จ่อเรียกตัว “เอ๋ ปารีณา” นำชี้แนวเขตที่ดิน ภบท.5 หากอยู่ในเขตป่าเจอฟันตามกฎหมาย

จ่อเรียกตัว “เอ๋ ปารีณา ” นำชี้แนวเขตที่ดิน ภบท.5 หากอยู่ในเขตป่าเจอฟันตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบที่ดิน ภบท.5 ของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ กว่า 1,700 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้ป่าไม้จังหวัดราชบุรีประสาน ส.ป.ก.ราชบุรี ร่วมพิจารณาและเตรียมพร้อมตรวจสอบ ทั้งนี้เจ้าของที่ดินทั้ง 85 แปลง จำนวน 1,706 ไร่ ทับซ้อนกันอยู่ ระหว่างที่ดินป่าสงวนแห่งชาติกับ ส.ป.ก. ต้องนำชี้ขอบเขตที่ดินเพื่อจะได้นำแนวเขตมาตรวจสอบกับแนวเขตที่ดินของรัฐเช่น ป่าสงวนฯ ปี 2527 หรือ ส.ป.ก.ปี 2554 เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนว่าที่ดินดังกล่าวมีสถานภาพเป็นอย่างไรและอยู่ในแนวเขตที่ดินของรัฐทั้งแปลงหรือเนื้อที่เท่าใดและจะเปิดโอกาสให้เจ้าของที่ดินหรือผู้ถือครองกรรมสิทธิ์นำเอกสารมาชี้แจงและนำชี้ด้วย

ด้านนายสมชาย เปรมพาณิชย์นุกูล ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 ราชบุรี. เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ว่าราชการ จ.ราชบุรี ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ส.ป.ก. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อตรวจสอบที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ซึ่งการจะนำพิสูจน์ที่ดิน ภบท. 5 จะต้องให้ผู้ถือครองสิทธิ์มาชี้ขอบเขต ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าผู้ถือครอง ภบท. 5 เป็นชื่อ น.ส.ปารีณาหรือชื่อคนอื่น ซึ่งเจ้าของต้องมาแสดงตัว ถ้า น.ส.ปารีณาเป็นเจ้าของจะต้องมาแสดงตัวเพื่อนำชี้แนวเขตทั้ง 85 แปลง เพื่อใช้พิกัดพิสูจน์ว่าพื้นที่ใดเป็น ส.ป.ก.หรือพื้นที่ใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม น.ส.ปารีณา ไปแจ้งบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อป.ป.ช.ว่าถือครองที่ดิน. ภบท. 5 ต่อ ป.ป.ช. จะใช่คนเดียวกับคนที่ไปเสียภาษีดอกหญ้าหรือไม่ ดังนั้นน.ส. ปารีณาจะต้องมาชี้แจ้งต่อจังหวัด และ ป.ป.ช. และหากตรวจสอบพบว่าใน 85 มีพื้นที่ป่าสงวนฯ รวมอยู่ด้วยก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

บทความก่อนหน้านี้ครม.ไฟเขียว ทส.จ่อออกกฎหมายห้ามใช้ถุงพลาสติก
บทความถัดไปE-DUANG : บทบาท สื่อของ พลังประชารัฐ กระหน่ำ รัฐมนตรี ภูมิใจไทย