ข่าวฉาวซื้อขายเก้าอี้ตำรวจ เด้ง ผบช.ภ.8 ซ้ำรอยกรณี “จ่าเพียร” “จับให้มั่น คั้นให้ตาย” จริงหรือ?! : โล่เงิน

การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสารวัตร (สว.) ถึงรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) วาระประจำปี 2559 ไม่สงบเงียบเสียแล้ว

ฤๅนี่คือการปรากฏตัวของคลื่นใต้น้ำที่เคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบมานาน?!

เมื่ออดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. “นายวิทยา แก้วภราดัย” อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อดีตรัฐมนตรี ส.ส.นครศรีธรรมราช หลายสมัย สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ผู้กว้างขวางในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน เขตรับผิดชอบกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) ออกมาเปิดประเด็นฉาว กล่าวหาพบการซื้อ-ขายตำแหน่ง ในการแต่งตั้งโยกย้าย สว.-รอง ผบก. วาระ 59

วิทยา แก้วภราดัย
แกนนำ กปปส. – พรรค ปชป.

พร้อมเปิดราคา “ตั๋ว” นั่งเก้าอี้พรีเมี่ยม ค่าหลักล้านบาท ตั้งแต่ 1.5 ล้าน ไต่ราคาไปถึงเฉียด 10 ล้านบาท วงเงินสะพัด 50 ล้านบาท บางเก้าอี้เสียตังค์เปล่า พร้อมพาดพิงนางนกต่อนอกวงการทำหน้าที่นายหน้า

พลันประเด็นร้อนถูกกระพือ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สะบัดปากกา ลงนามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 287/2560 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ให้ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (ผบช.ภ.8) ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

และสั่ง พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) สืบสวนข้อเท็จจริง ภายใน 15 วัน ต้องรู้เรื่อง

รุ่งขึ้น “นายวิทยา” ออกมาขยายความต่อ ยืนยันมีความไม่ชอบมาพากลในการแต่งตั้งตำรวจ โดยเกิดขึ้นหลายพื้นที่

และชี้ว่า ใน “นครบาล” อัพราคาจากภาคใต้ ถึง 2 เท่า

รวมทั้งเปิดประเด็นใหม่ มีตัวละคร “พล.ต.ต.” ที่ใหญ่กว่า “พล.ต.อ.”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกมาตอบโต้ทุกประเด็น พร้อมระบุว่า หากเป็นการกล่าวหาลอยๆ ไร้หลักฐาน พิจารณาดำเนินการแจ้งความกลับคนปูดข้อมูล “ฐานหมิ่นประมาท”

“พล.ต.ท.เทศา ยังไม่มีความผิด เพียงสั่งให้ตรวจสอบจึงให้ออกนอกพื้นที่ เพราะถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของพื้นที่ตรงนั้น ไม่จำเป็นต้องให้ระดับ ผบก. มาช่วยราชการ และคงไม่ต้องสั่งให้ ผบช.น. หรือ ผบช. หน่วยอื่นๆ มาช่วยราชการตามที่นายวิทยากล่าวหา เพราะเป็นเพียงการกล่าวว่า ได้สอบถาม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. แล้ว ก็ยืนยันว่าไม่มีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในนครบาลแน่ๆ ตนเชื่อในผู้ใต้บังคับบัญชา และก่อนหน้านี้ก็ไม่พบการร้องเรียน ต่างจาก บช.ภ.8 ที่มีข่าวมาตลอดหลายยุค”

“ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมใหญ่ที่สุด มันชัดเจนอยู่แล้ว มีเพียงนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเท่านั้นที่ใหญ่กว่าผม และที่มีการกล่าวหาว่าคนนั้นคนนี้อยู่เบื้องหลังการแต่งตั้ง ไม่มีอยู่แล้ว และเรื่องวิ่งเต้นก็ไม่มีใครมาวิ่งเต้นกับผม “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” ที่พูดถึง ก็คือ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. (191) ลูกน้องของผม ไม่มีอะไร ยอมรับว่าบางครั้งก็ใช้งานให้ไปตรวจสอบข้อมูลบุคคลบ้าง ให้ไปเช็กทางลับ จึงอาจถูกเข้าใจผิด ไม่ได้เกี่ยวข้องในการทำบัญชี ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง”

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา
ผบ.ตร.

