บราซิล แก้ระเบียบของเล่น-อุปกรณ์การเรียน พณ.เร่งผู้ผลิตปรับแก้ก่อนบังคับใช้ปี 65

นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า บราซิลออกระเบียบ Ordinance No. 217 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2563 เพื่อปรับแก้ไขระเบียบ Ordinance No. 563 ว่าด้วยระเบียบของเล่นและอุปกรณ์การเรียน ภายใต้ระเบียบทางเทคนิคและข้อกำหนดการตรวจสอบและรับรองของเล่น ระเบียบฉบับดังกล่าวจะแบ่งระยะการมีผลบังคับใช้ออกเป็น 3 ช่วงเวลา คือ 1. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 สำหรับผู้ผลิตภายในประเทศและผู้นำเข้า 2. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 สำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้าเพื่อจำหน่ายของเล่น และ3. ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 สำหรับภาคตลาดธุรกิจของเล่น เป็นต้นไป โดยได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อกำหนดในระเบียบหลายประเด็น อาทิ

1.ปรับแก้ไข ปรับลดปริมาณการใช้ ethylene-vinyl acetate (EVA) โดยให้เป็นไปตามข้อกำหนดการใช้สาร Formamide ที่เป็นส่วนประกอบในของเล่น จากเดิม 0.5% เป็น 0.3% และปรับแก้ไขรายการสินค้าที่ไม่เข้าข่ายเป็นของเล่น 2. เพิ่มเติม คำนิยาม “ของเล่น” ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ที่ถูกออกแบบหรือมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนเพื่อใช้เล่นสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี 3.ขยายระยะเวลา ใบรับรองการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐาน (Certificate of Conformity : CoC) จากอายุ 3 ปี เป็น 5 ปี และระยะเวลาการประเมินผลบำรุงรักษา (การตรวจสอบและการทดสอบ) จาก 6 เดือน เป็น 12 เดือน หลังจากออก CoC

4.ข้อกำหนดใหม่ การระบุตัวตนของผู้ผลิต (ID) บนบรรจุภัณฑ์ ได้แก่ ชื่อบริษัท หรือชื่อทางการค้าและ/หรือการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและที่อยู่ ทั้งนี้ รายละเอียดข้างต้นจะต้องระบุให้ชัดเจนหากมีการย่อ 5. คำเตือน เช่น 1. กำหนดข้อความหรือคำเตือนสินค้าลูกแก้วสำหรับเด็กที่มีอายุ 0 – 3 ปี 2. คำเตือนบนบรรจุภัณฑ์สำหรับของเล่นที่เกี่ยวกับกีฬาทางน้ำ และ 3. คำเตือนบนยางกัดและของเล่นที่หมุนไปมาได้ เป็นต้น

จากข้อมูลไทยส่งออกสินค้ากลุ่มของเล่นไปยังบราซิล (HS Code 50) ช่วงปี 2560-62 มีมูลค่า 92.8 93.4 และ 85.5 ล้านบาทตามลำดับ ล่าสุด 6 เดือนแรกปี 2563 ส่งออก 42.9 ล้านบาท ลดลง 0.46% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการ/ผู้ส่งออกศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.sgs.com/en/news/2020/07/safeguards-10720-brazil-revises-regulations-on-toys-and-school-supplies

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กป้อม เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ป่าไม้แห่งชาติ ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม เพื่อประโยชน์ปชช.
บทความถัดไป“บิ๊กตู่” ขู่​ ถ้ายังมัวตีกันเศรษฐกิจจะฟื้นตัวช้า​ กลับไปเหมือนปี’57