EEC เร่ง “ไฮสปีด-มาบตาพุด” ท้องถิ่นหวั่นรีดภาษีชาวบ้านริมทางรถไฟ

สกพอ.เร่งเดินหน้า 2 โครงการโครงสร้างพื้นฐาน “รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน-ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด” ให้เห็นภาพชัดในปลายปีนี้ ขณะที่ประชุมยังกังวลเก็บภาษีภาคประชาชนตามเส้นทางรถไฟ ยืนยันจะเก็บเฉพาะกลุ่มผู้ลงทุนใหม่ พร้อมหารือกระทรวงการคลังถึงวิธีการจัดเก็บ

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (สกพอ.) หรือ EEC กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกแบบบูรณาการว่า โครงการโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะ 2 โครงการรถไฟความเร็วสูง กับโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุต คาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ภายในเดือนมิถุนายน 2562 พร้อมกับการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะเห็นการลงทุนในโครงการดังกล่าวในปลายปีนี้ ส่วนงบฯลงทุนนั้นอาจจะเห็นเม็ดเงินไม่สูง แต่ภายในปี 2563-2564 จะเห็นเม็ดเงินลงทุนเต็มที่ และในปี 2566 น่าจะเห็นการเปิดใช้บริการได้

นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมา สกพอ.ได้เดินหน้าและพิจารณาผลักดันในส่วนของด้านการศึกษาและการสาธารณสุข โดยมีความคืบหน้าไปมาก ส่วนการพัฒนาภาคการเกษตรทำไปมากเช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งอาจจะต้องศึกษาและพัฒนาเพิ่มเติมให้มากขึ้น ส่วนเรื่องแผนพัฒนาผังเมือง ขณะนี้แล้วเสร็จเกือบ 100% และได้หลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความร่วมมือและช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่

“แผนผังเมืองซึ่งแล้วเสร็จก็จะทำให้กรอบการลงทุนชัดเจนโดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งคาดจะเห็นแผนชัดเจนได้เร็วนี้และทำการลงทุนได้ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเมืองใหม่เมื่อผังเมืองโดยเฉพาะ 3 จังหวัดเสร็จก็จะเห็นแผนหรือมาตรการส่งเสริมได้เร็ว ๆ นี้ ซึ่งคณะกรรมการที่ดูแลอยู่ระหว่างการพิจารณา อีกทั้งก็ศึกษามาตรการในส่วนที่อยู่ในรัศมี 30 กิโลเมตร ในพื้นที่เป้าหมายด้วย สำหรับแผนผังเมืองให้ความสำคัญโดยเฉพาะในพื้นที่ป่าไม้ เกษตร ชายทะเล ที่จะไม่เข้าไปแตะต้อง หรือแตะต้องก็ต้องน้อยที่สุด”

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมหารือกันครั้งนี้ก็มีส่วนงานโดยเฉพาะหน่วยงานท้องถิ่นให้ความกังวลในเรื่องของการเก็บภาษีภาคประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่เส้นทางรถไฟความเร็วสูง เรื่องนี้อาจจะต้องหารือกับระทรวงการคลังโดยเฉพาะวิธีการจัดเก็บ แต่ยืนยันได้ว่าการจัดเก็บนั้นจะเก็บเฉพาะกลุ่มที่ลงทุนใหม่ตามเส้นทางดังกล่าวที่จะเกิดรายได้ แต่จะไม่ได้เก็บจากผู้อาศัยเดิมหรือประกอบกิจการเดิมอยู่แล้ว ส่วนวิธีเก็บอย่างไร จะต้องแบ่งจ่ายให้ส่วนกลางและท้องถิ่นไว้เพื่อพัฒนาชุมชนอย่างไรนั้น ก็จะหารือกันต่อไป

ส่วนอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้ประกาศเพิ่มเติมอีก 2 อุตสาหกรรม ได้แก่ อุตสาหกรรมด้านความมั่นคง กับอุตสาหกรรมด้านการศึกษา ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการหารือและจัดทำแผน ซึ่งก็มีผู้ที่สนใจลงทุนและอยู่ระหว่างการจัดทำแผน จะเห็นความชัดเจนเร็ว ๆ นี้

อย่างไรก็ตาม แผนเดินหน้า EEC แบ่งทำงานเป็น 4 ระยะ โดย 2 ระยะแรกดำเนินการไปได้มากแล้ว ส่วนระยะ 3 ต่อไปจะเร่งดึงการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและผังเมืองให้เห็นชัดในครึ่งปีหลัง

บทความก่อนหน้านี้จรัญ พงษ์จีน : ยังไงๆก็ได้ “ประยุทธ์” แต่…..
บทความถัดไป“หญิงหน่อย” ย้อนวันวาน 27 ปี “พฤษภาเลือด 35” ลั่นพร้อมทุ่มเทเอาเผด็จการแปลงร่างออกไป