ทราย เจริญปุระ : ผู้หญิงคนหนึ่ง ลูกสาว และกางเกงที่เธอใส่

ทราย เจริญปุระ
"ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งเศร้า" 9 เรื่องเศร้าของเรื่องเล่าที่เพิ่งถูกสร้าง เขียนโดย จิรัฏฐ์ ประเสริฐทรัพย์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1, ตุลาคม 2560 โดยสำนักพิมพ์แซลมอน

คุณคิดว่าชีวิตของคุณเศร้าแล้วใช่ไหม?

ปกติฉันเกลียดการเล่าเรื่องแบบนี้

เรื่องของผู้คนซึ่งแบกหัวใจชอกช้ำกับดวงตาว่างเปล่าเข้ามาหา เราตักตวงเอาความทุกข์โศกของพวกเขามาเทียบกับเรา

นี่อย่างไรคนที่แย่กว่า

เราไม่ได้อยู่รั้งท้ายในลำดับ

แล้วเราก็พลันนึกได้ว่าโลกยังมีพรุ่งนี้มากพอสำหรับทุกคน

แล้วเราก็ก้าวออกไปใช้ชีวิต

ไปใช้วันพรุ่งนี้ของเรา

ทิ้งหัวใจชอกช้ำกับดวงตาว่างเปล่าไว้ตรงนั้น

หมดเวลา

 

แต่เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นทุกวัน

เกิดจนเป็นแค่เรื่องเรื่องหนึ่งท่ามกลางอีกล้านเรื่อง ทรายเม็ดหนึ่งจากทะเลทรายใต้ทุ่งหญ้า น้ำหยดหนึ่งจากละอองที่พ่นออกมาจากตัววาฬ ความแตกต่างก็คือ, หากเรื่องนั้นนั้นมีคนจดจำ

มันจะคงอยู่ไปตลอดกาล

-เรื่องมันเป็นอย่างนี้-

เราตัดสินใจทำอะไรด้วยความรัก

แล้วมันก็ผิดพลาด

เราเลิกใช้ความรักร่วมตัดสินใจ

และมันก็ยังคงผิดพลาดเหมือนเดิม

 

ลูกคนนี้เกิดมาก็เพราะความรัก แต่พลังรักอย่างเดียวไม่ได้ช่วยให้การสร้างโครโมโซมคู่ที่ 21 ออกมาสมบูรณ์ อาจจะเป็นความรักที่ล้นเกินหรือไม่ เราไม่มีวันรู้ แท่งโครโมโซมที่เกินออกมาจึงส่งผลต่อลูกอย่างเห็นได้ชัด

คราวนี้ก็ต้องมาพูดถึงความเป็นจริง

ความรักอย่างเดียวไม่อาจรับมือกับความเป็นจริงได้ หากจะนับเป็นเรื่องเศร้าก็คือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะหาเงินได้มากพอกับความจำเป็นต้องใช้ในแต่ละวัน ปัจจัย 4 แบบมาตรฐานไม่สามารถตอบทุกปัญหาของการเลี้ยงดูลูกที่ผิดปกติได้ แต่ความเท่าเทียมกันอย่างหนึ่งก็คือ, ไม่ว่ารวยหรือจน โรคนี้ไม่มีวันหาย การเห็นลูกของเธอนั่งอยู่ในศูนย์ดูแลข้างๆ เด็กคนอื่นพอทำให้ใจชื้นขึ้นมาอย่างนั้น -ไม่ได้- เธอบอกตัวเอง, เราไม่ควรยินดีในความทุกข์ของผู้อื่น

ใช่, ความทุกข์

ความทุกข์ที่แม้แต่จะหาที่ระบายความเศร้าโศกนั้นลงไปยังไม่มี ลูกนั้นไม่ผิด พ่อของลูกนั้นไม่ผิด และทั้งที่รู้ว่าเธอก็ไม่ผิด แต่เธอก็โบยตีตัวเองอยู่ตลอดเวลา ด้วยรอยยิ้มแจ่มใส ด้วยคำพูดซ้ำไปมา ด้วยการช่วยเหลือประคับประคองให้ลูกผ่านแต่ละวันไปได้พร้อมๆ กับเธอ เธอลาออกจากงาน บอกตัวเองว่านี่คือหนทางที่ถูกต้อง ฝ่ายหญิงเลี้ยงดูลูก ฝ่ายชายเป็นหัวหน้าครอบครัว

