‘สุวิทย์’ พบทุนจีนเทคโอเวอร์ ม.เอกชนไทย ทำหนังสือถึง ‘ประยุทธ์’ ตั้งกก.เฝ้าระวังฯ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยว่า ตนได้ทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่องที่มีกลุ่มทุนจีนเข้ามาซื้อกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนของไทย ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีทุนจีน เข้ามาถือหุ้นสถาบันอุดมศึกษาของไทย ประมาณ 2-3 แห่งเท่านั้น ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เนื่องจากนิติบุคคลที่ขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสถาบันการศึกษาเป็นบริษัทของไทย แต่จีนเข้ามาถือหุ้น ขณะเรื่องกรรมสิทธิ์การถ่อครองที่ดิน ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ของมหาวิทยาลัย

นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า แต่อย่างไรก็ตาม อว.ไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีการวางแผนรับมือกับเรื่องดังกล่าว โดยได้ร่วมกันตั้งคณะทำงานเฝ้าระวังฯ ซึ่งมีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ อว. กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กรมที่ดิน สภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ฯลฯ เป็นคณะทำงาน ทั้งนี้ เบื้องต้นตนได้สั่งการให้เน้นเรื่องของการกำกับดูแลเรื่องคุณภาพมาตรฐาน/การจัดการศึกษาภายใต้กฏหมายอุดมศึกษา เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และมาตรฐานการจัดการศึกษาของไทย และกำชับให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ต้องเข้าไปกำกับดูแลเรื่องมาตรฐานการจัดการศึกษาของสถาบันเหล่านั้นและต้องประสานกระทรวงต่างประเทศเรื่องกระบวนการออกวีซ่านักศึกษาต่างชาติ และประสานกระทรวงแรงงาน เรื่องการลักลอบทำงาน เช่น ร้านขายอาหาร ขายของตามพื้นที่ต่างๆ หรือทำธุรกิจในไทย อย่างใกล้ชิด

นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าว ตนได้เสนอนายกรัฐมนตรี ว่า กระทรวงพาณิชย์ ต้องไปพิจารณาการถือหุ้นแบบนอมินี ว่ามีกฎหมายอะไรควบคุมอยู่ รวมทั้งการออกวีซ่า นักเรียน นักศึกษา ของกระทรวงต่างประเทศ ต้องมีความชัดเจน เหมือนสหรัฐอเมริกา (J1 visa) และกำหนดระยะเวลาที่อยู่ในไทยให้เหมาะสม ขณะที่ ตม. ต้องเข้มงวดการตรวจคนเข้าเมือง และ ตำรวจ ต้องกวดขันเรื่องการตรวจและรายงานผลกรณีพบนักศึกษาต่างชาติที่ลักลอบไปทำงาน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม อว. พร้อมจะเป็นเจ้าภาพเชิญประชุมทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

บทความก่อนหน้านี้พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ประกาศนโยบายและแผนความมั่นคงแห่งชาติ 2562-2565
บทความถัดไป“ไพบูลย์” รับ พปชร. เสนอชื่อนั่ง กมธ. ป.ป.ช. ลั่น ตัวเองมีประโยชน์ต่อ กมธ.