เครื่องเคียงข้างจอ / วัชระ แวววุฒินันท์ /หนุ่มเมืองกรุง ฉบับ ‘ม็อบสามนิ้ว’

วัชระ แวววุฒินันท์

เครื่องเคียงข้างจอ/วัชระ แวววุฒินันท์

หนุ่มเมืองกรุง ฉบับ ‘ม็อบสามนิ้ว’

 

ผมเป็นหนุ่มเมืองกรุง                    ชอบมุ่งแต่การงาน

พอถึงตอนเช้า                          ก็ก้าวเท้าออกจากบ้าน

ก้าวไปที่ชุมนุม                          ของคนหนุ่มคนสาว

โหมดการเมืองเร่งเร้า                   ให้ดุ่มเข้าส่องการณ์

เป็นม็อบรุ่นเยาว์วัย                     คนรุ่นใหม่ใจกล้า

รวมมากหน้าหลายตา                   เปิดศึกท้ารัฐบาล

บอกดังๆ ฟังไว้                           เราจะไม่ขอทน

เปิดหน้าพร้อมพุ่งชน                   ไปให้พ้นรัฐประหาร

สัญลักษณ์นักสู้                         คือการ “ชูสามนิ้ว”

ฮังเกอร์ เกม เป็นทิว                     เพื่อการบิ้ลด์อุดมการณ์

สามข้อที่เรียกร้อง                       หนึ่งต้อง “แก้รัฐธรรมนูญ”

หั่น ส.ว. ให้สูญ                          ได้ไม่หนุนแต่ทหาร

สองต้อง “ยุบสภา”                    แล้วเดินหน้าเลือกตั้ง

โดยไม่มีใบสั่ง                         อยู่เบื้องหลังจัดการ

สามคือข้อ “ต้องห้าม                 อย่าคุกคาม” ผู้คน

ที่เห็นต่างจากตน                     จนสับสนอลหม่าน

 

ทั้งสามข้อรอฟัง                         ทางฟากฝั่งอำนาจรัฐ

จะตอบรับ หรือบอกปัด                ให้ชัดๆ เลยท่าน

ขีดเส้นไว้เร่งเร้า                         ที่ 19 กันยา

หากไม่ทำตามว่า                        จะเดินหน้าประจัญบาน

ก็วัยรุ่นใจร้อน                            ไม่ขอผ่อนยืดยาว

ให้มันจบที่รุ่นเรา                         จะได้ก้าวต่อสาน

เป็นประชาธิปไตย                        แบบเต็มใบเต็มร้อย

ประชาชนรอคอย                        เกือบร้อยปีดักดาน

พวกที่เป็นแกนนำ                      ถูกกระทำย่ำยี

ศาลออกหมายตามจี้                     ต้องคดีรังควาน

ก่อเหตุไม่สงบ                            ตามระบบบ้านเมือง

ผิดหลายข้อมากเรื่อง                    ชวนขัดเคืองรัฐบาล

ทั้งเพนกวิน แพนด้า                    หรืออานนท์, ภานุพงศ์

ดีไม่ต้องเข้ากรง                          แต่ต้องลงหลักฐาน

ให้ประกันตัวได้                          มีเงื่อนไขชี้นำ

ห้ามกระทำผิดซ้ำ                         ไม่ล่วงล้ำคำสั่งศาล

 

ยังมีการเรียกร้อง                           จากคอซองขาสั้น

ออกมารวมพลังกัน                      ด้วยมุ่งมั่นหลักการ

ชูสามนิ้ว โบขาว                        ระหว่างเข้าแถวเช้า

ร้องเพลงชาติไทยไงเล่า                ครูต้องเข้าจัดการ

จนเป็นข่าวคราวตาม                   ครูคุกคามเสรีภาพ

ใช้สิทธิ์ไหนไม่ทราบ                   มากำราบวัยหวาน

ฟากคุณครูนั้นเล่า                      ที่รีบเข้าประกบติด

ด้วยว่าเห็นลูกศิษย์                       ไม่รู้คิดรอบด้าน

แสดงออกไม่ว่า                          ใช่ต่อหน้าธงชาติ

ควรเคารพเป็นสามารถ                 อย่าบังอาจรังควาน

เป็นช่องว่างของวัย                    ที่ต่างใจต่างคิด

ไม่มีคนถูกผิด                        เพราะเป็นสิทธิ์ตามกาล

 

จากม็อบชวนปลดแอก                   เหมือนคมแฝกตีฟาด

สภาผู้แทนแห่งชาติ                     กระวีกระวาดต่อสาน

ยื่นเรื่องขอตามแก้                      กฎหมายแม่ธรรมนูญ

ฉบับปี 60                                  ที่เคืองขุ่นคัดค้าน

ว่าเป็นฉบับรับใช้                          ซ่อนกลไกสืบทอด

อำนาจมืดตาบอด                         ให้อยู่ตลอดนานนาน

ยากที่จะแก้ไข                             ต้องอาศัยเงื่อนเยอะ

หลักเกณฑ์พรรคชักเปรอะ             เลอะเทอะรอบด้าน

ทั้งการมาของ ส.ว.                         เป็นแต้มต่อคนตั้ง

ตราประทับทรงพลัง                    ไม่เป็นดั่งอุดมการณ์

ที่ควรเป็นตัวแทน                      จากทุกแดนทุกที่

หลากอาชีพมากมี                        ความรู้ดีดีมาประสาน

 

ม็อบช่วงนี้พักก่อน                     แต่อย่าได้นอนใจ

หากไร้ข้อแก้ไข                          จากผู้ใหญ่ของบ้าน

มาเป็นรูปธรรม                          ที่ชี้นำแสงสว่าง

ให้เป็นรูปเป็นร่าง                        ตามแนวทางสร้างสรรค์

ให้ตอบโจทย์ประเทศ                   แบบประชาธิปไตย

ประชาชนเป็นใหญ่                     กว่าอำนาจใดทุกด้าน

มีทางแก้อคติ                           ที่อยุติธรรม

ที่ยังคงครอบงำ                          เหมือนมนต์ดำดักดาน

เมื่อนั้นม็อบสามนิ้ว                     คงวิ่งลิ่วมาชุมนุม

ทั้งเด็ก สาว แก่ หนุ่ม                   มาชุมนุมต่อต้าน

อาจเป็นถึงชนวน                         เรื่องก่อกวนกลางเมือง

คราวนี้ละเป็นเรื่อง                      จะสิ้นเปลืองเกินประมาณ

ทั้งสังคม เศรษฐกิจ                     ทั้งชีวิตผู้คน

ต้องวุ่นวายสับสน                        เพราะ “ไม่ทน” แล้วละท่าน

แต่ยังแอบคิดดี                         ว่าต้องมีทางออก

ที่จะไม่ช้ำชอก                         ให้เมฆหมอกอันตรธาน

ผมเป็นหนุ่มตอนปลาย                แพ้ร่างกายสังขาร

ม็อบกี่นิ้วไม่รู้                            แต่ใจยังสู้ไปอีกนาน…น้าน…นาน

บทความก่อนหน้านี้‘ชำนาญ’ เชื่อ รัฐบาลรู้ตัว ไม่ดึงเกมยื้อเลือกตั้งท้องถิ่น ลุ้นสนามแรก 13 ธ.ค.ปีนี้
บทความถัดไปการ์ตูนที่รัก / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ /Hello World