ใส่บ่าแบกหาม : 7500

พรพิมล ลิ้มเจริญ

7500

เธอจ๊ะ

7500 เป็นรหัสทางการบิน อ่านว่า seven five zero zero

เวลาเครื่องบินออกไปบิน จะมีรหัสต่างๆ ไว้ให้เครื่องบินติดต่อกับ ATC ที่ย่อมาจาก Air Traffic Controller หรือศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง

7500 แปลว่า มีการจี้เครื่องบินเกิดขึ้น ศูนย์จะได้เตรียมการช่วยเหลือ กรณีนี้ก็ต้องมีตำรวจ มีกองกำลังมาจัดการสถานการณ์ และมีอีกสองรหัสที่ฉุกเฉินรองลงมาคือ 7600 หมายถึงติดต่อสื่อสารล้มเหลว แบบนี้ทางศูนย์ต้องหาทางช่วยให้เรือบินลงจอด แบบที่เราเห็นบ่อยๆ คือ ใช้แสงไฟนำทางให้ลงจอด และมี 7700 เป็นพวกฉุกเฉินอื่นๆ ทั่วไป

ภาพยนตร์ 7500 ผู้สร้างเขาได้แรงบันดาลใจจากรายงานการจี้เครื่องบิน เอามาเขียนเป็นบทภาพยนตร์ ให้นำเสนอได้สมจริง ไม่ใช่แบบ Con Air แบบ Air Force One ที่เราเคยดูบู๊ระห่ำแนวฮอลลีวู้ด

ในหนังเขานำเสนอแบบใช้ cockpit หรือห้องนักบินเป็นโลเกชั่นหลัก เพราะเมื่อใดที่เกิดการจี้เครื่องบิน นักบินต้องไม่เปิดประตูออกไปไง คนถ่ายหนังเขาก็เก่ง ห้องเล็กนิดเดียว ต้องให้ผู้แสดงอยู่ในนั้น ทำการแสดง ซึ่งก็เกิดเรื่องขึ้นได้ที่คับขันกันในนั้น

เก่งนะ

เรื่องก็เริ่มที่ Joseph Gordon-Levitt แสดงเป็นผู้ช่วยนักบิน นามว่า Tobias Ellis ในวันหนึ่งก็มาบินคู่กับนักบินชาวเยอรมัน ในเที่ยวบินจากกรุงเบอร์ลินไปกรุงปารีส

และเที่ยวบินนั้น แฟนสาวที่เป็นพนักงานต้อนรับก็มาทำงานในเที่ยวบินนั้นพอดีด้วย กัปตันสังเกตเห็นความสนิทสนมเลยเอ่ยปากถาม

We try to separate private
and professional as much as possible.
เราพยายามแยกเรื่องส่วนตัว
กับเรื่องงานออกจากกันให้มากที่สุด

โทไบอัสก็ไม่ได้ปกปิด เล่าได้ถ้ามีคนถาม
กัปตันดูดีมีมารยาท ตอนมีช่างเครื่องขึ้นมารายงานสถานะเครื่องบิน ช่างก็พูดภาษาเยอรมันยาวเหยียด พอได้จังหวะ กัปตันเลยพูดขึ้น

In English please.
My colleague Tobias is an American.
ภาษาอังกฤษสิครับ
โทไบอัสเพื่อนผมเป็นคนอเมริกัน

เพื่อนร่วมงานดี มีแฟนมาทำงานอยู่ไม่ไกล บินเที่ยวบินสั้นๆ ไม่เหนื่อยมาก ทุกอย่างดูน่าจะราบรื่น

แต่แล้วก็ไม่ใช่ พอเรือบินออกเดินทางได้ไม่ทันไร…

ในขณะที่พนักงานต้อนรับจะเอาน้ำเอาอาหารมาเสิร์ฟ มีกลุ่มชายพรวดพราดมาจะบุกเข้าห้องนักบิน

เดชะที่กัปตันและโทไบอัสสู้สุดใจขาดดิ้น กางกั้นกันผู้ร้ายสามคนออกไปนอกห้องได้ มีเพียงหนึ่งคนที่หลุดเข้ามา แต่ทั้งกัปตันและโทไบอัสต่างก็ได้รับบาดแผล กัปตันดูอาการหนักกว่า แต่ก็ควบคุมสติได้ดี

Tobias, pull your nose up.
Raise your nose!
โทไบอัส เชิดหัวขึ้น
เชิดหัว!

เกือบไม่ทัน! เสียวไส้!!
ด้วยว่าตอนต่อสู้กับผู้ร้าย มือไม้แข้งขาก็ไปปัดอุปกรณ์ เรือบินดูจะบินแบบหัวทิ่มไปมาก

I’m good.
Concentrate on bringing the plane down!
ผมไม่เป็นไร
เอาเครื่องลงให้ได้!

