ผ่านแล้ว! งบ’63 หลังสภาป่วน องค์ประชุมไม่ครบ ดำน้ำโหวตไปไกล จนต้องโหวตใหม่

สภาวุ่น เริ่มต้นโหวตงบ’63 ทั้งร่างใหม่ หลังมาตรา 6 องค์ประชุมไม่ครบ ต้องล่ม แต่ดำน้ำโหวตมากระทั่งม.31 ด้านส.ส.เสียงแตกหาทางออก สุดท้าย “ชวน” ชี้ขาด “เรืองไกร” แสดงสปริต ไม่อภิปราย สมาชิกเฮลั่น ก่อนไล่โหวตทีละมาตรา จน ครบ

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่อาคารรัฐสภา การพิจารณาพรบ.งบประมาณ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างพักการประชุม ซีกรัฐบาลได้หารือถึงปัญหาการลงมติในมาตรา 6 ว่าด้วยงบกลาง วงเงิน 518,770,918,000 บาท ที่เกิดข้อผิดพลาด จากองค์ประชุมไม่ครบระหว่างการโหวตลงมติ เนื่องจากตอนโหวตลงมติเห็นชอบในมาตราดังกล่าวผลการลงคะแนนเสียง ปรากฏมติ 238 ต่อ 0 งดออกเสียง 7 นั้น มีจำนวนสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมเพียง 245 คน ถือว่า ไม่ครบองค์ประชุม จนนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ต้องทักท้วงกลางที่ประชุม แต่นายชวนยืนยันว่า ดำเนินการถูกต้องแล้ว และให้ดำเนินการประชุมต่อไป จึงทำให้การพักประชุมเพื่อหารือแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นเวลา 1 ชั่วโมงกว่า จึงกลับมาประชุมใหม่ได้

จากนั้น เวลา 14.15 น. การประชุมเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยก่อนเข้าสู่มาตราที่ค้างพิจารณาตามลำดับ นายชวนได้หารือถึงปัญหากานับองค์ประชุม และลงมติ ในมาตรา 6 ที่มีความเห็นแตกต่างกัน ทั้งฝ่ายกฎหมายและฝ่ายการเมือง ทั้งนี้มีส.ส.ที่กังวลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอาจะถูกยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยใหม่ จนอาจทำให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 2563 ล่าช้าอีก โดย นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะวิปรัฐบาล ขอหารือว่า มีข้อเคลือบแคลงเรื่องการโหวตมาตรา 6 ที่มีปัญหาเรื่ององค์ประชุมครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากตอนเวลา 11.17 น. ได้มีการเช็กองค์ประชุมก่อนลงมติโหวตพบว่า มีองค์ประชุม 253 เสียงถือว่า ครบองค์ประชุม แต่ต่อมาเวลา 11.18 น. ในตอนโหวตลงมติมาตรา6 ที่ห่างกันแค่ 1นาที ปรากฏว่า มีองค์ประชุมเหลือแค่ 245 เสียง หายไป 8เสียง

“ผมได้สอบถามทั้ง 8 คนแล้วยืนยันว่า อยู่ในห้องประชุมครบโดยตลอด จึงเป็นไปได้อาจเกิดข้อผิดพลาดได้ใน 3 ประการ ได้แก่ 1.ปัญหาเครื่องลงคะแนนที่กดบัตรแล้ว คะแนนไม่ขึ้น 2 ส.ส.เสียบบัตรลงคะแนนผิด 3.เสียบบัตรแสดงตนเป็นองค์ประชุมแล้ว แต่ลืมกดปุ่มตอนลงมติ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะลืมกดพร้อมกัน 8 คน ทั้งนี้ ได้คุยกับหลายคนแล้ว เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ จึงขอหารือให้โหวตลงมติกันใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นไป จะได้ไม่มีใครไปยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยอีก ถ้าไปเริ่มโหวตตั้งแต่มาตรา6 ใหม่ คงไม่ทำให้เกิดความล่าช้า” นายวิรัช กล่าว

ขณะที่ นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า การแสดงตนเป็นองค์ประชุมในทุกมาตรามีเสียงเกิน 249 คนตลอด แต่ความผิดพลาดในมาตรา 6 ที่ตอนแสดงตนเป็นองค์ประชุม เมื่อเวลา 11.17 น.มีผู้แสดงตนเป็นองค์ประชุม 253 เสียง แต่ตอนลงมติมาตรา 6 เวลา 11.18 น. กลับมีองค์ประชุมหายไป 8 คน จึงอาจมีความผิดพลาด 3 ประการ ทั้งความผิดพลาดเรื่องเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการเสียบบัตรผิดพลาด และการหลงลืมในการเสียบบัตร อย่างไรก็ตามสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยืนยันว่า การแสดงตนเป็นองค์ประชุมครบถ้วนมาตลอด