ความจริงนั้นแสนเย็นชา

มันไม่ฟูมฟายเปี่ยมน้ำตา หรือยิ้มแย้มแจ่มใส

แค่ทะนงตนว่ามันคือความจริง

คือความสมบูรณ์ในตัวเองแบบที่จะเอาไปวางไว้ตรงไหนก็ได้

ความจริงจะเปล่งประกายอยู่แบบนั้น

 

เช่นเดียวกันกับลูกของเธอ

โลกกำหนดไว้ว่า เมื่อมันหมุนจนครบรอบตัวเอง หนึ่งวันจะผ่านไป และเราจะผ่านไปอีกค่ำคืน ร้อนและหนาว ฝนและแดด โลกซื่อสัตย์เช่นนั้น มันหมุนเพราะมันต้องหมุน เหมือนกับที่เด็กคนหนึ่งต้องโตขึ้น เธอรู้สึกเหมือนกำลังถ่ายแกงจากชามไปสู่หม้อที่ใหญ่ขึ้น สู่หม้อที่ใหญ่ขึ้น สู่หม้อที่ใหญ่ขึ้น ทั้งที่น้ำแกงยังมีเท่าเดิม เธอโถมความรักความใส่ใจลงไปแต่มันก็จมหาย ร่างกายของลูกเธอยืดขยายเก้งก้าง แม้สิ่งที่อยู่ภายในไม่ได้โตตาม ลูกยังเป็นลูกคนเดิมเหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ลูกที่รอเธอป้อนข้าว เปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ ลูกที่ไม่หนีเที่ยว ไม่โกหก ไม่ติดเพื่อน

ลูกที่หนีไปไหนไม่ได้ จนเธออาบน้ำแล้วเห็นร่องรอยการล่วงล้ำบนร่างกายของลูก

เธอคิดถึงตอนที่ลูกยังเด็กกว่านี้

เลี้ยงง่ายกว่านี้

หรือแท้ที่จริงแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย

มีเพียงเธอที่เหนื่อยอ่อนและแก่ชราเกินกว่าจะป้องกันทุกอย่างให้ลูกได้ทัน

 

การหมกมุ่นกับอดีตปลอดภัยแบบนั้น

เรามองเห็นแต่ความจริงที่ไร้หนทางแก้ไข

ทอประกายเรืองรอง

เราจะรู้สึกผิดเท่าไหร่ก็ได้ เฝ้ามองหาข้อบกพร่องเท่าไหร่ก็ได้ อดีตยังคงส่งยิ้มเย็นให้เรา ยักไหล่น้อยๆ เพราะเราต่างก็รู้ดีว่าเปล่าประโยชน์

เราจ้องมองกันและกัน รอให้อนาคตมาถึง และเดินไปตามสิ่งที่อดีตบอกโดยไม่อาจแก้ไข

เรามักจะคิดว่าโลกมีทางเลือกให้เราเสมอ

มีหนทางอื่นๆ เป็นร้อยพันหนทาง

แต่มันไม่มีวันปรากฏขึ้น

หนทางและความเป็นไปได้อีกมากมายนั้น จะแสดงตัวต่อหน้าเมื่อเราได้ทำการตัดสินใจไปแล้ว

และเริ่มคิดว่า ทำไมเราจึงไม่เลือกทางอื่น

ทั้งที่จริง, ทางเลือกนั้นไม่เคยมีมาก่อนด้วยซ้ำ

 

เธอพาลูกออกมาจากบ้านนั้น ไร้หนทาง แต่ยังมีกันและกัน การปรับตัวไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม ยิ่งไม่ง่ายสำหรับผู้หญิงวัยกลางคนซึ่งหอบลูกพิการทางสมองมาสร้างชีวิตใหม่ เธอทำงานที่ไหนไม่ได้นาน เพราะข้อกำหนดของโลกสามัญนั้นไม่เหมาะกับการดูแลลูกของเธอ แต่งานรับจ้างชั่วครั้งชั่วคราวก็ไม่ได้ให้ค่าตอบแทนมากพอจะทำให้ชีวิตของคนสองคนดีขึ้นมาได้ เธอทิ้งลูกให้อยู่ลำพังบ่อยขึ้น ท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกผิดหนักหนาขึ้น ทิ้งช่วงการหางานนานขึ้น

