สืบต้นตอยานรกพิสดาร ‘เคนมผง’ เสพตายทันที : ผบ.ตร. สั่งลุยกวาดล้าง จับเอเย่นต์-ล่านายทุน

หาต้นตอยานรกพิสดาร‘เคนมผง’ เสพตายทันที
‘บิ๊กปั๊ด’ สั่งลุยกวาดล้างจับเอเย่นต์-ล่านายทุน

กลายเป็นยาเสพติดร้ายแรงที่ถูกจับตา สำหรับยาเค สูตรพิสดาร ที่มีคนนำไปดัดแปลงส่วนผสม

กลายเป็นสูตร ‘นมผง’ และ ‘ทะเลทราย’ ออกมาจำหน่ายให้กลุ่มวัยรุ่นที่คึกคะนองได้ทดลองเสพกัน

ด้วยราคาที่ย่อมเยากว่ายาเคธรรมดา ตลอดจนการออกฤทธิ์ที่ร้ายกาจ ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักเสพอย่างรวดเร็ว

แต่สุดท้ายแทนที่จะเป็นทางเลือกใหม่ กลับเป็นทางมรณะ เมื่อการผสมสูตรยาใหม่นี้ไม่ได้ใช้ความรู้ด้านเคมีใดๆ เป็นการผสมปนเปแบบมั่วๆ เพื่อลดต้นทุน

แถมยังมีผลถึงทำให้คนเสพตายเกลื่อนราวใบไม้ร่วงนับสิบราย

เป็นเหตุให้ผบ.ตร.ต้องลงมาคุมคดีด้วยตัวเอง เร่งสืบสวนให้ทราบถึงต้นตอยานรก

เพื่อจะได้กวาดล้างให้สิ้นซาก!!

● ยานรกเสพตายนับสิบ

เรื่องราวของยาเสพติดมรณะนี้ ถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ม.ค. หลังจากมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตรวดเดียวถึง 7 ราย ในพื้นที่นครบาล และอีกหลายรายในเวลาต่อมา ทั้งหมดล้วนเสพยาเสพติดชนิดใหม่ที่ชื่อว่า ‘เคนมผง’

โดยพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น. สรุปว่า มีผู้เสียชีวิตเสพยาเคนมผง 9 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 5 ราย รักษาตัวแล้วกลับบ้านได้ 9 ราย เหตุเกิดท้องที่สน.วัดพระยาไกร สน.บางโพงพาง สน.สุทธิสาร สน.โชคชัย

พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. ระบุว่ายาเสพติดดังกล่าวรู้จักกันในชื่อ ‘เคนมผง’ เป็นยาเสพติดที่ผสมขึ้นเองในหมู่ของผู้เสพเฉพาะกลุ่ม มีส่วนคล้ายนมผงที่ใช้เลี้ยงทารก จึงมีชื่อว่า ยาเคนมผง ให้ยามีฤทธิ์แรงขึ้นเพื่อความมึนเมา เพลิดเพลินที่เพิ่มมากขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มมูลค่าของตัวยาให้มีมูลค่าสูงกว่าปกติ

ทั้งนี้ พบว่ายาตัวดังกล่าวน่าจะมีที่มาจากแหล่งใน จ.ปทุมธานี เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นแหล่งพักยาและสามารถหาส่วนผสมทั้งหมดได้ง่าย

สำหรับส่วนผสมของยาชนิดดังกล่าวจะมีส่วนผสมด้วยกัน 4 ตัว คือ เฮโรอีน เคตามีน ไอซ์ และยานอนหลับ

จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นพบว่าตัวยาที่อันตรายที่สุดคือเฮโรอีน เนื่องจากยาเสพติดชนิดดังกล่าว มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการโอเวอร์โดส หรือเสพยาเกินขนาดจนถึงขั้นเสียชีวิตได้มากที่สุด โดยมียานอนหลับเป็นตัวประสานตัวยาและตัวเร่งฤทธิ์ของยาทั้งหมด

ทำให้ผู้เสพจะอาการมึนเมาเหมือนคนเมาเหล้า แต่ไม่มีกลิ่นสุราและจะมีอาการสะลึมสะลือ โดยอาการที่อันตรายที่สุดคืออาการปากเขียวคล้ำ และมีเลือดออกทางจมูก เนื่องจากอาการดังกล่าวแปลว่าผู้เสพมีอาการเสพยาเกินขนาด จนร่างกายไม่สามารถรับได้ หรือน็อกยา หากพบอาการดังกล่าวให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

“ยาเสพติดประเภทดังกล่าวหากเสพเพียงครั้งเดียวก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ เพราะเป็นยาที่มีขนาดค่อนข้างรุนแรง ส่วนสาเหตุที่มีผู้เสียชีวิต จำนวนมากในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร จากการวิเคราะห์ของชุดสืบสวนเชื่อว่าในจุดดังกล่าวเป็นจุดที่มีอพาร์ตเมนต์แหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงเป็นจุดที่ ผู้ใช้ยาแต่ละคนนำยากลับมาเสพในที่พักของตนเอง”