ทั้งนี้ ส.ส. 8 คน ที่ปรากฎชื่อหายไประหว่างการโหวตลงมติ มาตรา 6 อาทิ นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ต่างยืนยันว่า ได้อยู่ในห้องประชุม และได้ร่วมการแสดงตนเป็นองค์ประชุม และโหวตลงมติด้วย ด้านนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ลุกอภิปรายว่า แม้ฝ่ายค้านจะไม่ร่วมการพิจารณา แต่กระบวนการเช่นนี้น่าจะจบได้ด้วยความเรียบง่าย อย่ามาบอกว่า เครื่องลงคะแนนมีปัญหา เพราะถ้ามีปัญหาจริง แล้วการลงมติกันมาไม่รู้กี่ฉบับจะว่าอย่างไร จึงอยากขอร้องให้สภา ในฐานะที่กินเงินเดือนเป็นแสน ขอให้ทำหน้าที่ให้ครบถ้วน ไม่ต้องไปอยู่ในหลังสภาเดินอยู่กันฝุ่นตลบ ก็จะไม่มีปัญหา จนทำให้ ส.ส.ซีกรัฐบาล ลุกขึ้นประท้วง

กระทั่ง นายชวน ได้ขอความเห็นจากสมาชิกว่า ควรจะย้อนกลับไปลงมติใหม่ตั้งแต่มาตรา 6 เป็นต้นมาหรือไม่ เพื่อป้องกันการไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งสมาชิกได้แสดงความเห็นอย่างกว้างขวาง อาทิ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เสนอให้โหวตใหม่เฉพาะมาตรา 6 ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้ยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในอดีต ที่เคยวินิจฉัยให้ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 7ฉบับ ช่วงปี 2551 ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีองค์ประชุมไม่ครบระหว่างลงมติรายมาตรา ดังนั้น จึงไม่ต้องไปหาสาเหตุว่า ความผิดพลาดเกิดจากอะไร แต่ต้องไปแก้ไขให้ถูกต้องตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเสนอให้แก้ไข จึงอยากให้เริ่มโหวตใหม่ตั้งแต่มาตรา 1 ชื่อร่างพ.ร.บ.เป็นต้นมา งบประมาณแผ่นดินจะได้ความปลอดภัย

ทั้งนี้ หลังจากที่ประชุมได้ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางเสียเวลาไปร่วม 45 นาที นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงเสนอความเห็นให้ไปโหวตใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่มาตรา 1 โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ลุกขึ้นสนับสนุนแนวทางของนายชวน ในที่สุดที่ประชุมจึงเห็นพ้องต้องกันให้ไปเริ่มโหวตลงมติใหม่ตั้งแต่ มาตรา1 ชื่อร่างพ.ร.บ.เป็นต้นมา โดยเริ่มโหวตใหม่ในเวลา 15.00 น. ซึ่ง นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตกมธ.เสียงข้างน้อย ได้ขอถอนการอภิปรายที่สงวนความเห็นไว้ตั้งแต่ มาตรา1-31 เพื่อให้การประชุมเป็นไปด้วยความราบรื่นและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทำให้ส.ส.ในห้องประชุมพากันปรบมือให้นายเรืองไกร

กระทั่งเวลา 16.30 น. เมื่อการพิจารณาในวาระที่ 2 เสร็จสิ้น นายชวน หลีกภัย ประธานการประชุมฯ ได้ให้สมาชิกแสดงตน เพื่อลงมติในวาระที่ 3 โดยที่ประชุมฯมีมติ เห็นชอบ 257 เสียง ไม่เห็นชอบ 1 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุมฯทั้งหมด 261 เสียง โดยใช้เวลาการประชุมฯทั้งสิ้น 7 ชั่วโมง

ก่อนทีประธาน จะสั่งปิดประชุมในเวลา 16.30 น.

 

 

บทความก่อนหน้านี้อ.รัฐศาสตร์ มช. แนะ อย่าเลือกปฏิบัติ ปมบังคับทหารเกษียณย้ายออก ชี้ถ้าธรรมาภิบาลไม่ชัด ภาพกองทัพยิ่งติดลบ
บทความถัดไป‘อนุทิน’ ขอบคุณส.ส.แทนบิ๊กตู่ ‘วีระกร’ ฮา ชวนกมธ.ถ่ายรูป บอกไม่มีครั้งไหน โหวตถึง3ครั้ง