เปิด 1,000 คู่สาย ตอบปมคลินิกบัตรทอง อนุทิน ลั่นต้องไม่เก็บเงินจากประชาชน

เปิด 1,000 คู่สาย ตอบปมคลินิกบัตรทอง อนุทิน ลั่นต้องไม่เก็บเงินจากประชาชน

วันนี้ (24 กันยายน 2563) ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการชมรมแพทย์ชนบทประจำปี 2563 กรณีที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ยกเลิกสัญญากับโรงพยาบาล (รพ.) และคลินิกชุมชนอบอุ่นในกรุงเทพมหานคร รวม 82 แห่ง และมีแนวโน้มจะยกเลิกอีกหลายแห่ง เนื่องจากตรวจพบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลผิดปกติ แต่กระทบการให้บริการสุขภาพแก่ประชาชนกว่า 1 ล้านคน ว่า ได้รับการยืนยันจาก นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ที่ดูแล รพ.เอกชน ว่า ขณะนี้ไม่มีเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชนที่ติดต่อขอรับประวัติการรักษา เวชระเบียน เพื่อย้ายไปสถานพยาบาลแห่งใหม่

“โดยหลักการเรื่องนี้เป็นความผิดพลาดจาก สปสช. ดังนั้น หากเกิดค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติม สปสช.ต้องรับผิดชอบ ซึ่งต้องนำหลักการนี้เข้าสู่ที่ประชุม เพราะประชาชนไม่ได้ผิดอะไร แต่ต้องเข้าใจนิดหนึ่งว่า หากมีการทุจริตเกิดขึ้น สปสช.เป็นหน่วยงานรัฐ หาก สปสช.ยังให้ผู้ผิดสัญญาทำนิติกรรมต่อ ก็จะผิดหลักการ” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีคลินิกเอกชนใหม่ๆ สมัครเข้าโครงการเป็นคู่สัญญาเพิ่มแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน ในที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ได้เน้นย้ำเรื่องระเบียบที่ชัดเจนในการให้บริการประชาชน และขณะนี้ก็มีคลินิกเข้ามาอยู่เรื่อยๆ

เมื่อถามว่าจะมีการเพิ่มคู่สายติดต่อเบอร์สายด่วน 1330 หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สปสช. จะต้องแก้ไขปัญหา วันนี้ผูกมาจาก สปสช. ดังนั้นก็จะต้องแก้ โดย สธ.จะสนับสนุนอยู่ข้างๆ จะอำนวยความสะดวกกับประชาชนให้มากที่สุด

“เกิดความขรุขระแบบนี้ ก็ขอความเห็นใจจากประชาชน นึกไม่ถึงว่าจะโกงกันมากขนาดนี้ โกงเกือบ 100% ไม่ใช่ตามน้ำ ทวนน้ำ นี่เป็นการพายเรือบนบก ฉะนั้นต้องแก้ไขอย่างรวดเร็ว เร่งด่วน” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า ขณะนี้แนวทางแก้ไขที่ สปสช.เร่งดำเนินการ คือ เตรียมเพิ่มคู่สายในเบอร์สายด่วน 1330 จากเดิม 60 คู่สาย เป็น 1,000 คู่สาย ซึ่งอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ ส่วนใหญ่พบเป็นคำถามซ้ำๆ เพราะประชาชนตกใจที่มีการยกเลิกสัญญากับคลินิก สปสช.จึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ทั้งทางออนไลน์ วิทยุ และสื่ออื่นๆ เพื่อให้ประชาชนทราบข้อมูล

“พบว่า 800,000 สาย เกิดจากความสงสัย จึงโทรเข้ามา แต่ในจำนวนนี้ มีราว 700,000 สาย ไม่ใช่ผู้ได้รับผลกระทบ แต่กลัวเสียสิทธิ จึงโทรมาขอลงทะเบียนสิทธิ ขอเรียนว่า ไม่ต้องกังวล สิทธิบัตรทองยังอยู่เช่นเดิม ฉะนั้นขอให้ใจเย็นๆ สิ่งสำคัญคือ ต้องแก้ไขปัญหาในผู้ป่วยเร่งด่วนก่อน” ทพ.อรรถพร กล่าว

ทพ.อรรถพร กล่าวว่า ส่วนกรณีมีรายงานเมื่อวันที่ 23 กันยายน พบว่ามีการเรียกเก็บค่าขอเวชระเบียนจากผู้ป่วย 4 ราย รวม 600 บาท นั้น ขณะนี้ สปสช.ได้ไปเก็บประวัติของผู้มีสิทธิบัตรทองมาไว้ที่ฐานข้อมูล สปสช.แล้ว และได้มีการประชุม รพ.ต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว หากประชาชนลงนามยินยอมเปิดเผยข้อมูล สถานพยาบาลที่ผู้มีสิทธิไปใช้บริการ ก็สามารถเปิดข้อมูลเหล่านี้ได้ทางเว็บไซต์ สปสช.ทันที ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

“ขอย้ำว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ซึ่งมีคลินิกชุมชนอบอุ่นทั้งหมดประมาณ 200 แห่ง โดยขณะนี้มีคลินิกที่พบการทุจริตต้องยกเลิกสัญญาไปแล้ว 82 แห่ง ส่วนล็อตหลังที่พบว่ามีความผิด 106 แห่ง ยังไม่ได้ยกเลิกสัญญา อยู่ระหว่างดำเนินการทางกฎหมาย” รองเลขาธิการ สปสช.กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘วีรศักดิ์’ลงพื้นที่อุบลฯ กล่อมผู้เลี้ยงโคเนื้อ-เกษตรอินทรีย์ ใช้เอฟทีเอดันส่งออกเจาะตลาดโลก
บทความถัดไป‘วิษณุ’ เชื่อ ส.ว.คงไม่เหมาเข่ง ค้านตั้ง ส.ส.ร. เผย ค่าใช้จ่ายคัดเลือกเกือบเท่า ส.ส.