ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต/ผ่าสเป๊ก 2 เอสยูวีต่างสไตล์ ‘แฮร์ริเออร์’ และ ‘ซีอาร์-วี’

สันติ จิรพรพนิต

ยานยนต์ สุดสัปดาห์/สันติ จิรพรพนิต cars@khaosod.co.th

ผ่าสเป๊ก 2 เอสยูวีต่างสไตล์

‘แฮร์ริเออร์’ และ ‘ซีอาร์-วี’

 

ตลาดเอสยูวี หรือรถตรวจการณ์อเนกประสงค์ในเมืองไทยยังมาแรงและมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการเข้ามาของผู้เล่นหลากหน้าหลายตา

ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์โดยตรง และกลุ่มเกรย์มาร์เก็ต หรือผู้นำเข้าอิสระ

ในงาน “มอเตอร์โชว์” ที่เพิ่งปิดฉากลงไป มีเอสยูวีชื่อก้องโลกเข้ามาสร้างสีสันอยู่ไม่น้อย

หนึ่งนั้นมาจากเกรย์มาร์เก็ตชื่อดังอย่าง “อีตั้น กรุ๊ป” ผู้นำเข้าอิสระที่มีโชว์รูมทั่วประเทศ พร้อมศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร

ที่อวดโฉมโตโยต้า “แฮร์ริเออร์” ใหม่ 2020 (All-New Harrier 2020)

อีกหนึ่งเป็นการไมเนอร์เชนจ์รถรุ่นที่ถือว่าขายดีที่สุดของไทยในเซ็กเมนต์ คือฮอนด้า “ซีอาร์-วี”

 

ประเดิมที่ “แฮร์ริเออร์” นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 บนแพลตฟอร์ม “TNGA” (Toyota New Global Architecture) มีความปลอดภัย คล่องตัว ดีไซน์ลํ้าสมัย ด้วยโครงสร้างยานยนต์สำเร็จรูป ในรูปแบบใหม่

ไม่ว่าจะเป็นพื้นตัวถังห้องเครื่องยนต์ พื้นตัวถังห้องโดยสาร พื้นตัวถังห้องสัมภาระ ชุดระบบส่งกำลังและระบบไฟฟ้า จะทำให้เครื่องยนต์มีนํ้าหนักเบาแต่แข็งแรงและปลอดภัยสูง ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกันกับรถยนต์ที่ใช้ในอเมริกาและยุโรป

แฮร์ริเออร์เป็นรถยนต์อเนกประสงค์พรีเมียม ให้ความรู้สึกหรูหรา ดูสปอร์ตด้วยการออกแบบตกแต่ง เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง เหมาะสําหรับคนเมืองที่ต้องการความคล่องตัวในทุกไลฟ์สไตล์

มาพร้อมกับดีไซน์หรูหรา เน้นเส้นสายตัวรถที่มีความเฉียบคม มีความสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิม กระจังหน้าใหม่

ไฟหน้าเพรียวบางยังคงไว้ในส่วนฟังก์ชั่นตามแบบฉบับเช่นเดียวกับรุ่นเดิม เช่น ระบบไฟ LED 3 ดวง ระบบไฟหน้า LED Daytime Running Lights ปรับไฟสูงอัตโนมัติ

ไฟท้ายคาดยาวเส้นบางเฉียบ

ขนาดล้อที่ออกแบบมาพิเศษสำหรับรุ่นท็อป ที่มีขนาด 19 นิ้ว

สามารถเปิด-ปิดฝาท้าย โดยใช้เท้าเตะเข้าไปใต้ท้องรถ

ห้องโดยสาร พวงมาลัยหนังแท้ เบาะผ้าผสมหนัง เพิ่มความหรูหรามากยิ่งขึ้น ซึ่งตัวเบาะมีให้เลือกด้วยกัน 3 เฉดสี ได้แก่ สีเทา, สีดำและสีนํ้าตาล สามารถปรับได้แบบ 8 ทิศทาง สำหรับที่นั่งคนขับ และปรับได้ 4 ทิศทาง สำหรับที่นั่งผู้โดยสาร

หน้าจอ Audio ขนาดใหญ่ 12.3 นิ้ว พร้อมระบบนำทางและชุดเครื่องเสียง JBL พรีเมียม ลำโพง 9 จุด รองรับการใช้งาน Apple CarPlay และ Android Auto

