ย้อนคดีแอบใช้ ฮ.หลวง อัดคลิปอวดในโซเชียล เด้ง-กักยาม พ.ต.ท. 14 วัน สั่งย้ายด่วน จนท.ป่าไม้/อาชญา ข่าวสด

อาชญา ข่าวสด

 

ย้อนคดีแอบใช้ ฮ.หลวง

อัดคลิปอวดในโซเชียล

เด้ง-กักยาม พ.ต.ท. 14 วัน

สั่งย้ายด่วน จนท.ป่าไม้

 

ถือเป็นเรื่องอื้อฉาวในวงการราชการไทยอีกครั้ง

สำหรับกรณีที่ข้าราชการประจำบางคนยังไม่สามารถแยกแยะเรื่องของทรัพย์สินราชการและทรัพย์สินส่วนบุคคลได้ชัดเจน

จนเกิดกรณีการใช้ประโยชน์จาก “ของหลวง” เอื้อให้กับบุคคลภายนอก ที่แม้จะเป็นคนใกล้ชิดอย่างภรรยา แต่ก็ต้องเผชิญกับข้อกังขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ไม่เพียงแค่นั้น ยังถึงขั้นอัพโหลดขึ้นในโลกโซเชียล สร้างภาพให้เป็นชีวิตแสนสุข ที่มีอภิสิทธิ์เหนือคนทั่วไป

แม้จะสามารถอวดโอ่ชาวบ้านได้ในระดับหนึ่ง แต่ก็กลายเป็นหลักฐานมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด

เหมือนกรณีนายตำรวจยศ พ.ต.ท.ที่พาภรรยาขึ้น ฮ.ตำรวจ แม้จะเป็นเหตุการณ์หลายปีก่อน แต่เมื่อพบความผิดก็ต้องถูกลงโทษ

เช่นเดียวกับพนักงานพิทักษ์ป่า ที่พาภรรยาชมวิวหลังเสร็จสิ้นภารกิจ ก็มีอันต้องถูกลงโทษตั้งกรรมการสอบ

เป็นอุทาหรณ์สำหรับข้าราชการทั้งหลายว่าของหลวงเหล่านี้ พึงใช้เพื่อประโยชน์ราชการเท่านั้น

ฟัน พ.ต.ท.พาเมียขึ้น ฮ.ตร.

เหตุการณ์นี้ปรากฏเป็นข่าวเมื่อวันที่ 19 เมษายน โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า จากกรณีที่โซเชียลมีเดียแชร์คลิปในแอพพลิเคชั่น Tiktok เป็นคลิปหญิงสาวถ่ายกับเฮลิคอปเตอร์ มีตราสัญลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนขึ้นไปนั่งภายในเครื่องบิน ถ่ายให้เห็นบรรยากาศภายในเฮลิคอปเตอร์ เห็นนักบินที่แต่งกายคล้ายเครื่องแบบนักบินของตำรวจ และถ่ายเห็นทิวทัศน์สวยงามจากมุมสูง พร้อมติดแฮชแท็ก ความสุข HAPPYDAY HAPPYLIFE โดยล่าสุดหญิงสาวคนดังกล่าวลบคลิปออกจากแอพพลิเคชั่นแล้ว

จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 29 กันยายน 2562 โดยตำรวจรายนี้คือ พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี เป็นหน้าห้องของอดีตรอง ผบช.ภ.4 โดยวันดังกล่าวไปราชการกับผู้บังคับบัญชา แต่มีภรรยาติดตามไปด้วย จึงให้ภรรยาเดินทางร่วมคณะด้วย

นอกจากนี้ ยังปรากฏคลิปวิดีโอ พ.ต.ท.อรรคพลแต่งเครื่องแบบตำรวจเต้นใน Tiktok ด้วย ซึ่งได้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นการกระทำผิดระเบียบในเรื่อง “การใช้สื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม TIKTOK ของข้าราชการตำรวจ” ข้อ 9. ข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์อันดีของความเป็นข้าราชการตำรวจ ก่อให้เกิดความตลกขบขัน วิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ลดความเชื่อมั่นศรัทธาต่องานตำรวจ ทั้งที่เป็นปัจเจกบุคคล และองค์กรตำรวจโดยรวม

หากพบว่ามีความผิดก็ต้องพิจารณาทัณฑ์ทางวินัยตามระเบียบต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี มีคำสั่งให้ พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.กก.สส.ภ.จว.อุดรธานี ไปปฏิบัติราชการประจำศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี โดยให้ขาดจากตำแหน่งและสังกัดเดิม พร้อมตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดก็จะลงโทษทางวินัย

พร้อมระบุว่า แม้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2562 แต่พบว่าเพิ่งมีการนำคลิปและภาพนิ่งมาลงในระบบโซเชียลเมื่อวันที่ 18 เมษายน เวลา 17.00 น. ส่วนทำไมเหตุการณ์ผ่านมานานแล้วถึงเพิ่งนำมาลงก็ต้องสอบสวนต่อไป ซึ่งหลังจากสั่งย้ายและตั้งกรรมการสอบแล้วจะสรุปผลภายใน 7 วัน ยืนยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ต่อมาวันที่ 28 เมษายน พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จตช. ระบุว่า ผลการตรวจสอบจาก บก.ภ.จว.อุดรธานี พบแล้วว่ามีความผิดจริงทั้ง 2 กรณี จึงสั่งลงโทษ พ.ต.ท.อรรคพลฐานประพฤติตนไม่เหมาะสม ให้กักยาม กระทงละ 7 วัน รวม 2 กระทงเป็น 14 วัน

