สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงตนเอง/อินทผลัม ผลไม้พระอินทร์ กินเป็นลืมป่วย

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ/โครงการสมุนไพรเพื่อการพึงตนเอง มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

อินทผลัม

ผลไม้พระอินทร์

กินเป็นลืมป่วย

 

ใครว่าลูกอินทผลัมปลูกได้แต่ในแดนตะวันออกกลางของโลกอาหรับ เพราะในยุคโลกาภิวัตน์อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น

คนไทยหัวใสเคยนำเอาพันธุ์ปาล์มชื่อ “อันนะคีลฺ” หรือ “ผลไม้ของพระเจ้า” จากแถบสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มาปลูกในไทยแลนด์เมื่อสิบปีที่แล้ว

อันที่จริง ผลจากต้นอันนะคีลฺนั้นเป็นผลไม้อบแห้งนำเข้าที่คนไทยเรานิยมบริโภคกันมานานแล้วในชื่อ “อินทผลัม”

คนไทยที่คิดตั้งชื่อนี้เป็นยอดนักอักษรศาสตร์ เพราะความหมายของชื่อยังสื่อถึงที่มาเดิม คือ เป็น “ผลไม้ของเทวดา” หรือ “ผลไม้ของพระอินทร์” (อินท = พระอินทร์, ผลัม = ผลไม้)

แม้คนไทยจะยืมภาษาบาลี-สันสกฤตมาใช้ แต่ก็เป็นคำใหม่ไม่ได้ยืมชาติไหนมา เพราะชาวอินเดียเองเขาเรียกชื่อผลไม้ปาล์มชนิดนี้ว่า “คะจอร์” (Khajoor)

ในที่นี้ขอให้เข้าใจตรงกันว่าอินทผลัม คือ ปาล์มชนิดที่มีผลกินได้ ทุกสายพันธุ์มีชื่อเรียกทางพฤกษศาสตร์เหมือนกัน คือ Phoenix dactylifera L.

การที่ใช้ชื่อสกุลเป็นชื่อนกฟีนิกซ์ ปักษาปรัมปราในเทพนิยายกรีก ก็เพราะลักษณะกิ่งก้านใบปาล์มชนิดนี้กางแผ่ออกไปทุกทิศทางคล้ายปีกนกฟีนิกซ์

แต่ความหมายที่สำคัญคือ อินทผลัมเป็นต้นไม้อายุยืน แม้ 100 ปีก็ยังแตกดอกออกผลได้ รสหวานเหมือนเดิม ดุจเดียวกับชีวิตอมตะของนกฟีนิกซ์นั่นเอง

อินทผลัมเป็นที่รู้จักทั่วโลกในชื่อสามัญว่า เดตปาล์ม (Date Palm) หรือใช้ชื่อเดตส์ (Dates) คำเดียวที่แปลว่า “วันนัดพบ” อันเป็นสื่อรักที่รู้กันเวลาชายหนุ่มมอบผลอินทผลัมแก่หญิงสาวที่นัดเดต (Dates) กันนั่นเอง

 

อินทผลัมเป็นผลไม้แห่งบรรพกาล พบหลักฐานของปาล์มฟีนิกซ์ชนิดนี้แพร่พันธุ์อยู่ในยุคเมโสโปเตเมียก่อนคริสตกาลถึง 5,000 ปี เป็นผลไม้โปรดปรานของพระเจ้าที่มีชื่อปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์เก่าแก่ของยูดาห์ไบเบิล และอัลกุรอ่าน

ไม่ใช่ปาฏิหาริย์หากเกิดจากความเพียรพยายามของเกษตรกรไทยหัวใหม่ ที่ไม่ต้องรอการส่งเสริมของภาครัฐที่ทำให้อินทผลัมปาล์มโบราณจากลุ่มน้ำไทกริส-ยูเฟรติส ยุคเมโสโปเมีย เดินทางมาสู่ถิ่นฐานบ้านใหม่ในลุ่มน้ำเจ้าพระยา แดนสุวรรณภูมิ แหลมทอง กลายเป็นพืชผลเศรษฐกิจใหม่ของไทยในช่วงสิบปีหลังนี้

อินทผลัมที่ปลูกได้ดีในดินไทยคือ พันธุ์บาร์ฮี (Barhi) เป็นพันธุ์ที่เหมาะสำหรับรับประทานผลสด ซึ่งสามารถปลูกได้ในทุกภูมิภาคของไทยไม่น้อยกว่า 20 จังหวัด

ไม่แน่ว่าในอนาคต ไทยแลนด์อาจเป็นแดนโอเอซิสของอินทผลัม และเป็นแหล่งส่งออกของอินทผลัมทั้งสดและแปรรูปทั้งอบแห้งและเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสุขภาพก็ได้

 

เนื่องจากอินทผลัมเป็นผลไม้รสหวานจัดในตัว แม้ผลสดที่ปลูกในเมืองไทยจะหวานน้อยกว่าผลแห้ง แต่ก็ยังมีคำถามเสมอว่า คนเป็นเบาหวานกินอินทผลัมได้ไหม