และดื่มเหล้าบ่อยขึ้นทั้งที่รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรนอกจากจะหมุนเข็มนาฬิกาในสมองเธอให้ทะยานผ่านวันอันเลวร้ายเหล่านี้ได้เร็วเกินธรรมดา

อาการตรอมใจตายนั้นมีอยู่จริง

บางคนแค่นั่งรอเฉยๆ ให้ความเจ็บปวดทำหน้าที่ของมัน

บางคนก็แค่ลงมือทำให้มันมาถึงด้วยตัวเอง

บางทีโลกนี้อาจไม่เหมาะกับทุกคน

ใช่, มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ

ไม่อย่างนั้นคำตอบของเธอกับลูกจะคืออะไร เธอเกิดมาทำไม แล้วลูกเธอเกิดมาทำไม พรุ่งนี้มีความหมายว่าหมดหนทาง เธอคุ้ยค้นลงไปในอดีต ฉีกทึ้งความทรงจำกระจุยกระจายหาคำตอบหรือความหมาย อะไรก็ได้ที่พอจะเป็นเหตุผลของการมีชีวิตต่อไปอีกวัน

เมื่อหาไม่พบเธอก็ตัดสินใจ

เด็ดเดี่ยวเหมือนเมื่อครั้งเธอพาลูกเดินออกจากบ้าน

ความตายจะมาถึงเราสองคนในวันนี้

เธอจัดการดูแลลูกให้เรียบร้อยก่อนเหมือนที่ทำมาตลอดชีวิต

ลูกก่อนเสมอ

ลูกคงไม่เข้าใจเท่าไหร่ ว่าทำไมวันนี้จึงมีน้ำหวานให้กินมากผิดปกติ แต่ก็ดีแล้ว ความเข้าใจเป็นเรื่องไม่จำเป็นในกรณีแบบนี้ ไม่ต้องมีใครมาเข้าใจ เธอก็ไม่อยากเข้าใจ ในเมื่อโลกไม่มีเหตุผลกับเรา เราก็ไม่ต้องพยายามต่อไป

เธอลงนอนเคียงข้างลูก จับมือกันไว้

ฝันถึงคืนอันเป็นนิรันดร์ของทั้งสองคน

 

แต่ก็เหมือนกับเรื่องแทบทุกเรื่องบนโลกนี้

รวมถึงเรื่องของเธอ

มันไม่เคยถูกต้องมาตั้งแต่ต้น

และตอนจบมันก็ยังไม่ถูกต้องอยู่อย่างนั้น

เธอตื่นขึ้นมา กลางวันเวียนมาถึง คืนอันเป็นนิรันดร์ไม่มีอยู่จริง เธอโดนข้อหาฆ่าคนตาย คนที่ตายคือลูกของเธอเอง

อีกครั้งที่เธอมองย้อนกลับไป ค้นหาเยื่อใยบางอย่างที่เธออาจจะยังมีต่อชีวิตแต่ก็พบว่าว่างเปล่า ชีวิตของเธอมีเพียงวันข้างหน้าพร้อมกับโทษสูงสุดรออยู่ มันคงจะเป็นความตายนับอนันต์ไม่จบไม่สิ้น กับภาพลูกสาวของเธอ คนที่เธอรักเหลือเกิน ที่นอนสิ้นใจอยู่ข้างๆ

 

ผู้หญิงคนหนึ่ง ลูกสาวของเธอ และกางเกงที่เธอใส่

ลูกสาวเธอจากไปนานแล้ว

และคืนนั้น ในห้องพักผู้ป่วยที่มีคดีร้ายแรง

เธอออกเดินทางตามหาลูกสาวด้วยการใช้กางเกงที่นุ่งอยู่

กับคอตัวเอง