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกมาให้ข่าวตอบโต้ รวบรัดตัดจบ คล้ายส่งสัญญาณเบรกดีกรีความร้อนแรงของข่าวสารก่อนที่จะขยายความไปมากกว่านี้!!?

“บิ๊กแป๊ะ” สั่งเด้ง “บิ๊กจ๋อน” พล.ต.ท.เทศา แบบฟ้าผ่า หลังนายวิทยาออกมาจุดประเด็น เหล่าสีกากี คอการเมืองตั้งวงเม้าธ์ หรือนี่คือนาที “หัก” และ “เอาคืน” เกิดรอยร้าวหนักระหว่างบิ๊กแป๊ะ กับแกนนำ กปปส. “นายสุเทพ เทือกสุบรรณ”

เพราะในวงสีกากี ทราบถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดของ พล.ต.ท.เทศา กับแกนนำ กปปส. เป็นอย่างดี

“จริงๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องเลย ใครก็ตามที่ถูกพาดพิง ไม่เฉพาะเรื่องนี้ แม้เรื่องบ่อน อบายมุข ก็สั่งมาช่วยราชการ แบบนี้ หากปล่อยไว้เฉยๆ ไม่เอาออกมา ก็มาต่อว่า มีคำถามอีกว่าเหตุใดปล่อยไว้ ทำไมไม่ทำ เรื่องนี้ผมไม่มีความขัดแย้งอะไร แต่เมื่อมีการกล่าวหาก็ต้องตรวจสอบไปตามกระบวนการ และสื่อมวลชนที่เสนอข่าวและตั้งคำถามก็ต้องเป็นกลางด้วย”

ผบ.ตร. ตอบคำถามปมนี้

เช็กโปรไฟล์ “พล.ต.ท.เทศา” จบนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 32 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ

ชีวิตราชการเติบโตในพื้นที่ภาคใต้ สนิทสนมอย่างดีกับกลุ่มการเมืองในพื้นที่

จัดว่าเป็นสายตรง “นายหัวสุเทพ” ยุค กปปส. รุ่งเรืองกว่านี้ แบ๊กอัพดี ผลักดันชิงเก้าอี้ พล.ต.ท. เป็น ผบช.ภ.8 แต่แรงยังไม่พอ ได้เก้าอี้ พล.ต.ท. ที่ตำแหน่ง ผบช.ประจำสำนักงาน ผบ.ตร. ประสานงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ

ก่อนขยับเป็น ผบช.ภ.8 ในเดือนตุลาคม 2558 ยึดเก้าอี้เหนียวแน่นเป็นปีที่ 2 ปักหมุดเกษียณอายุราชการบนตำแหน่ง ผบช.ภ.8 ในวันที่ 30 กันยายนนี้

ความสัมพันธ์ คอนเน็กชั่น ระดับปึ้ก แรงหนุนแรงยึดจากอดีตแกนนำ กปปส. ทำให้ชื่อ พล.ต.ท.เทศา เหนียวแน่น เก้าอี้ไม่สะเทือน วาระแต่งตั้ง สว.-รอง ผบก. 59 ที่ผ่านมา มีเสียงกระซิบกระซาบถึงความเคลื่อนไหวในพื้นที่ภาค 8 เข้าหูเหล่าสีกากีมาตลอด เสียงดังกว่าหลายพื้นที่

พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8

มีการระบุถึงตำรวจยศนายพล คนสนิทนักการเมืองใหญ่ในพื้นที่ เปิดโต๊ะดีลตั๋ว แต่ผู้เกี่ยวข้องทำหูทวนลม

กระทั่งนายวิทยา ออกมาเขี่ยลูก เปิดประเด็น จึงกลายเป็นเรื่อง

แม้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ออกมาระบุว่า การเด้ง พล.ต.ท.เทศา เป็นการทำตามกระบวนการ ทว่า คำพูดและท่าทีปกป้อง ผู้บัญชาการหน่วยอื่นๆ หากเป็นคน กปปส. ได้ยินได้ฟังคงอดคิดไม่ได้!!?

