บิ๊กตู่ สวมชุดผู้บริหารสาธารณสุข ปัดฉายาหมอตู่ บอกให้เรียก ‘ช่างตู่’ ผู้ซ่อมแซมสิ่งต่างๆ

บิ๊กตู่ สวมชุดผู้บริหารสาธารณสุข ปัดฉายาหมอตู่ บอกให้เรียก ‘ช่างตู่’ ช่างผู้ซ่อมแซมสิ่งต่างๆ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดการจัดงานรณรงค์เตรียมความพร้อม “อสม.เฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ระลอกที่ 2” โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) และนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการสธ. และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ให้การต้อนรับ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้สวมชุดของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ตนไม่ใช่หมอ แต่ก็เป็นเกียรติอย่างมาก ประเทศไทยกล่าวได้ว่า มีระบบสาธารณสุขที่ดีที่สุดในโลก สามารถควบคุมการระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (โควิด-19) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเกิดขึ้นจากกำลังสำคัญคือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) และทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกัน ในวันนี้คาดว่าค่าตอบแทนที่รัฐบาล อนุมัติให้อสม. จำนวน 500 บาทเป็นเวลา 7 เดือน จะทยอยเข้าบัญชีแล้ว อย่าถือว่าเงินเหล่านี้เป็นเงินค่าจ้าง ให้ถือเป็นน้ำใจที่มอบให้กัน สิ่งใดที่ดูแลได้เราจะดูแลกัน การระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา อสม.เป็นกำลังสำคัญในการดูแลประชาชนในชุมชนของตนเอง ทำให้ประเทศไทยสามารถควบคุมการระบาดของโควิด-19 ได้อย่างดี จนเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก

“ตอนแรกจะเรียกผมว่าหมอตู่ แต่ผมว่าผมไม่ใช่หมอ และดูแลหลายกระทรวง เป็นหลายอย่าง ขอให้เรียกว่าเป็น ช่าง ก็แล้วกัน เป็น ช่างตู่ เพราะผมเป็นช่างปะ ซ่อมแซมสิ่งต่างๆ” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้มีตัวแทน อสม.มา แต่ผู้ที่ไม่ได้มาอย่างไรนั้น แต่ทั้งหมดอยู่ในหัวใจของนายกเสมอมา เราไม่มุ่งหวังผลประโยชน์อย่างอื่น แต่เชื่อว่า อสม.จะเป็นแกนนำในการรวมไทยสร้างชาติ ให้เกิดความปลอดภัยด้านสุขภาพคนไทยให้มากที่สุด ที่ไม่ใช่แต่เพียงโควิด-19 แต่เป็นการป้องกันสุขภาพคนไทยให้มากที่สุด เน้นการป้องกันให้มากกว่ารักษา โดยเฉพาะกลไกของ อสม. การที่มีหมอครอบครัว และ อสม.เองก็ได้ลงพื้นที่ให้ความรู้ ดูแลคนที่อยู่ในครอบครัวตัวเอง และยังดูแลผู้ที่อยู่ในครอบครัวอื่นในชุมชนอีกด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนขอฝาก อสม.ในอีกภารกิจที่ทำให้สังคมเกิดความสงบมากที่สุด ซึ่งสิ่งที่เราสืบต่อกันมาอย่างยาวนานคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และร่วมมือกันดูแลโควิด-19 ที่ยังมีการระบาดในโลกอย่างต่อเนื่อง เป็นปัญหาพันกัน ส่งผลต่อเศรษฐกิจด้วย ถึงแม้รัฐบาลจะมีการผ่อนคลายตามกลไกหลักให้เศรษฐกิจเดินหน้าได้ แต่หากยังแก้ปัญหาโควิด-19 ไม่ได้ก็จะได้รับกระทบทั่วโลกเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต ดังนั้นเราต้องช่วยกันยับยั้งและป้องกันโควิด-19

บทความก่อนหน้านี้วิเคราะห์ : มองโลกด้วยความเป็นห่วง หลังประชากรสัตว์โลกลดฮวบ 68%
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ ขอบคุณ จนท. ยินดีบ้านเมืองกลับสู่ความสงบ บอกให้ติดตามต่อม็อบ 24 ก.ย. ชี้ปมปักหมุดผิด กม.