สปป.ลาวเฟื่องฟู เขตศก.พิเศษสามเหลี่ยมทองคำขยายตัว ทุ่มทุนทะลุ 2 หมื่นล้าน

default

รายงานข่าวจากชายแดนไทย-สปป.ลาว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย แจ้งว่าเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ทางคณะคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้าม อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ได้มีหนังสือประกาศไปถึงนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่เรียนจบการศึกษาระดับวิชาชีพ ที่อาศัยอยู่ในแขวงบ่อแก้ว ว่าปัจจุบันเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าวได้เปิดรับสมัครผู้ที่สนใจจะเข้าไปทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำเป็นจำนวนมาก โดยการว่าจ้างงานดังกล่าวเป็นไปตามความเห็นชอบระหว่างคณะคุ้มครองเขตและกลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำ จำกัด และวิทยาลัยเทคนิค-วิชาชีพทองสะบา สปป.ลาว วัตถุประสงค์เพื่อว่าจ้างประชาชนชาวลาวให้ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานมากขึ้น อย่างไรก็ตามไม่ได้แจ้งจำนวนที่ชัดเจน

น.ส.ผกายมาศ เวียร์ร่า รองประธานหอการค้า จ.เชียงราย เปิดเผยว่า เอกสารการประกาศรับสมัครมีกำหนดการแจ้งแก่ผู้สนใจที่จะสมัครเข้าไปทำงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำว่า เปิดรับสมัครในวันพุธที่ 23 ต.ค.นี้ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป ณ วิทยาลัยเทคนิค-วิชาชีพ ทองสะบา ตั้งอยู่เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย โดยให้ความสำคัญกับผู้ที่มีความสามารถด้านการสื่อสารด้วยภาษาจีนเป็นพิเศษ กระนั้นหากว่าผู้ที่ไปสมัครไม่มีความรู้ด้านภาษาจีนทางโครงการก็มีนโยบายในการฝึกอบรมให้เป็นเวลานาน 3 เดือน โดยตลอดระยะเวลาการฝึกอบรมจะมีที่พักให้ด้วย จากนั้นเมื่อผ่านการฝึกอบรมจะมีการทดสอบ เพื่อคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถเข้าเป็นพนักงานของเขตเศรษฐพิเศษสามเหลี่ยมคำดังกล่าวต่อไป

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าสำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำดังกล่าว ทาง สปป.ลาว ได้จัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษมาตั้งแต่ปี 2543 โดยให้สัมปทานแก่กลุ่มบริษัทดอกงิ้วคำจากประเทศจีนเป็นระยะเวลา 99 ปี ภายในมีการพัฒนาเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม การท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ทห้องพักต่างๆ พื้นที่ทางธรรมชาติ ท่าเรือแม่น้ำโขง ฯลฯ บนเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 10,000 เฮ็กตาร์ แต่เป็นพื้นที่ป่าที่ต้องอนุรักษ์เอาไว้ประมาณ 7,000 เฮ็กตาร์ จึงเหลือพื้นที่เพื่อพัฒนาสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้ประมาณ 3,000 เฮ็กตาร์ ปัจจุบันเข้าไปดำเนินการพัฒนาดังกล่าวเพียงประมาณ 700 เฮ็กตาร์ และทุกต้นปีจะมีการจัดงานเทศกาลดอกงิ้วบานบนเกาะดอนซาวภายในเขตดังกล่าว เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการ ขณะที่ในปัจจุบันการก่อสร้างโครงการเติบโตขึ้นอย่างมาก จนสามารถมองเห็นอาคารใหญ่โตจากฝั่งไทยได้อย่างชัดเจน คาดว่าเขตแห่งนี้มีการลงทุนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท และมีนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่ไปพักผ่อนและเข้าไปเล่นสถานบันเทิงหรือคาสิโนปีละกว่า 100,000 คน ส่งผลทำให้มีความต้องการพนักงานที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาจีนจำนวนมาก

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทย” ชวนปชช.จับตารัฐบาลใช้เงินนอกระบบ พบทำงบฯ63 ไม่โปร่งใส
บทความถัดไปการต่อสู้กับความทุกข์ด้วยการทำงานศิลปะ ของ ประดิษฐ์ ตั้งประสาทวงศ์