“วุฒิ​ สภาทาส” หุ่นล้อการเมืองมธ.ปีนี้ จัดหนักอัด! พลังดูด “ดูเสร่อ” – ส.ว.250​ คน​

หุ่นล้อการเมืองมธ.แสบ! อัด​ พลังดูด “ดูเสร่อ” – ส.ว.250​ คน​ เป็น​ “วุฒิ​ สภาทาส” พร้อมถือป้ายร่ายโคลงสี่​ “คสช.อยู่ยั้ง​ ยืนยง​ ไทยย่อมทุกข์มั่นคง​ ทั่วหล้า” 

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ บรรยากาศงานฟุตบอลประเพณี​ธรรมศาสตร์​-จุฬา​ ครั้งที่​ 73​ มีสีสันจากฝั่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์​ ซึ่งปีนี้ได้กำหนดแนวคิด​ “The Way for Tomorrow : อนาคตใครนิยาม” โดยมีความน่าสนใจตั้งแต่แสตนด์เชียร์​ ที่มีป้ายแสดงหมายเลข​ “2582” อยู่ด้่านบนของแสตนด์ฯ​ พร้อมแปรอักษร​เป็นรูปตัวการ์ตูนโดเรม่อน​ มีข้อความว่า​ “สวัสดี​ เรามาจากโลกอนาคต” ชวนให้ตีความว่าเป็นตัวเลข​ของปีพ.ศ.และอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นยุทธศาสตร​์ชาติ​ 20​ ปี

ส่วนขบวนล้อการเมืองของม.ธรรมศาสตร์​ซึ่งเป็นจุดสร้างสีสันอย่างโดดเด่นให้กับงานฟุตบอลประเพณีฯในช่วง​ 2-3​ ปีที่ผ่านมา​ ในปีนี้​มีจำนวนหุ่นทั้งหมด​ 4 ตัว​แต่ละตัวสะท้อนประเด็นทางสังคมและการเมืองแตกต่างกัน​ โดยส่วนแรกของขบวน​ สะท้อนประเด็นที่ทางการไทยจับกุมและดำเนินคดีกับนายฮาคีม​ อัลอาไรบี​ อดีตนักฟุตบอลบาห์เรน​ซึ่งได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากประเทศออสเตรเลีย​ โดยนักศึกษาถือป้ายผ้าว่า​ #SaveHakeem ตามมาด้วยป้ายผ้า​ “หนีไป” และมีมาสคอตล้อ​ เป็นชายร่างสูงถือลูกบอลเข้าสนาม สวมชุดสีน้ำตาลแก่ๆ และมีโซ่คล้องที่ข้อมือ​ ทั้งนี้​ กลุ่มล้อฯอธิบายเพิ่มเติมว่า​

“ล้อการเมืองฯ มีความเห็นว่าหากประเทศไทยได้ส่งเขากลับไปยังดินแดนอันเป็นที่ๆเขาหนีตายมานั้น ต่อไปนี้ไทยคงไม่ใช่ที่สำหรับผู้ ‘หนีร้อนมาพึ่งเย็น’​ และภาพลักษณ์ของไทยทั้งในด้านมนุษยธรรมกับด้านกีฬา คงจะด่างพร้อยไปอีกนาน”

ส่วนหุ่นตัวที่​ 2 “Game​ of Trade” สะท้อนประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศ​อย่างเรื่องสงครามการค้าของ 2 มหาอำนาจ​ สหรัฐอเมริกา​และสาธารณรัฐประชาชนจีน​ โดยมีหมีพูห์ตัวจ้ำม่ำ และกัปตันผู้มีโล่ทวิตเตอร์เป็นอาวุธ​ คล้ายจะสื่อว่าเป็นประธานาธิบดีสีจิ้นผิง​ และนายโดนัลด์​ ทรัมป์ พร้อมกำแพงที่สื่อถึงกำแพงภาษี​ โดยนักศึกษาถือป้ายผ้า​ 4 ผืน​ มีข้อความว่า​ “อันกัปตันถือโล่กำแพงล้อม​ หมีพูห์ย่อมโต้ตอบสมศักดิ์ศรี​ บริวารพันธมิตร​ต่างถูกพลี​ สงครามนี้ใครจักนั่งบัลลังก์เงิน”

หุ่นตัวที่​ 3 “พลัง.ประสาน.ช่วย.รัฐทหาร” กลุ่มล้อฯอธิบายแนวคิดว่า​ เป็นเรื่องธรรมดาที่การตั้งพรรคการเมือง ต้องดูดนักการเมือง ส.ส.เก่า หรือผู้กว้างขวางในท้องที่ต่างๆ มาอยู่ในสังกัด​ ทว่าในสถานการณ์ที่รัฐบาลจะหันมาเล่นเกมการเมือง พวกเขาย่อมใช้พลังทรัพยากรของรัฐที่มหาศาลในการ “ดูด” นักการเมือง โดยไม่สนว่านักการเมืองเหล่านั้น จะเคยเป็นมิตร หรือเป็นศัตรู