โทไบอัสคนเดียวเลยต้องทั้งติดต่อศูนย์ แล้วยังต้องจับผู้ร้ายอีกคนที่หลุดเข้ามาในห้อง ได้มัดให้แน่นหนาที่สุดเท่าที่จะทำได้

European 162, can you hear me?
ยูโรเปี้ยน 162 ได้ยินไหม?

ทางศูนย์พยายามติดต่อ

European 162, please describe
your emergency.
ยูโรเปี้ยน 162
อธิบายเหตุฉุกเฉินมา

ทางศูนย์ส่งเสียงผ่านมา

European 162, what kind of
emergency is it?
ยูโรเปี้ยน 162
มีเหตุฉุกเฉินอะไร?

จนโทไบอัสผู้ซึ่งถูกแทงที่แขนต้องห้ามเลือดตัวเอง ก่อนจะมาหาทางพูดคุย

We have a 7-5-0-0.
เรามี 7500

กัปตันสลบไปแล้ว เหลือโทไบอัสคนเดียวต้องจัดการสถานการณ์
ว่าแล้วก็อธิบายสถานการณ์จริง

I don’t know. I just hope
they’re safe in the back.
ไม่ทราบเลย
หวังว่าเขาจะปลอดภัย

แต่พอถามถึงลูกเรือ เมื่อโทไบอัสไม่รู้ ก็ตอบไปว่าไม่รู้
ผู้ร้ายหาอุปกรณ์ต่างๆ มาพังประตู แต่ไม่เป็นผล โทไบอัสก็ได้แต่มองผ่านจอโทรทัศน์

ในข่าวกล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เวิลด์เทรดคราวนั้น ประตูห้องนักบินถูกสร้างให้แข็งแรงยิ่งกว่าเดิม และระบบล็อกแน่นหนากว่าเดิม

ผู้ร้ายจับผู้โดยสารมาเป็นตัวประกัน เอาเศษกระจกแตกมาจี้คอหอย

I’m sorry, under no circumstances
should you let them into the cockpit…
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
คุณต้องไม่ให้มันเข้ามาในห้องนักบิน

แล้วจากนั้น ผู้ร้ายก็จับตัวพนักงานแอร์โฮสเตสหนึ่งคน ซึ่งคนนั้นก็คือแฟนสาวของโทไบอัส เอามีดจี้คอหอย จะทำเหมือนกับตัวประกันคนที่แล้ว

และเมื่อออกไปช่วยไม่ได้ ก็ต้องหาทางช่วย โทไบอัสประกาศให้ผู้โดยสารอื่นๆ ช่วย

They are only two and only have glass!
You have no weapons!
They don’t have knives, just broken glass.
มีผู้ร้ายสองคนและเศษแก้ว
ไม่มีอาวุธ
ไม่มีมีด มีแต่เศษแก้ว

แต่ก็ไม่ทันการณ์ และแม้จะเสียใจแค่ไหน โทไบอัสก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ผู้ร้ายหรือผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งอายุ 18 ปีเอง จัดการให้ตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องนักบินกับโทไบอัสจนได้

เรื่องนี้ตื่นเต้นตรงที่ไม่เหมือนเรื่องอื่น การจี้เครื่องบิน สถานการณ์มันอึดอัด ที่ก็แคบๆ ผู้ร้ายอายุแค่ 18 ปีเอง ระหว่างหน้าสิ่วหน้าขวาน แม่โทรศัพท์มาหาถามสารทุกข์สุกดิบ น้ำตาจะไหล

หนังใส่คำของมหาตมะ คานธี ไว้ตอนต้นเรื่อง “An eye for an eye only ends up making the whole world blind” และเมื่อเป็นคานธีผู้ปฏิเสธความรุนแรง เราก็เห็นความหมายในหนังได้ไม่ยาก

เราไม่ใช้ความรุนแรง และไม่ตอบโต้ต่อความรุนแรง เราจะหวังว่า ใครหน้าไหนที่ใช้ความรุนแรงกับเรา จะหยุดการกระทำอันรุนแรงนั่นเอง

…หวังไป หวังแล้วหวังอีก จนความรุนแรงมันไม่เกิดขึ้น เราจะทำแค่นั้น

ฉันเอง

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘เจ้าพ่อ’ กับ ‘ลูกน้อง’ การปกครองสมัยเริ่มแรก
บทความถัดไปนพมาส แววหงส์ /ภาพยนตร์ : THE MIDNIGHT SKY ‘โลกาวินาศ’