เป็นอุปสรรคต่ออนาคตราชการอย่างน่าเสียหาย

ป่าไม้อ้างแค่ถ่ายรูปเล่น

อีกกรณีคือ เฟซบุ๊กเพจ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” นำรูปภาพเจ้าหน้าที่ที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า หน่วยป่าไม้บ้านโป่ง (สปป.1) นำหญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลภายนอกขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) บินตรวจป่า มีการกล่าวอ้างว่า เจ้าหน้าที่นำเครื่องแบบนักบินของตัวเองให้หญิงคนดังกล่าวสวมด้วย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อโซเชียลเป็นจำนวนมาก

หลังกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เมื่อวันที่ 20 เมษายน นายชาติชาย ศรีแผ้ว หัวหน้าสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าที่ 1 ภาคกลาง รายงานต่อผู้บังคับบัญชา ระบุว่าจากภาพข่าวเหตุการณ์ที่มีเจ้าหน้าที่ สปป.1 พาภรรยาขึ้นไปถ่ายรูปบนเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์

ตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่คือ นายพัฒนยุทธ เพ็ชรมณี ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ระดับ ส.3 ชี้แจงว่าเหตุการณ์ตามภาพข่าวที่เกิดขึ้น ประมาณเดือนมกราคม 2564 มีแผนบินที่จะต้องบินตรวจสอบสภาพป่าบริเวณอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

หลังจากบินเสร็จสิ้นภารกิจ เครื่องบินมาจอดที่เขื่อนวชิราลงกรณ์ ซึ่งนายพัฒนยุทธขออนุญาตกัปตันเพื่อขอถ่ายรูปในขณะนั่งถ่ายในตัวเครื่องบิน ไม่ได้ขึ้นบินแต่อย่างใด

แต่หลังจากที่คำชี้แจงออกมา เพจ “ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน” ก็ออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้ ระบุว่าเหตุใดการถ่ายรูปเล่นขณะจอด ถึงเห็นวิวเมฆและท้องฟ้าอยู่ด้านหลัง!!

ส่งผลให้ถึงขนาดปลัดกระทรวงกุมขมับ โดยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.ระบุว่า ได้รับรายงานเช่นกันว่า ภาพที่เห็นในตอนแรกเป็นเพียงการถ่ายรูปเล่น โดยที่เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ยกตัว แต่ต่อมากลับเห็นภาพขณะที่เห็นเฮลิคอปเตอร์อยู่กับภูเขาและก้อนเมฆด้วย จึงสั่งให้ทางผู้อำนวยการกองการบินไปตรวจสอบแผนการบิน ซึ่งจะมีการบันทึกเอาไว้ชัดเจน ว่ามีใครขึ้นบินบ้าง แผนการบินเป็นอย่างไร

“ผมก็ปวดหัวเหมือนกันในเรื่องแบบนี้ ถามว่าเป็นความผิดร้ายแรงหรือเปล่า ก็ไม่ใช่ แต่เป็นเรื่องของความไม่เหมาะสม และไม่สมควรจะมีเรื่องแบบนี้ การทำงานของ ทส.มีคนจับตามากพออยู่แล้ว ไม่ควรต้องให้มาปวดหัวกับเรื่องแบบนี้อีก ซึ่งผมก็ตำหนิคนที่ทำไปแล้ว และหากตรวจสอบพบว่ามีการบินจริง โดยให้ภรรยาหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นไปนั่งบนเฮลิคอปเตอร์โดยไม่มีเหตุสมควรก็จะตั้งกรรมการสอบต่อไป” นายจตุพรกล่าว

กลายเป็นเรื่องรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาอีกเรื่อง!??

 

สั่งประจำ-จ่อตั้ง กก.สอบวินัย

ขณะที่นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า มอบหมายให้นายจตุพร รวมทั้งนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจสอบในเรื่องนี้ ซึ่งสามารถไปดูตารางการบินในวันนั้นๆ ได้ ไม่น่ามีอะไรยุ่งยาก ทุกอย่างมีขั้นตอนอยู่แล้ว หากพบว่าเป็นเรื่องจริง ถือว่าเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต ก็จะมีโทษตามระเบียบราชการอยู่แล้ว

ต่อมาวันที่ 25 เมษายน นายศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า มีคำสั่งสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ที่ 18/2563 เรื่อง มอบหมายให้ลูกจ้างประจำปฏิบัติราชการ ระบุว่า ตามคำสั่งสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ที่ 5/2563

ให้นายพัฒนยุทธ เพ็ชรมณี พนักงานพิทักษ์ป่า ระดับ ส.3 สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 ช่วยราชการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ปฏิบัติราชการสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) ประจำหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2564 นั้น

สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่าพิจารณาแล้วเพื่อความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 จึงมอบหมายให้นายพัฒนยุทธ เพ็ชรมณี พนักงานพิทักษ์ป่า ระดับ ส.3 ไปประจำส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม โดยปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามระเบียบ กฎหมาย และหนังสือสั่งการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ในการเดินทางไปติดต่อราชการนอกสำนักงานให้ขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อนทุกครั้ง

จ่อถูกลงโทษทางวินัยอีกครั้ง!!

ย้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้

กักเวร พ.ต.ท.

อัดคลิปปลงโซเชียล

บทความก่อนหน้านี้เมื่อลงมือฆ่า-สงครามยิ่งขยาย/ชกคาดเชือก วงค์ ตาวัน
บทความถัดไป“พิชัย” โอดไทยโชคร้ายมีผู้นำไร้ความสามารถ แนะเจ้าสัวเลิกหนุน “ประยุทธ์” ก่อนเจ๊งกันหมด