อนค.ถามบิ๊กตู่ โรงงานปิด-ตกงานเพียบ หม่อมเต่าแจง ให้ใจเย็น รออีก 2 ปี ดีขึ้นแน่นอน

วิโรจน์ อนาคตใหม่ ตั้งกระทู้ถามบิ๊กตู่ แก้ปัญหาเศรษฐกิจ หลังโรงงานปิด-คนตกงานเพียบ คาดต้นเหตุคือ ประยุทธภัย หม่อมเต่ารีบแจง บอกให้ใจเย็น รออีกปีสองปีจะเดินดีแน่นอน

เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา เกียกกาย ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ตั้งกระทู้สดถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเกี่ยวกับมาตรการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ โดยนายกฯ มอบหมายให้ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มาเป็นผู้ตอบคำถามแทน ทั้งนี้ เป็นการถามทีละคำถาม สลับกับการตอบของรัฐมนตรีแต่เนื่องจากผู้ถามรู้สึกเหมือนตอบไม่ตรงคำถาม และยังไม่ได้รับคำตอบ คำถามสุดท้ายจึงเหมือนย้ำถามเพื่อความชัดเจน

นายวิโรจน์กล่าวว่า มาตรการการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งจากข้อมูลกรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุ ตั้งแต่ มกราคม-ตุลาคม 2562 มีโรงงานที่เลิกกิจการ 1,989 แห่ง ซึ่งกระทบกับการจ้างงานเกือบ 50,000 คน หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ส่งออกไม่ดี ท่องเที่ยวไม่ได้ผลจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ถามว่า 1.รัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่เป็นรูปธรรมอะไรบ้างที่จะแก้ไขปัญหาและเยียวยา 2.อัตรากำลังการผลิตใน ก.ย.2562 อยู่ที่ 64.73% ต่ำสุดนับแต่เดือนธันวาคม 2554 หรือในรอบ 94 เดือน หรือเกือบ 8 ปี ซึ่งครั้งนั้นเราเจอปัญหาอุทกภัย แต่คราวนี้เป็น “ประยุทธภัย” คำถามคือ มาตรการระยะสั้นที่ประชาชนคาดหวังได้ในระยะสั้น คือ เดือนหน้าหรือภายในปีนี้หรือต้นปีหน้าคืออะไร และ 3.ขอถามจริงๆ ว่ามาตรการที่จะเข้าไปแก้ไขเศรษฐกิจ ประชาชนคงต้องรอ Altis ใหม่ D-Max ใหม่ หรือชิมช้อปใช้ซึ่งก็ล้มเหลว แค่นี้จริงๆ หรือ ไม่มีอะไรเลยจริงๆ

ผู้สื่อข่าวรายงาน ม.ร.ว.จัตุมงคลตอบคำถามโดยสรุปว่า โรงงานเปิดใหม่สูงกว่าโรงงานปิดเกือบ 2 เท่าตัว เพราะประเทศไทยกำลังเจริญเติบโต มีหลายโรงงานที่อยู่ในธุรกิจที่ไม่ใช่ ต้องปิดแล้วไปเปิดโรงงานใหม่ คนงานออกไปเดือนละเฉลี่ย 4-5 พันคน เดือนเดียวก็หางานใหม่ได้หมด กระทรวงฯหางานให้ มีงานว่างรออยู่กว่า 76,000 ตำแหน่ง และยังมีการฝึกคนงานให้เข้ากับการจ้างงานในยุคใหม่มากขึ้น ส่วนอัตราการกำลังการผลิต 65% น่าดีใจแล้ว เพราะตนเคยเห็นต่ำกว่า 40% อัตรากำลังการผลิตที่ใช้ 65% นี้เป็นปกติ เป็นอัตราที่กำลังพอดีพอเหมาะแล้ว ส่วนจะลงต่ำกว่านั้นหรือไม่ ตอนนี้การเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐในขณะนี้แนวโน้มดีขึ้น คำถามคืออุตสาหกรรมไทยสามารถเข้าไปเอาประโยชน์ได้อย่างไรหรือไม่

และระบุว่า แนวทางการพัฒนาประเทศต้องเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่การสร้างอุตสาหกรรม รัฐบาลที่แล้วไม่ได้ทำโครงการที่เป็น logistic จนมีโครงการแรกออกมาเมื่อเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว และตอนนี้โครงการเริ่มเดินหมดแล้ว ภายในสัก 1-2 ปีเงินจะเริ่มออกมา หมุนเวียนในเศรษฐกิจเป็น 1.7 เท่า ส่วนโครงการอื่นๆ ที่กระตุ้นการใช้จ่ายก็มีความจำเป็นในสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ แต่โดยรวมแล้วประเทศจะเจริญไม่ได้เลยถ้าไม่มีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งตอนนี้เริ่มเดินแล้ว กรุณารออีกสักปีหรือสองปีจะเดินดีกว่านี้

บทความก่อนหน้านี้‘เอ๋’ ส่อรอด ‘ธรรมนัส’ ฟันธงที่ดินฟาร์มไก่ไม่ได้บุกรุก ส.ป.ก.
บทความถัดไปศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ : พระนเรศวร หรือพระเจ้าบุเรงนอง ใครสร้างเจดีย์ภูเขาทอง ที่กรุงศรีอยุธยา?