เขย่าสนาม/เด็กเก็บบอล/’เชยองซ็อก’สู่’ชัยศักดิ์’ ขอเป็นคนไทยคว้าทองโอลิมปิก

เขย่าสนาม/เด็กเก็บบอล [email protected]

‘เชยองซ็อก’สู่’ชัยศักดิ์’

ขอเป็นคนไทยคว้าทองโอลิมปิก

 

หลังจากเรื่องราวยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี ในที่สุด “โค้ชเช” เช ยอง ซ็อก โค้ชจอมเตะชาวเกาหลีหัวใจคนไทย ก็จะได้กลายเป็นคนไทยเต็มร้อยแล้ว

โค้ชเชถึงแม้ว่าจะเป็นคนเกาหลี แต่ก็เป็นขวัญใจคนหนึ่งของชาวไทยทุกคน หลังจากที่เข้ามารับงานดูแลนักกีฬา เทควันโด ของทีมชาติไทยตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ ปี 2002 ทำให้วงการจอมเตะของไทยนั้นพุ่งถึงขีดสุด

เริ่มตั้งแต่ โอลิมปิกเกมส์ 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ได้พา “วิว” เยาวภา บุรพลชัย คว้าเหรียญทองแดงมาครองได้ ซึ่งเป็นเหรียญแรกของกีฬาเทควันโดสำหรับประเทศไทยที่สามารถทำได้อีกด้วย

และหลังจากนั้นมาทุกโอลิมปิกเกมส์ จะต้องมีอย่างน้อย 1 คน ที่มีเหรียญรางวัลคล้องกลับบ้านมาจากมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติ ไล่ตั้งแต่ ปักกิ่งเกมส์ 2008 ที่ประเทศจีน ได้เหรียญเงินจาก “สอง” บุตรี เผือดผ่อง, โอลิมปิกเกมส์ 2012 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้เหรียญทองแดงจาก “เล็ก” ชนาธิป ซ้อนขำ

จนถึงโอลิมปิกเกมส์ล่าสุด ที่นครรีโอ เด จาเนโร ประเทศบราซิล ได้มาถึง 2 เหรียญ แบ่งเป็นเหรียญทองแดง จาก “น้องนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ และเหรียญเงินจาก “เทม” เทวินทร์ หาญปราบ

รวมทั้งหมดโค้ชเชสามารถช่วยให้ทัพนักกีฬาไทยคว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์มาแล้ว 2 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดงด้วยกัน

นอกเหนือจากนี้ ยังมีเอเชี่ยนเกมส์ 5 ทอง 8 เงิน 12 ทองแดง, ซีเกมส์ 48 ทอง 23 เงิน 28 ทองแดง รวมถึงมียูธโอลิมปิก 3 ทอง 1 เงิน และคว้าแชมป์โลกมาได้ถึง 5 แชมป์ โดยยังมีรายการระดับนานาชาติที่โค้ชเชอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของจอมเตะไทยอีกมากมาย

 

เช ยอง ซ็อกนั้นพยายามให้สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ “บิ๊กเอ” พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคม ซึ่งทั้งสองถือว่าสนิทกันมากๆ ทำงานร่วมกันมาตลอด 18 ย่าง 19 ปีเต็ม ทำเรื่องเพื่อขอเปลี่ยนเป็นสัญชาติไทยมานานกว่า 10 ปี

แต่ปัญหาก่อนหน้านี้ ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 ซึ่งต้องให้ผู้ขอเปลี่ยนสัญชาติจำเป็นต้องแสดงเจตนาที่จะสละสัญชาติเดิม เมื่อได้รับอนุญาตให้แปลงสัญชาติเป็นไทยแล้ว เช่นเดียวกับกฎหมายของเกาหลีใต้ แต่ทว่าก่อนหน้านี้โค้ชเชยังคงมีห่วงที่ประเทศเกาหลีใต้ ทั้งเรื่องครอบครัวต่างๆ จนทำให้ไม่สามารถละสัญชาติเกาหลีของตัวเองได้

สุดท้ายโค้ชเชได้ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะละสัญชาติเกาหลีใต้ของตัวเอง และได้เร่งให้ทางสมาคมเดินเรื่องให้ก่อนที่จะถึงโอลิมปิกเกมส์ที่ประเทศญี่ปุ่น ในปลายเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้

โค้ชเชบอกว่า ก่อนหน้านี้คิดเรื่องนี้หนักมาก แต่ตอนนี้ทางครอบครัวที่เกาหลีใต้เองก็เข้าใจ รวมถึงหมดห่วงเรื่องของคุณย่า เพราะท่านเสียชีวิตไปแล้ว จึงทำให้ตัดสินใจได้ ตนอยู่เมืองไทยมาเกือบ 20 ปี มีครอบครัวที่นี่ ลูกชายก็อยู่ที่นี่แบบมีความสุข และยังมีนักกีฬาที่เป็นเหมือนลูกชาย-ลูกสาวด้วย