“ปมร้อน” วิ่งเต้น ซื้อ-ขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ ถูกตีปี๊บทุกฤดูกาลแต่งตั้งสีกากี ทว่า ทุกครั้งการตรวจสอบจบลงเมื่อไม่มีใบเสร็จ ไร้หลักฐาน และไม่มีใครออกมาเป็นผู้เสียหายที่แท้จริง

นายตำรวจใหญ่ หลังบ้าน นักการเมือง หน้าเสื่อ ถูกระบุเป็นตัวละครสำคัญเข้ามามีส่วน “ดีล” วิ่งเต้น

บางยุคมีการกล่าวหา เปิดดีล สร้างคอกม้า ต่อเติมสร้างรีสอร์ต ให้ประตู หน้าต่าง คาน อิฐ ปูน และตั๋วนั่งเก้าอี้ใหญ่โตด้วยซ้ำ?

ปี 2553 ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ตอนนั้นมีนายกรัฐมนตรีชื่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้นปี 2553 เจ็บช้ำและได้รับบทเรียนจากกรณี “จ่าเพียร” พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีตผู้กำกับการโรงพักบันนังสตา จ.ยะลา ที่ช้ำใจขอย้ายจากชายแดนใต้ พักรบหลังล้ามานาน กลับบ้านที่ จ.ตรัง นักรบหลั่งน้ำตา ผู้เป็นนายไม่เปิดทางย้าย เก้าอี้ที่ตรัง คนของผู้มีอำนาจกว้างขวางในพื้นที่ตีตราจอง

เบียดชื่อจ่าเพียรตกโผ จ่าเพียรแบกหน้าร้องขอความเป็นธรรมทั้งต่อนายกรัฐมนตรี และต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตอนนั้น พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชการแทน ผบ.ตร.

แบกหน้าร้องนายได้ไม่ถึงเดือน “จ่าเพียร” ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดเสียชีวิตในพื้นที่สีแดง คาตำแหน่ง ผกก.สภ.บันนังสตา น้ำตาจ่าเพียรไม่ช่วยอะไร การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจครั้งนั้นเปื้อนมลทิน ท่วมคราบน้ำตาคนทั้งประเทศ

จ่าเพียร

เหตุเกิดในพื้นที่ภาคใต้ ใกล้เคียงเขตอิทธิพลการเมืองเดียวกันกับครั้งนี้ ในประวัติศาสตร์สีกากี ไม่มีคนในเครื่องแบบคนไหนยืดอกต่อสาธารณะ ว่าเรื่องวิ่งเต้น ตีตั๋วมีอยู่จริงหรือไม่ ตราบใดไร้หลักฐาน ไร้หัวบิล เรื่องฉาวๆ นี้ถูกกล่าวขาน โพนทะนาอย่างเงียบๆ ในวงสุราสีกากีด้วยความเจ็บช้ำกล้ำกลืน เป็นคลื่นใต้น้ำที่ไม่กล้าปรากฏตัว ไอ้โม่งตลกร้ายที่ใครๆ กล่าวขวัญ ไม่เคยถูกจับรับโทษได้สักที

เรื่องแบบนี้มีจริงหรือไม่ ในวงการสีกากี นักสืบมือปราบย่อมรู้แก่ใจ

ปูดข่าวฉาวในวาระนี้ จะ “จับให้มั่น คั้นให้ตาย” ดังที่นายกรัฐมนตรีสั่งการได้หรือไม่ คงต้องรอติดตาม!!??

บทความก่อนหน้านี้ต่างประเทศ : จาก “วอเตอร์เกต” สู่ “โคมีย์” เค้าลางหายนะทางการเมืองของ “ทรัมป์”
บทความถัดไปอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ของประเทศเพื่อนบ้าน : ฐากูร บุนปาน