ขอแสดงความนับถือ/ฉบับประจำวันที่ 4-10 กันยายน 2563

ขอแสดงความนับถือ

 

“ปริญญา”

กำลังเป็นประเด็น “ละเอียดอ่อน” ของสังคมไทย ในบาง “แง่มุม”

กระนั้น เมื่อเรื่องนี้มาอยู่ในพื้นที่ “กาแฟดำ”

ย่อมทำให้เรื่อง “ปริญญา” อยู่ใน “พื้นที่ปลอดภัย”-หึ หึ

สามารถอ่านเรื่องนี้ได้อย่างสบายใจ

แม้สิ่งที่กาแฟดำ–สุทธิชัย หยุ่น นำมาเขียน

จะชวนให้ตระหนกตกใจบ้าง

“เมื่อปริญญาไร้ความหมาย

มหาวิทยาลัยก็ล่มสลาย”!!!

 

ก่อนเข้าสู่ประเด็น

สำหรับยุวชน และเยาวชน ที่ถือเป็นหลานเป็นเหลน “สุทธิชัย หยุ่น”

หลายคนอาจไม่ทราบว่า โปร์ไฟล์ที่ถูกขีดเส้นใต้หลายเส้นในประวัติส่วนตัวของสุทธิชัย หยุ่น

ครั้งหนึ่งเคยเป็นแรง “บันดาลใจ” ให้กับคนหนุ่ม-สาวในยุคแสวงหา

ในการตั้งคำถามต่อ “ปริญญา”

อาจจะคล้ายๆ กับ “ฉันจึงมาหาความหมาย” ของวิทยากร เชียงกูร

ที่สุดท้าย “(มหาวิทยาลัย) ให้กระดาษฉันเพียงแผ่นเดียว”

แต่สุทธิชัย หยุ่น อาจจะมากกว่า เพราะกระดาษ (ปริญญา) เพียงแผ่นเดียวก็ไม่เคยได้รับ

 

(ข้อมูลที่บันทึกไว้ในวิกิพีเดียไทย) สุทธิชัย หยุ่น มาจากครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนที่ยากจน ในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

จบการเรียนชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนแสงทองวิทยา อำเภอหาดใหญ่

ต่อมาเข้าเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญพณิชยการ ในกรุงเทพมหานคร

ระหว่างเรียนมีผลงานเขียนกับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์

เข้าทำงานที่บริษัท ดีทแฮล์ม จำกัด อยู่สามเดือน

จึงเปลี่ยนมาเป็นล่ามให้กับผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกัน ที่เข้ามาสร้างเขื่อนผามอง จังหวัดหนองคาย

เสร็จจากงานชั่วคราวนี้ จึงเข้าศึกษาต่อที่แผนกอิสระสื่อสารมวลชน ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ปัจจุบันคือคณะนิเทศศาสตร์)

ขณะเรียนก็เป็นพนักงานพิสูจน์อักษร ที่บางกอกโพสต์ไปด้วย

แต่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เรียนไม่จบ เพราะเวลาเรียนกับเวลาทำงานตรงกัน จึงตัดสินใจเลือกทำงาน

และงานที่เลือกนี้ ก็นำไปสู่การเป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของคนไทย เดอะเนชั่น

และเป็นหนึ่งใน “นักข่าว” ชั้นนำของประเทศ กระทั่งปัจจุบันนี้

 

แน่นอน “ปริญญาไร้ความหมาย” ที่สุทธิชัย หยุ่น นำมาเขียนในคอลัมน์กาแฟดำ มติชนสุดสัปดาห์ฉบับนี้

ไม่ได้เกี่ยวกับชีวประวัติของเขาข้างต้น

หากแต่เกี่ยวข้องกับอีลอน มัสก์ แห่ง Tesla และ SpaceX ที่ทำสนั่นโลกอีกครั้ง

เมื่อเขาประกาศรับคนทำงานรุ่นใหม่โดยบอกว่า

ไม่ต้องมีปริญญา

ขอให้ทำงานได้เท่านั้น

อีลอน มัสก์ เขียนไว้ชัดเจนในทวิตเตอร์ว่า ใครต้องการทำงานให้สมัครตรงไปที่เขาเลย

ไม่ต้องเขียนใบสมัคร

ไม่ต้องเขียนเรียงความให้ไพเราะเพราะหู

ไม่ต้องบอกว่าสอบผ่านปีสุดท้ายในมหาวิทยาลัยด้วยคะแนนเท่าไหร่

ไม่ต้องบอกว่าได้รับเกียรตินิยมอะไรบ้าง

เรียนจบมัธยมก็ยังได้เลย ไม่มีปัญหา

เพียงแต่ผู้สมัครทุกคนต้องผ่านการทดสอบในสิ่งที่อีลอน มัสก์ ต้องการอย่างเข้มข้นเท่านั้น

 

สุทธิชัย หยุ่น ชี้ว่า หัวใจของเรื่องคือคนที่อีลอน มัสก์ ต้องการคือคนที่ “ทำงานได้”

หรือไม่ก็ “พร้อมจะเรียนรู้เพื่อจะทำงานให้ได้”

พร้อมกับมีคำถามอันแหลมคมติดตามมา

คือ…ถ้าหากผู้บริหารธุรกิจที่ประสบความสำเร็จของไทยคิดแบบเดียวกับอีลอน มัสก์

นั่นย่อมแปลว่าสถาบันการศึกษาของไทยกำลังถึงกาลใกล้ล่มสลาย ใช่หรือไม่

เพราะขนาดหลายคนผ่านสถาบันการศึกษาชั้นนำ มีปริญญาต่อท้ายยาวเหยียด

แต่กลับไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

กว่า 12 ปี ของการจัดงาน Healthcare เครือมติชนร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ส่งต่อความรู้และให้บริการสุขภาพแก่คนไทยในทุกมิติ ทั้งการป้องกัน ดูแล และรักษา โดยเฉพาะการบริการตรวจสุขภาพฟรีจากสถานพยาบาลชั้นนำ เวิร์กชอป ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ รวมถึงการยกระดับเวทีเสวนาให้เป็น “Health Forum” เปิดเวทีให้แพทย์ และ Speaker ระดับประเทศ มาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการป้องกัน การรักษา และนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงเรื่องราวสุขภาพในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่จะมาให้อัปเดตตลอด 4 วันของการจัดงาน เดินทางสะดวกโดยทางด่วนและ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2
ลงทะเบียนเข้างานฟรี มีต้นไม้แจกด้วยนะ (จำนวนจำกัด)

บทความก่อนหน้านี้ดาวกับดวง : วันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2563 : โดย พิมพ์พรร
บทความถัดไปอุรุดา โควินท์ / ทางรอดอยู่ในครัว : ฤดูฝน บัวลอย และบัวหลวง