หน้าปัดแสดงกระจกมองหน้า และกล้องมองหลัง

เป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งกระจกมองหลังแบบกล้อง แทนที่กระจกปกติ เพื่อทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้น

จุดชาร์จ USB 2 จุดหน้า และ 2 จุดหลัง รวมถึงระบบไฟภายในห้องโดยสาร และปุ่มสตาร์ตด้วยกุญแจอัจฉริยะ

พาโนรามิกซันรูฟ ปรับความทึบกระจกด้วยไฟฟ้า

 

ขุมพลังมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด กำลังสูงสุด 178 แรงม้า/5,700 รอบต่อนาที กำลังจากมอเตอร์ 88 แรงม้า/ 120 กิโลวัตต์ รวม 2 ระบบให้กำลังสูงถึง 218 แรงม้า

ระบบเกียร์ E-CVT 6 สปีด

อีกบล็อกเป็นเครืองยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 171 แรงม้า/6,600 รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ระบบเกียร์ CVT 10 สปีด

มิติตัวถัง (กว้าง x ยาว x สูง) 1,855 x 4,740 x 1,660 ม.ม. กว้างกว่ารุ่นเดิมแต่ความสูงลดลง

ส่วนความปลอดภัย Toyota Safety Sense 2.0 รวมระบบความปลอดภัยพื้นฐาน อาทิ

ระบบความปลอดภัยก่อนการชน

ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมหน่วงพวงมาลัยอัตโนมัติ

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบแปรผัน

ระบบอ่านป้ายจราจรควบคุมความเร็ว ฯลฯ

ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท

 

ส่วนฮอนด้า “ซีอาร์-วี” มีให้เลือกทั้งแบบ 5 และ 7 ที่นั่ง

กระจังหน้า Gloss Black ตกแต่งด้วยโครเมียมรมดำและไฟท้ายรมดำ ให้อารมณ์สปอร์ต หรูหราและแข็งแกร่ง ระบบไฟหน้าปรับไฟสูงอัตโนมัติ

ไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED Sequential

ล้ออัลลอยมีทั้งขนาด 17 และ 18 นิ้ว (ตามแต่ละรุ่นย่อย)

ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบแฮนด์ฟรี

ภายในคอนโซลหน้าขนาดใหญ่ดีไซน์หรูหรา ตกแต่งด้วยลายไม้และวัสดุสีดำ Piano Black

คอนโซลกลางมาพร้อมกับระบบเกียร์ไฟฟ้า ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT สามารถแสดงข้อมูลได้ทั้งระบบนำทาง ข้อมูลการเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย ข้อมูลโหมดเครื่องเสียงผ่านบลูทูธ

จอ Infotainment ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อ Apple CarPlay และมีระบบนำทางเนวิเกเตอร์

Wireless Charger พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB 2 ช่อง

ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา i-Dual Zone ระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 3 ในรุ่น 7 ที่นั่ง

กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ

เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ตำแหน่ง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า 4 ทิศทาง และมีระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับขี่

เบาะนั่งแถวสองพับแยกแบบ 60:40

 

เครื่องยนต์มี 2 บล็อก เครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC Turbo แบบ 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ

และเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร i-VTEC กำลังสูงสุด 127 แรงม้า แรงบิด 224 นิวตัน-เมตร กำลังด้วยระบบเกียร์ CVT มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ

ระบบกันสะเทือนหน้า แม็กเฟอร์สันสตรัตอิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังมัลติลิงก์ พร้อมเหล็กกันโคลง

เทคโนโลยีระบบความปลอดภัย Honda Sensing

ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ

ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ

ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อออกนอกช่องทางเดินรถ

ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน

ระบบ Brake Hold อัตโนมัติป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนตัวโดยไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรกค้างไว้

กล้องมองภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอยรถ ฯลฯ

มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ราคา 1,369,000-1,759,000 บาท

บทความก่อนหน้านี้เศรษฐกิจ / ทองคำใกล้หลุด 3 หมื่นบาท สะท้อนเศรษฐกิจทั้งโลกทรุด?
บทความถัดไปชูชัย เผยพยานปากเอกคดีบอส เคยเป็นลูกน้องแต่ไม่รู้ว่าเป็นพยาน พร้อมเล่าความสัมพันธ์กับ “อยู่วิทยา”