คาดว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดน่าจะมีความเชื่อมโยงกัน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จึงสามารถนำยาชนิดดังกล่าวมาเสพในกลุ่มและกระจายกลับไปในพื้นที่ของตนเอง

เป็นยามรณะชนิดใหม่ที่มีผลร้ายแรง

● จับเอเยนต์-พุ่งปมแก๊งรถซิ่ง

คดีนี้มีความรุนแรงและส่อให้เห็นว่าจะมีขบวนการยาเสพติดรายใหญ่อยู่เบื้องหลัง เป็นเหตุให้พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ต้องลงมาดูคดีด้วยตัวเอง โดยเรียกประชุมทีมสืบสวนสอบสวน เพื่อให้ขยายผลไปถึงเอเยนต์ และนายทุนใหญ่ที่อยู่หลังฉาก

พร้อมสั่งการให้ทุกกองบัญชาการ ตั้งแต่บช.น. ภูธรภาค 1-9 บช.ปส. ดูเรื่องแหล่งจำหน่าย เนื่องจากสารบางตัว นอกจากต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อาจนำเข้ามาตามแนวชายแดน บางคนเรียกว่า โคลนาซีแพม หรือเซ่หนอน นำไปผสมเฮโรอีน พาราเซตามอล ส่วนอะไรที่สามารถควบคุมแหล่งจำหน่ายได้ จะเร่งดำเนินการตรวจสอบตามร้านขายยาทั่วไป

พร้อมสั่งการให้สำนักการแพทย์ของตำรวจ และทีมของบช.ปส. อย. และป.ป.ส. มาทำรายละเอียดเรื่องตัวยา วิธีการเสพ ลักษณะอาการต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รู้เท่าถึงอันตรายของยาดังกล่าว

ขณะที่ชุดป.ป.ส. บก.น.2 ล่อซื้อจับกุม น.ส.ศิริกาญจน์ หรือ นุ่น เชื้อเขตกรรม อายุ 23 ปี พร้อมยาเคตามีน 6 ถุง น้ำหนักรวม 8.1 กรัม ที่บ้านพักเลขที่ 200/163 ชุมชนจิตภาวรรณ 1 แยก 4 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ
ซึ่งพบว่ายาเสพติดของกลางที่พบคือยาเสพติดตัวใหม่ที่เรียกว่าเคนมผง มีส่วนผสมยาเคตามีนกับยาโรเซ่ (ยานอนหลับ) เพื่อให้ออกฤทธิ์ได้แรงขึ้น โดยรับยามาจากเพื่อนชายที่ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นายเอ อยู่ย่านลำลูกกาคลอง 2 จ.ปทุมธานี ในราคา กรัมละ 470 บาท และนำมาจำหน่ายแบ่งขายให้นักเสพที่เป็น กลุ่มวัยรุ่นย่านสายไหม และลูกค้าในเฟซบุ๊ก ราคากรัมละ 600 บาท กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุม เจ้าหน้าที่จึงคุมตัว ส่งสน.สายไหม

นอกจากนี้ยังจับกุม นายวิรัฐ หรือ ป๋อง กาเผือก อายุ 26 ปี และนายวัชระ หรือโบ้ เชียงฉิน อายุ 22 ปี ที่นำยาเคนมผงมาให้ น.ส. สุทธิณี หรือมายด์ เมตตาจิตต์ พีอาร์สถานบันเทิงย่านพระราม 3 เสพจนเสียชีวิตภายในบ้านนายวิรัฐ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมตแอมเฟตามีน, เฮโรอีน และเมทิลลีนไดออกซี่เมตแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายและขายโดยผิดกฎหมาย

ประกอบด้วย 1.นายวิรัฐ 2.นายวัชระ ซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อย 3.โจ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ผู้ค้ารายกลาง และ 4.นายนพเก้า หรือ ตูมตาม อบถม อายุ 26 ปี โดยจับกุมตัวได้ทั้งหมด

สรุปจับกุมผู้จำหน่ายและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องรวม 8 ราย แบ่งเป็น สน.สายไหม 3 ราย สน.จรเข้น้อย 1 ราย สน.วัดพระยาไกร 4 ราย และยังจับตา “แก๊งมิกาโดะ” เป็นแก๊งแข่งรถเป็นหลักและมีเครือข่ายยาเสพติด อยู่แถวตลาดรวมโชค จันทรเกษม สายไหม บางเขน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกันกับ “แก๊งโอรส” ที่อยู่ ฝั่งธนบุรี

เดินหน้ากวาดล้างให้ถึงที่สุด!??

