แมลงวันในไร่ส้ม / บิ๊กป้อมผงาดคุม พปชร. ข่าวใหญ่-ก้าวต่อไป ถึงคิว ‘บิ๊กตู่’ ปรับ ครม

แมลงวันในไร่ส้ม

บิ๊กป้อมผงาดคุม พปชร.

ข่าวใหญ่-ก้าวต่อไป

ถึงคิว ‘บิ๊กตู่’ ปรับ ครม.

 

ข่าวใหญ่จากปรากฏการณ์สำคัญทางการเมือง ก็คือ การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา

วาระที่จับตากันเป็นพิเศษ คือ การเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ หลังจากมีการลาออก เพื่อให้กรรมการชุดเดิมสิ้นผล อันเป็นแผนการทางการเมือง นำเอา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พี่ใหญ่ คสช.มาคุมพรรคอย่างเป็นทางการ

ผลการประชุมไม่เหนือความคาดหมาย กรรมการบริหารพรรค ตามข้อกำหนดในข้อบังคับพรรคใหม่ มีจำนวนไม่น้อยกว่า 11 คน แต่ไม่เกิน 29 คน ประกอบด้วย หัวหน้าพรรคการเมือง รองหัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรคการเมือง ผู้อำนวยการพรรคการเมือง เหรัญญิกพรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง กรรมการบริหารอื่นของพรรคการเมือง

ข้อบังคับพรรคใหม่ กำหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองมีอำนาจแต่งตั้งกรรมการบริหารอื่นของพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคการเมือง จำนวนไม่เกิน 9 คน พร้อมกับมอบหมายอำนาจหน้าที่ให้และแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการพรรคการเมือง 1 คน อีกทั้งหัวหน้าพรรคมีหน้าที่และอำนาจถอดถอนรองหัวหน้าพรรคออกจากตำแหน่งหรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ที่ได้รับมอบอำนาจหรือมอบหมาย

และมีอำนาจถอดถอนผู้อำนวยการพรรคหรือเปลี่ยนแปลงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

ผลการเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่แบบลับ มีมติเลือก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แบบไร้คู่แข่ง โดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ทำหน้าที่เสนอชื่อ และมีการเสนอเพียงรายชื่อเดียว

ตำแหน่งอื่นๆ นายอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ เป็นนายทะเบียนพรรค

ยังมีการแก้ไขข้อบังคับพรรค เปลี่ยนเครื่องหมายพรรคการเมือง หรือโลโก้พรรค ที่ให้ชื่อพรรคอยู่ในกรอบวงกลม มีความหมายแสดงถึงความมีพลังแห่งความสามัคคี ความร่วมมือ ร่วมใจของประชาชน ร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืน

ส่วนแถบสีแดง สีขาวและสีน้ำเงินครามของกรอบวงกลมหมายความว่า เป็นการรวมพลังความสามัคคีของทุกคนในชาติให้เป็นหนึ่งเดียว ปราศจากความขัดแย้ง

นอกจากนี้ ยังแก้ข้อบังคับ เปิดทางให้ย้ายที่ทำการพรรคแห่งใหม่ จากเดิมตั้งอยู่ที่อาคารปานศรี ย่านประชาชื่น ไปยังอาคารรัชดาวัน ถ.รัชดาภิเษก ตรงข้ามศาลอาญา

กรรมการบริหารพรรคอีก 23 คน ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

นายวิรัช รัตนเศรษฐ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายสุชาติ ชมกลิ่น นายอิทธิพล คุณปลื้ม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ นายสุพล ฟองงาม นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ

นายชาญวิทย์ วิภูศิริ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ นายนิโรธ สุนทรเลขา นายไผ่ ลิกค์

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ นายสุรชาติ ศรีบุศกร นายนิพันธ์ ศิริธร นางประภาพร อัศวเหม และนายสกลธี ภัททิยกุล

กรรมการบริหารพรรคทั้งคณะ 27 คน สะท้อนภาพกลุ่มก้อนที่สนับสนุน พล.อ.ประวิตร และไม่มีกลุ่ม 4 กุมารที่นำโดยนายอุตตม สาวนายน อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐอยู่เลย

 

ตําแหน่งกรรมการบริหารชุดนี้ไม่ได้นอกเหนือความคาดหมาย เนื่องจากมีการตระเตรียมมาอย่างยาวนานแล้ว

ประเด็นน่าสนใจจากการประชุมในวันดังกล่าว ได้แก่ การระบุว่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

โดยนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค เปิดเผยตอนหนึ่งว่า หัวหน้าพรรคสั่งการให้ออกนโยบายแก้ปัญหาของประเทศ เราทำได้แน่ เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้น ขอให้คอยดู ยืนยันด้วยความมั่นใจว่าจะนำพาประเทศ สังคม เศรษฐกิจ การเมืองสู่ความเจริญ เพื่อทำให้ประชาชนกินดี อยู่ดี พรรคเราทำได้แน่นอน

ทั้งนี้ กก.บห.ชุดใหม่จะมีส่วนใน ครม.เศรษฐกิจด้วยหรือไม่นั้น เราทำงานคู่ขนานเพื่อผลิตนโยบาย มีนักวิชาการ นักธุรกิจ คนรุ่นใหม่ ช่วยกันคิดและนำเสนอถึงรัฐบาล และนายกฯ ตนมั่นใจว่าดีแน่ จะได้เห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้น เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นแน่นอน โดยโฉมหน้าทีมเศรษฐกิจใหม่ของพรรค จะนำโดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ และคนมีชื่อเสียงของประเทศ ขอให้รอตกผลึกอีกครั้ง

ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กระหึ่ม

วันรุ่งขึ้น นายอนุชา นาคาศัย ต้องออกมาให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่าพรรค พปชร.มีความจำเป็นที่ต้องทำงานให้ประชาชนหลายด้านอย่างเร่งด่วน และทำงานเชิงรุก ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ในด้านเศรษฐกิจนั้นถือเป็นความเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการ จึงได้แต่งตั้งศาสตราจารย์นฤมลเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรค ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคและนักวิชาการ ส่วนด้านอื่นๆ นั้นจะเปิดเผยรายชื่ออีกครั้ง

“พรรค พปชร.ต้องเร่งผลิตนโยบายเร่งด่วนเพื่อเยียวยาประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้าที่รับผลกระทบจากโควิดอย่างมาก โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจ เพื่อจะสะท้อนไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณา และยังให้เห็นว่าพรรคมีนโยบายที่ดี สามารถตอบโจทย์ของประเทศทางด้านเศรษฐกิจในสภาวะปัจจุบันอย่างเร่งด่วนและระยะยาวได้ ทั้งนี้ การตั้ง ศ.นฤมลขึ้นมาเป็นทีมเศรษฐกิจ เป็นการคิดนโยบายให้กับพรรค ไม่ใช่ตั้งขึ้นมาคุมทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล”

นายอนุชากล่าว

 

แม้ว่าจะมีการชี้แจงเพื่อลดกระแสวิจารณ์นางนฤมล แต่การเคลื่อนไหวของแกนนำชุดใหม่ของพรรค พปชร. ก็ยังเป็นที่สนใจของสังคมว่า เป็นอีกก้าวของกลุ่มแกนนำชุดใหม่ เพื่อจะนำไปสู่การปรับ ครม.ที่มีทีมเศรษฐกิจที่นำโดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นเป้าหมาย

เนื้อหาการให้สัมภาษณ์ของนายอนุชา บ่งชัดว่าจะเสนอนโยบายเศรษฐกิจเพื่อคนระดับรากหญ้า เพื่อเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด

และน่าจับตาว่า นางนฤมลและแกนนำพรรคจะสามารถระดมบุคคลระดับมันสมอง มาช่วยคิดแนวทางเศรษฐกิจใหม่ได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร เพื่อเป็นเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงทั้งนโยบายและตัวบุคคล

กลุ่มผลักดันให้ปรับ ครม.ของพรรค พปชร. ดำเนินการสำเร็จในก้าวแรกแล้ว ส่วนขั้นต่อไป คือการปรับ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย้ำแล้วย้ำอีกว่า เป็นเรื่องที่นายกฯ จะพิจารณา และคงจะดำเนินการหลัง พ.ร.บ.งบประมาณ 2564 ผ่านสภาภายในเดือนกันยายน

ก้าวต่อไป จึงหมายถึงมรสุมคลื่นลมในพรรค พปชร.ที่จะรุนแรงขึ้น

บทความก่อนหน้านี้ส.ส.ก้าวไกล ถามเลือกปฏิบัติหรือไม่ ภรรยากลับตปท.ถูกกักตัว แต่ไม่กักตัวนายพลจากต่างประเทศ
บทความถัดไปเชิงบันไดทำเนียบ : นางพญาประชารัฐ