พาณิชย์ กระตุ้นเอกชนใช้บิ๊กดาต้า ยกระดับการค้า-เตือนภัยรับนิวนอร์มอลหลังโควิด

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะ Mr. Big Data ของกระทรวง เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ใช้เทคโนโลยียกระดับการบริการประชาชนของกระทรวงให้ดียิ่งขึ้น เริ่มนำร่องระบบปักหมุดร้านสมาร์ทโชวห่วยช่วงโควิด ระบบข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงขยายตลาดผลไม้เชิงรุกรองรับช่วงผลไม้ออกสู่ตลาด รวมทั้งมีแผนเปิดตัวระบบบริการข้อมูลเศรษฐกิจการค้าเชิงลึก สำหรับผู้ประกอบการ ประชาชน ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อวางแผนการดำเนินธุรกิจ ช่วงเดือนสิงหาคม 2563 ฉลองครบรอบ 100 ปีกระทรวงพาณิชย์

ทั้งนี้ ในการผลักดันการใช้ Big Data กระทรวงตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านการเชื่อมโยงข้อมูล และการใช้ประโยชน์ข้อมูลขนาดใหญ่ โดยตนเป็นประธาน มีแผนแม่บทการพัฒนา MOC Big Data Roadmap เป็นแนวทางขับเคลื่อน ล่าสุดกรมพัฒนาธุรกิจการค้าร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และ สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) นำร่องเปิดตัวระบบปักหมุดบริการข้อมูล ค้นหาร้านโชวห่วยใกล้บ้าน เพื่อให้ประชาชนทราบข้อมูลร้านค้า เพื่อสั่งซื้อสินค้าหรือเลือกใช้ร้านค้าที่มีบริการส่งถึงบ้านในช่วงกักตัวอยู่บ้านรับมือกับการระบาดของโควิดที่ผ่านมา รวมทั้งยกระดับร้านโชวห่วยให้ปรับตัวและยกระดับสู่โลกออนไลน์มากขึ้น ด้วยการบริการผ่านเว็บไซต์ https://สมาร์ทโชวห่วยเดลิเวอรี่.moc.go.th และ Line ของ DGA (@dgachatbot)

นอกจากนี้ อยู่ระหว่างออกแบบและพัฒนาระบบข้อมูลเพื่อเชื่อมโยงขยายตลาดผลไม้เชิงรุกรองรับช่วงผลไม้ออกสู่ตลาด เน้นผลไม้ 9 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลำไย ลองกอง ลิ้นจี่ สับปะรด มะพร้าวโรงงาน และมะม่วง เกรดส่งออก เพื่อเป็นเครื่องมือให้พาณิชย์จังหวัดช่วยเชื่อมโยงตลาดผลไม้เชิงรุก แก้ปัญหาผลไม้ล้นตลาดหรือขยายตลาดผลไม้ และตามนโยบายยกระดับพาณิชย์จังหวัดให้เป็นเซลส์แมนผลไม้
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสนค. กล่าวว่า ปีนี้ สนค. มีแผนการพัฒนาระบบข้อมูลขนาดใหญ่ต่อเนื่องจากปี 2562 จำนวน 3 โครงการ คือ 1.ต่อยอดระบบติดตามสินค้าเกษตรพื้นฐาน คือ ข้าว ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และทุเรียน โดยใช้ปี 2562 ฐานข้อมูลการค้าสินค้าเกษตรพื้นฐาน ทั้งด้านการผลิต ราคา การนำเข้าส่งออก เพื่อให้ผู้บริหารสามารถกำหนดนโยบายที่ทันต่อเหตุการณ์และคาดการณ์ได้ และปี 2563 จะพัฒนาข้อมูลให้มาจากแหล่งต่างๆในส่วนของข้อมูลสินค้าเกษตรด้านการส่งออก ทั้งปริมาณ ตลาดที่ส่งออก และตลาดที่มีศักยภาพ จะเปิดให้ประชาชนเข้าใช้กลางปีนี้

2. ระบบข้อมูลจังหวัดและฐานราก จะพัฒนาระบบการเชื่อมโยงข้อมูลจากพาณิชย์จังหวัดและหน่วยงานอื่นในระดับจังหวัด เช่น เกษตร อุตสาหกรรม สภาหอ สภาอุตสาหกรรมรายจังหวัด เข้ามาอย่างเป็นเอกภาพและเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งเป้าหมายคือ สามารถวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าในระดับจังหวัดและระดับภูมิภาค วิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจรายจังหวัด สินค้าเกษตรที่มีศักยภาพเพาะปลูกในเขตนั้น พร้อมทั้งการขยายโอกาสการส่งออกของท้องถิ่น ที่จะช่วยส่งเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากได้

3.ระบบบริการข้อมูลการค้าเชิงลึก (Trade Analytics Information) เป็นระบบให้บริการข้อมูลต่อผู้ประกอบการและประชาชน โดยเป็นข้อมูลการค้าเชิงลึกเพื่อวางแผนธุรกิจ รวมไปถึงขยายโอกาสทางการค้า พัฒนาธุรกิจสินค้าหรือบริการให้สอดคล้องความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้น ในส่วนนี้จะเน้นข้อมูลที่มีการวิเคราะห์มาแล้วในลักษณะเป็นบทวิเคราะห์ บทความ เอกสารศึกษา และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการค้า ทั้งรายประเทศ รายสินค้า และแนวโน้มที่น่าสนใจ แต่ไม่ใช่ตัวเลขดิบ ซึ่งตรงนั้นแต่ละกรมที่ดูแลเก็บข้อมูล จะเป็นผู้ดูแลต่อไป โดยส่วนนี้จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าใช้ได้ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม 2563 นี้

นางสาวพิมพ์ชนก กล่าวว่า จากการเกิดปัญหาโรคโควิด-19 ทำให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการเก็บข้อมูลและการนำข้อมูลมาใช้ในงานด้านต่าง ๆ ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์เน้นนำระบบ Big Data มาใช้เพื่อการบริหารนโยบายเชิงรุกและการให้บริการข้อมูลการค้าเชิงลึกกับผู้ประกอบการและประชาชน โดยหวังว่าเมื่อมีข้อมูลที่มีคุณภาพและเป็นระบบ จะสามารถคาดการณ์สถานการณ์และเตือนภัยล่วงหน้าได้


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 31 พ.ค. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กแดง’ เผยครบ 6 ปีรัฐประหารไม่น่ามีอะไร คุมเข้มทบ.เป็นเป้ายิงเลเซอร์
บทความถัดไปกมธ.ป.ป.ช. ลุยสอบปมกันตุนหน้ากากต่อ เรียก “จุรินทร์” แจง 27 พ.ค.นี้