แม้ว่าเดิมทีจะเคยด่านักการเมืองเหล่านั้นว่าเป็น “นักการเมืองน้ำเน่า” โดยนักศึกษาถือป้ายผ้าระบุข้อความว่า​ “เคยหาญหักนักการเมืองเคืองใจนัก มากลับหลักสร้างพรรคหนุนหมุนมอเตอร์​ เปิดเครื่องกลพลังดูดสูดนะเออ​ ดูเสร่อของเคยทิ้งกลับชิงมา” โดยตัวหุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องสูบน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่​

หุ่นตัวที่​ 4 “เลือกตั้งไม่ผิด​ ผิดที่สัญญา” กลุ่มล้อฯอธิบายแนวคิดว่า​ การเลือกตั้งถือเป็นปัจจัยหลักในระบบประชาธิปไตย และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม จึงต้องมีการกำหนดกติกาขึ้น แต่ในบ้านเมืองของเรา การเลือกตั้งไม่ได้เป็นการแสดงออกถึงอำนาจของประชาชน แต่กลับเป็นเครื่องมือรองรับการสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการผัดวันประกันพรุ่งการเลือกตั้งไปเรื่อยๆ สรรหากฏกติกาที่จะทำให้ตนเองได้เปรียบที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่รัฐบาลแต่งตั้งวุฒิสภา 250 คน เพื่อให้มาโหวตรับรองนายกฯ ที่อาจจะไม่ได้เป็นแม้แต่ ส.ส. กฎกติกาเช่นนี้มีแต่จะสร้างความเสียหายแก่สังคมไทยในระยะยาว โดยตัวหุ่นมีลักษณะเป็นหีบหย่อนบัตรเลือกตั้ง​ และมีป้ายผลเลือกตั้งอยู่ด้านหลังเขียนว่า​ “ผลการลากตั้ง​ เขต​ 44​ นายวุฒิ​ สภาทาส​ มีคะแนนเสียง​ 250”

ปิดท้ายด้วยหุ่น​ “เขารัฐ ท.” มีลักษณะเป็นใบหน้าของ​ 4 บุคคล​ บางคนสวมแว่น​ บางคนไม่สวมแว่น​ ซึ่งก่อนเข้าสนาม​ กลุ่มล้อฯได้นำหน้ากากอนามัย​ N95​ มาสวมให้กับ​ 4 ใบหน้า​ ก่อนถอดออกเมื่อเข้าสู่สนาม​ พร้อมถือป้ายผ้าระบุข้อความว่า​ “คสช.อยู่ยั้ง​ ยืนยง​ ไทยย่อมทุกข์มั่นคง​ ทั่วหล้า​ ฝากมรดกโดยตรง​ ให้แก่ราษฎร​ เป็นบทเรียนภายหน้า​ เมื่อสิ้นเผด็จการ”

ซึ่งกลุ่มล้อฯอธิบายว่า​ อนุสาวรีย์คือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูวีรกรรมหรือผลงานของบุคคลสำคัญในอดีต เช่น​ ภูเขารัชมอร์ในสหรัฐ ที่เป็นหน้าของประธานาธิบดีทั้ง4 ที่ทำคุณประโยชน์ให้ชาติ แต่ในรัฐไทย การจะจดจำใครในด้านใด​ ก็ต้องดูมรดกที่เขาสร้างไว้ เช่นม.44 ที่เป็นดังหลักศิลาที่ให้อำนาจนายกฯ อยู่เหนือกฎหมายทั้งปวง หรือรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างเองกับมือ เรือดำน้ำ รถไฟจีนแดง ฯลฯ

“มรดกที่พวกเขาทิ้งไว้ อาจจะยังไม่มากพอเท่ากับระยะเวลาที่พวกเขาอยากจะผูกขาดอำนาจ ผ่านสิ่งที่เรียกว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20​ ปี​ จะกลายเป็นมรดกระยะยาว​ เปรียบได้กับภูเขาที่แกะสลักบุคคลทั้งสี่เอาไว้ และจะเป็นมรดกชิ้นใหญ่อยู่คู่สังคมไทยไปอีกนาน”

บทความก่อนหน้านี้‘ชัชชาติ-ธนาธร’ ลุยงานบอล เด็กจุฬา-มธ.แห่เซลฟี่
บทความถัดไปโลกหมุนเร็ว / เพ็ญศรี เผ่าเหลืองทอง/โลกนอก โลกใน ในวันฝุ่นละออง