ก่อนตอบฟันธงต้องขอยกงานวิจัยของคุณหมอจูม่า เอ็ม.อัลกาบี (Jim’s M.Alkaabi) ผู้เชี่ยวชาญของโลกอาหรับเองยืนยันว่า เมื่อทดลองให้ผู้ป่วยเบาหวานกินผลอินทผลัมแล้ว พบว่าไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นแต่อย่างใด

ทั้งนี้เพราะ “อินทผลัม” จัดอยู่ในกลุ่มผลไม้ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลในเลือดต่ำ (Low Glycemic Index) จึงช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

กล่าวคือ น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวของอินทผลัมนั้น ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ทันที ทำให้ไม่มีน้ำตาลตกค้างในกระแสเลือดเกินเกณฑ์ควบคุม

และจากงานวิจัยของนักวิจัยไทยพบว่าอินทผลัมช่วยบำรุงตับอ่อนและรักษาโรคเบาหวานได้

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้อินซูลินควบคุม หากเกิดอาการวูบเพราะน้ำตาลตกกระทันหันควรพกผลอินทผลัมติดตัวแล้วรีบกิน น้ำตาลจะกลับมาชดเชยอย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ พี่น้องชาวมุสลิมที่ถือศีลอดในเดือนรอมฎอน พอตะวันตกดินแล้วจึงกินอินทผลัมกับน้ำบริสุทธิ์ตามคำสอนของท่านนบีศาสดา เพื่อให้ร่างกายฟื้นกำลังอย่างรวดเร็ว

ขอเตือนว่า อันตรายสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน มิใช่อยู่ที่น้ำตาลในเลือดเกินเท่านั้น แต่อยู่ที่น้ำตาลลดต่ำด้วย

อย่างไรก็ตาม ร่างกายคนเราปกติต้องการน้ำตาลวันละไม่เกิน 6 ช้อนชา ซึ่งน้ำอัดลมขวดเล็กหรือน้ำชาเขียวสารพัดยี่ห้อขวดหนึ่งเฉลี่ยมีน้ำตาล 6-9 ช้อนชาแล้ว สำหรับอินทผลัมสด 1 ผล จะมีน้ำตาลราว 4 กรัมหรือเกือบ 1 ช้อนชา (เท่ากับ 5 กรัม)

ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก ควรงดน้ำตาลจากแหล่งอื่นแล้วหันมาบริโภคอินทผลัมแทน แต่อย่าให้เกินปริมาณน้ำตาลที่ควบคุม

 

สรรพคุณสำคัญของอินทผลัมที่มีงานวิจัยยืนยันแล้วคือ อินทผลัมช่วยยับยั้งการหลั่งสารอินเตอร์ลิวคิน-6 (Interleukin-6) ที่ทำลายสมองในผู้สูงอายุ

ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคความจำเสื่อม

และมีงานวิจัยว่าสตรีตั้งครรภ์บริโภคอินทผลัม วันละ 6 ผล เป็นเวลา 4 สัปดาห์ (ราว 1 เดือน) ก่อนคลอดจะช่วยให้คลอดธรรมชาติได้ง่ายและปลอดภัย เพราะอินทผลัมมีสารคล้ายฮอร์โมนออกซีโตซินที่ช่วยให้มดลูกบีบตัวในระหว่างคลอด และลดการตกเลือดหลังคลอด

ในทางกลับกันสตรีตั้งครรภ์อ่อนไม่ควรบริโภคอินทผลัมเพราะเสี่ยงต่อการแท้งลูก

ยิ่งกว่านั้น อินทผลัม 1 ผลมีโพแทสเซียมสูง 47 มิลลิกรัม ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองได้มากถึง 40% และข่าวดีสำหรับท่านชายที่ประสงค์มีบุตร คือ อินทผลัมมีสารฟีลกูลีน (Philguline) ที่ช่วยบำรุงการหลั่งน้ำเชื้อ และรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศด้วย

ช่วงนี้อินทผลัมสดเริ่มวายแล้ว คงต้องกินผลอบแห้งซึ่งหาได้ง่าย แต่ต้องระวังอย่าซื้อผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมน้ำตาลทรายเพราะแสลงต่อโรคเบาหวาน

หากจะกินเป็นยาให้ลดของหวานจากแหล่งอื่น กินไม่เกินวันละ 6 ผล วันเว้นวัน

หากกินเป็นแบบนี้ ลืมป่วยไปได้เลย

บทความก่อนหน้านี้รายงานพิเศษ / จับทาง ‘บิ๊กตู่’ วางหมาก ทบ. ยุค ‘บิ๊กบี้’ มองอนาคต ‘บิ๊กแดง’ จากมัฆวานฯ สู่วังลัดดา เขย่า 5 เสืออากาศ วัดดวง ‘บิ๊กตั้ว-บิ๊กต่วย’ ‘ธนศักดิ์-ชานนท์’
บทความถัดไปแมลงวันในไร่ส้ม / ม็อบแฮมทาโร่ เมื่อคนรุ่นใหม่ ปะทะ ‘อำนาจเก่า’