● เปิดสูตร‘เค’นมผง-ทะเลทราย

ขณะที่ส่วนผสมของ ‘เคนมผง’ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาฯ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า พบว่ามีส่วนผสมของเคตามีน และไดอาซีแพม (Diazepam) หรือยาที่ทั่วไปรู้จักกันในทางการค้าว่า แวเลียม (Valium) จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 4 ตามพระราชบัญญัติวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 โดยออกฤทธิ์ที่สมองหรือระบบประสาทส่วนกลาง

ในทางการแพทย์ใช้เป็นยากล่อมประสาทหรือสงบประสาท ทำให้จิตใจสงบ ใช้สำหรับรักษาอาการผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว แก้อาการชัก เป็นต้น

ผลข้างเคียงจากการใช้ไดอาซีแพมนั้น อาจทำให้มีอาการง่วงซึม เหนื่อยล้า กล้ามเนื้ออ่อนแรง ร่างกายสูญเสียความสมดุล ลมหายใจอ่อนแรง มึนงง เห็นภาพหลอน ซึมเศร้า กล้ามเนื้อกระตุก กลั้นปัสสาวะ ไม่อยู่ รวมถึงเกิดอาการชักได้

ด้านภญ.สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบผู้เสียชีวิต พบว่าเสพยาเสพติดที่มีส่วนผสมอยู่หลายตัว ยังไม่ทราบว่ามีกี่ชนิด เท่าที่ทราบคือมีทั้งเฮโรอีน ยาบ้า เคตามีน และยานอนหลับ เมื่อเอามาบดรวมกันเป็นผงคล้ายผงนม

ทั้งนี้ เฮโรอีนออกฤทธิ์กดประสาท ยาบ้า ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท เคตามีนเป็นยาสลบ และยานอนหลับโรเซ่ออกฤทธิ์กดประสาท เมื่อนำยาเสพติดมารวมกันหลายตัวทำให้มีการ ออกฤทธิ์ที่แรงขึ้น แต่ไม่รู้ว่าแรงกว่ากี่เท่าตัว แค่ลำพังยาเสพติดแต่ละตัวมีฤทธิ์รุนแรงมากอยู่แล้ว ยิ่งมาทำงานเสริมฤทธิ์กันจึงยิ่งรุนแรงมากขึ้น โดยอันตรายของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับปริมาณ จำนวนยาที่ผสม และสุขภาพของผู้เสพ แต่ขนาดยาสำคัญที่สุดที่ทำให้ได้รับยาเกินขนาด

“การผสมยาเสพติดแบบนี้ไม่มีสูตรตายตัว และไม่มีปริมาณที่แน่นอน จึงอันตรายมากมีทั้งที่ออกฤทธิ์เสริมกัน และออกฤทธิ์ต้านกัน อย่างกลุ่มยานอนหลับจะกดการหายใจ และเสียชีวิต ส่วนผลระยะยาวทำให้เกิดการเสพติด คลุ้มคลั่ง สมองฟั่นเฟือน สูญเสียความจำ ประสาทหลอนเป็นต้น”

ศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าศูนย์พิษวิทยา ร.พ.รามาธิบดี กล่าวว่า เบื้องต้นของสารเสพติดนี้ มีความเกี่ยวข้องมากถึง 4 ชนิดได้แก่ เฮโรอีน เคตามีน ไอซ์ และยานอนหลับ และในการผสมเป็นเคนมผง ก็ไม่มีส่วนผสมลงตัว ทำให้ในร่างกายผู้เสียชีวิต มีระดับสารเสพติดที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าใส่สารใดมากเป็นพิเศษ

ไม่เพียงแค่นั้นยังพบยาเคสูตรใหม่ คือยาเคทะเลทราย ที่มีผงสีเหลือง ซึ่งมีฤทธิ์อันตรายไม่แตกต่างกัน

ทั้งนี้จากการสอบสวนทราบว่าขบวนการแก๊งค้ายากลุ่มนี้ น่าจะนำสารตั้งต้นต่างๆ มาผสมกันเอง โดยไม่ได้มี ความรู้ด้านเคมีใดๆ โดยต้องการให้มีราคาต้นทุนที่ถูกลง เข้าถึงแหล่งลูกค้าที่เป็นกลุ่มนักเที่ยว และวัยรุ่นที่เสพสารเสพติดได้ดี

ถือเป็นภัยร้ายแรง ที่ต้องเร่งกวาดล้างให้เร็วที่สุด!??

บทความก่อนหน้านี้BEEP HAPPY MOMMY น้ำหัวปลีสกัดเย็น HPP ตัวช่วยคุณแม่ยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ
บทความถัดไปตปท.รอบสัปดาห์ | โศกนาฏกรรมโบอิ้ง 737 , การเมืองอเมริกาตึงเครียดหนัก! , ญี่ปุ่นพบเชื้อไวรัสโควิดกลายพันธุ์ใหม่