เมื่อเป็นคนไทยก็อยากจะช่วยเหลือพัฒนาเทควันโดในไทย

 

ถึงแม้โค้ชเชจะสร้างเหรียญรางวัลและแชมป์อย่างมากมายมาให้กับประเทศไทย แต่เหรียญเดียวที่ยังขาดและโค้ชเชเองต้องการอย่างมากก็คือเหรียญทอง เพราะที่ผ่านมาใกล้เคียงหลายครั้ง แต่ก็ยังพลาดไป

“ผมตัดสินใจแล้วครับ ผมอยากได้สัญชาติไทย ผมอยากเป็นคนไทยแล้ว ผมอยากได้เหรียญทองให้ที่ประเทศไทย ไม่ใช่เป็นคนเกาหลีที่พานักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองโอลิมปิก”

โดยชื่อไทยอย่างเป็นทางการของโค้ชเชนั้น ก็คือ “ชัยศักดิ์” ซึ่งมีความหมายว่าผู้มีชัยชนะและศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่ อีกทั้งยังเป็นคำพ้องกับชื่อเกาหลีของโค้ชเชด้วยเช่นกัน ซึ่งชื่อนี้ได้รับการตั้งจากพระเกจิดังแห่งหนึ่งตั้งแต่เมื่อปี 2554

ทางด้านของบิ๊กเอเผยว่า เรื่องนี้คุยกันมานานมาก จากเดิมที่มีปัญหาทั้งจำนวนปีไม่พอ ไหนจะปัญหาโค้ชเชไม่พร้อม เพราะห่วงครอบครัวที่เกาหลีใต้บ้าง จนในที่สุดโค้ชเชก็ตัดสินใจแล้วเข้ามาติดต่อทั้งเรื่องของการเดินเอกสารและปรึกษาทนายความ

“ส่วนตัวผมดีใจที่ได้ยินเหตุผลของเขาที่อยากเป็นคนไทยพาคนไทยได้เหรียญโอลิมปิกเกมส์ ดังนั้น จะรีบดำเนินการประสานงานกับภาครัฐเพื่อให้ทุกอย่างจบลงก่อนโอลิมปิกเกมส์ในเดือนสิงหาคมนี้”

ตอนนี้จอมเตะของไทยได้โควต้าไป “โตเกียวเกมส์ 2020” แน่นอนแล้วคนหนึ่งก็คือ “เทนนิส” พาณิภัค และถือว่าเป็นความหวังสูงสุดของทัพจอมเตะไทยในโอลิมปิกเกมส์หนนี้

ซึ่งจริงๆ คราวก่อนน้องนิสเองก็ถือว่าเป็นตัวเต็งเหรียญทองอยู่แล้ว แต่ว่าไปพลาดท่าในรอบต้นๆ จนทำให้ได้ลุ้นแค่เหรียญทองแดงเท่านั้น

แต่หลังจากนั้นเทนนิสก็เก็บความผิดหวังแล้วพัฒนาตัวเองจนสามารถครองอันดับ 1 ของโลกมาอย่างยาวนานกว่า 5 ปี และคว้าแชมป์ปีละไม่ต่ำกว่า 3-4 แชมป์ด้วยกัน

 

นอกเหนือจากพาณิภัคก็ยังมีอีก 3 คนที่เตรียมไปคว้าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ด้วย นั่นคือ “จูเนียร์” รามณรงค์ เสวกวิหารี รุ่น 58 ก.ก.ชาย, “แบงค์” หลักชัย ห้วยหงษ์ทองรุ่น 68 ก.ก.ชาย, “นก” พรรณนภา หาญสุจินต์ รุ่น 57 ก.ก.หญิง โดยมีรายการคัดเลือกตั๋วโอลิมปิกเกมส์เร็วๆ นี้ ถ้าหากแข่งขันได้ ไม่งั้นก็จะเป็นการวัดอันดับโลกที่มีโอกาสเช่นกัน

ที่ผ่านมานั้นอาจจะเป็นเหมือนกับดวงของเรายังไปไม่ถึงฝั่งฝันกับเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์จากนักกีฬาเทควันโด เพราะมาดีแค่ไหนแต่ก็มีอาการหลุดตอนแข่งขันจริงได้เสมอ

บางทีการปลดล็อกสิ่งที่โค้ชเชต้องการมาตลอดกว่า 10 ปี อย่างเรื่องของสัญชาตินั้น อาจจะทำให้คลายปมอะไรบางอย่างในใจของโค้ชเช พร้อมกับเป็นประตูให้ทีมจอมเตะไทยสามารถไปคว้าเหรียญทองที่ต้องการได้เสียที

แล้วก็จะเป็นเหรียญที่ได้ชื่อว่ามาจากฝีมือคนไทยนั่นเอง

บทความก่อนหน้านี้อาณาจักรใจ / การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์/