ส.ส.พปชร. รุดหารือดีเอสไอ เอาผิด บัตรพลังงานลวงโลก แฉจดทะเบียนขายสบู่แถมบัตร

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่กรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) นายศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ เดินทางเข้าหารือกับ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ และรองโฆษกดีเอสไอ พร้อมขอความเป็นธรรมเพื่อหามาตรการดำเนินการเรื่อง “บัตรลวงโลก” ที่อ้างว้าสัมผัสแล้วจะหายจากโรคภัย หลังมีประชาชนในภาคอีสานถูกหลอกให้ซื้อสินค้าจำนวนมาก นายศาสตรา กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งว่าบริษัทที่จัดทำบัตรพลังงานตั้งอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ โดยบริษัทได้จดทะเบียนขายสบู่ แต่แถมบัตรสมาท์การ์ดที่อวดอ้างสรรพคุณต่างๆ มากมาย ซึ่งบริษัทจะเปิดเป็นครั้งคราวเพื่อประชุมเท่านั้น ล่าสุดทีมงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทราบว่าบริษัทยังเปิดทำการอยู่ ทำให้สงสัยว่าบริษัทดังกล่าวจะประกอบกิจการแชร์ลูกโซ่ด้วยหรือไม่ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งดีเอสไอและสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ช่วยลงไปพิสูจน์และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเพื่อไม่ให้ชาวบ้านโดนหลอกอีก ทั้งนี้ ในส่วนของพื้นที่หาดใหญ่และสงขลายังไม่ได้รับแจ้งมีผู้เสียหาย แต่หากประชาชนในพื้นที่ได้รับความเสียหายขอให้ร้องเรียนกับตนหรือดีเอสไอ ในส่วนตนจะช่วยเหลือเงินชดเชยให้ก่อนคนละ 20,000 บาท

พ.ต.ท.อานนท์ อุนทริจันทร์ รอง ผอ.กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กล่าวว่า พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้สั่งการให้กองคดีเร่งรัดกระบวนการตรวจสอบ และบูรณาการข้อมูลกับกองคดีพิเศษภาค รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยให้ข้อมูลกับประชาชนในเชิงป้องปราบด้วย ในส่วนของการตรวจสอบเบื้องต้นเป็นลักษณะธุรกิจเครือข่ายที่กระทบต่อประชาชนวงกว้าง จะตรวจสอบให้พิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ ผอ.กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง สคบ.กล่าวว่า ตั้งแต่ทราบข่าวผู้บริหาร สคบ.ก็มีการสั่งการให้กองธุรกิจขายตรงฯ ตรวจสอบ เบื้องต้นทราบว่าบริษัทดังกล่าวได้จดทะเบียนขายสินค้าบางประเภทกับ สคบ.ไว้ แต่ไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งเพิ่มเติมเพื่อขายสินค้าบัตรพลังงาน ขณะที่การโฆษณามีลักษณะที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่ง สคบ.จะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ระเอียดอีกครั้ง หากพบผิดจริงก็จะดำเนินการเด็ดขาด

พ.ต.ต.วรณันกล่าวว่า ตนทราบข้อมูลจากสื่อว่ามีการตรวจพบสารกัมมันตภาพรังสีในบัตรพลังงาน แต่การดำเนินการอาญาต้องมีข้อเท็จจริงที่ชัดเจน ซึ่งดีเอสไอยังไม่ได้รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษจึงเป็นหน้าที่ของตำรวจพื้นที่ตรวจสอบ ในส่วนของดีเอสไอจะประสานกองคดีพิเศษภาคเข้าพื้นที่โดยเร็วเพื่อดำเนินการกับสิ่งที่ทำได้ก่อน และนำมาพิจารณาดูว่าคดีนี้อยู่ในอำนาจการสอบสวนของดีเอสไอหรือไม่ หรือจะสนับสนุนการทำงานหน่วยงานอื่นอย่างไร รวมทั้งจะยับยั้งไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอย่างไร

มติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้7 พรรคฝ่ายค้านถกแผนทำงานทั้งในและนอกสภา เน้นปมแก้ รธน.-ตรวจสอบรัฐบาล
บทความถัดไปเอาจริง!! ส.ส.อีสานพปชร.ถกพรุ่งนี้ ขอตำแหน่งบริหาร ถ้าไม่ได้ ขู่ทบทวนทำงานในอนาคต