเดิมภายในประเทศ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้ได้คุณภาพ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่บรรจุไฟฟ้าได้นานกว่าที่ใช้อยู่ รองรับการใช้รถไฟฟ้าเต็มระบบในไทย รวมถึงระบบกำจัดแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าของไทย แต่การเปลี่ยนผ่านเองก็ต้องคำนึงถึงประชาชนผู้มีรายได้น้อย เพราะขีดความสามารถแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องส่งเสริมยานพาหนะของภาครัฐ ซึ่งหากมีงบประมาณก็จะต้องจัดซื้อจัดจ้าง

บทความก่อนหน้านี้‘ประวิตร’ เผย จนท.ดูอยู่ม็อบทาสีหน้ากองพันฯ ผิด กม.หรือไม่ กวักมือเรียกเยาวชน มาคุยกันดีกว่า
บทความถัดไปผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วโลกพุ่งทะลุล้านคนแล้ว ผู้ติดเชื้อ 33.5 ล้านคน