หนุ่มเมืองจันท์ | โรบินฮู้ด

หนุ่มเมืองจันท์facebook.com/boycitychanFC

ตอนแรกที่ได้ยินแนวคิดการทำแอพพลิเคชั่น “โรบินฮู้ด” ของธนาคารไทยพาณิชย์

บอกเลยว่า “ว้าว…” มาก

เหมือน “ผู้ชาย” ที่ทั้งหล่อ ดี และรวย

อะไรจะสมบูรณ์แบบขนาดนี้

“ไทยพาณิชย์” คิดแก้ปัญหาให้กับร้านอาหารได้ตรงจุดมาก

เพราะช่วงไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา ร้านอาหารทุกแห่งเจอวิกฤตครั้งใหญ่

รัฐบาลไม่ให้คนกินอาหารในร้าน

ต้องสั่งซื้อกลับบ้านอย่างเดียว

ธุรกิจเดลิเวอรี่จึงเติบโตอย่างก้าวกระโดด

คนที่สั่งอาหารมากินที่บ้านอยู่แล้วก็สั่งมากขึ้น

แต่คนที่ไม่เคยสั่งก็เริ่มสั่ง

ร้านอาหารที่ไม่เคยใช้แอพพ์สั่งอาหารก็ต้องเข้าสู่ระบบ

เพราะไม่งั้นตายแน่ๆ

ช่วงนี้เองที่มีเสียงโวยดังขึ้นจากร้านอาหาร

เพราะแทบทุกแอพพ์คิดค่าบริการหรือ GP จากร้านอาหาร 25-35%

ไม่ว่าจะเป็น Grab food, get, food panda

ยกเว้น line man ที่มีทั้งเก็บและไม่เก็บค่า GP

ถ้าไม่เก็บ ค่าส่งจะเก็บเต็ม ราคาจะสูงกว่าที่ยอมเสียค่า GP และชื่อร้านจะไม่ได้รับการโปรโมตในชื่อแรกๆ

แต่ถ้ายอมจ่าย ก็จะเหมือนกับแอพพ์อื่นๆ

วิธีคิดของแอพพ์เหล่านี้ เริ่มต้นด้วยการเผาเงิน ยอมตัดราคาค่าส่งเหลือ 10 บาท จูงใจให้ลูกค้ามาใช้บริการเยอะๆ

คนขับมอเตอร์ไซค์ได้เต็มราคา โดยแอพพ์จะจ่ายเพิ่มให้

จากนั้นก็เริ่มมาเก็บค่า GP จากร้านอาหาร

เอาค่า GP นั้นมาจ่ายมอเตอร์ไซค์

โยกเงินจากกระเป๋าหนึ่งมาใส่อีกกระเป๋าหนึ่ง

ตอนนี้แทบทุกแอพพ์ยังไม่มีกำไรนะครับ

หัวใจของธุรกิจนี้คือ ข้อมูลลูกค้า ครับ

เราจะรู้ว่าร้านอาหารไหนขายดี

อาหารประเภทไหนคนนิยมมากที่สุด

ลูกค้าคนไหนซื้ออะไร กำลังซื้อสูงไหม ฯลฯ

ไม่แปลกที่หลายธุรกิจเข้าไปลงทุนในแอพพ์ต่างๆ โดยเฉพาะ Grab ที่เนื้อหอมที่สุด

ธนาคารกสิกรไทย ก็ลงทุนใน Grab

เพราะหวังเรื่อง “ข้อมูล” ลูกค้า

จะได้ปล่อยสินเชื่อได้

ช่วงที่ผ่านมา ร้านอาหารจะโวยเรื่องค่า GP เยอะ

สมัยก่อน มีคนนั่งกินในร้าน

ขายก๋วยเตี๋ยวชามละ 40 บาท ก็เข้ากระเป๋า 40 บาท

แต่พอขายผ่านแอพพ์ เจอหักค่า GP 30% หรือ 12 บาท

เหลือเข้ากระเป๋า 28 บาท

ไม่โวยได้ไง

สุดท้ายก็แก้ปัญหาด้วยการขึ้นราคาอาหารที่ขายผ่านแอพพ์ เช่น 40 บาทก็ขึ้นเป็น 50 บาท

GP 30% ก็คือ 15 บาท

เหลือเข้ากระเป๋า 35 บาท

ใกล้เคียงกับราคาที่เคยขาย 40 บาท

ลูกค้าหลายคนที่กินประจำก็เริ่มรู้สึกว่าไม่แฟร์ ร้านอาหารเองก็ไม่ชอบ

Grab เจอหนักหน่อย เพราะวางแผนจะปรับ GP ก่อนโควิด พอขึ้นค่า GP ปั๊บ โควิดก็มา

เหมือนกับว่าหา “โอกาส” จากคนที่ประสบ “วิกฤต”

เพราะร้านอาหารในช่วงนั้นไม่มีทางออก ต้องพึ่งพาแอพพ์เหล่านี้

น้องคนหนึ่งทำร้านอาหาร โวย Grab หนักมาก นั่งภาวนาให้คนสั่งอาหารผ่านแอพพ์อื่นๆ

แต่ตอนนี้ยอมรับแล้วว่า Grab แรงจริงๆ

ครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของแอพพ์ “โรบินฮู้ด”

ธนาคารไทยพาณิชย์กำลังสร้าง “เรือเล็ก” ลำใหม่ที่คล่องตัวแบบสตาร์ตอัพทำธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมา

เขาเห็น “โอกาส” จาก “ปัญหา” ดังกล่าว

“โรบินฮู้ด” คือ แอพพ์สั่งซื้ออาหารแบบเดลิเวอรี่

ร้านอาหารสมัครเข้าร่วมฟรี

“โรบินฮู้ด” ไม่คิดค่า GP จากร้านอาหาร

และถ้ามีการตัดบัตรจะโอนเงินค่าอาหารให้ร้านค้าภายใน 1 ชั่วโมง

“ไทยพาณิชย์” ใช้ศักยภาพความเป็นแบงก์ให้เป็นประโยชน์

เรื่องนี้สำคัญมากสำหรับร้านเล็กๆ ที่สายป่านไม่ยาว

และบริการที่ถือเป็น “win-win game” ของทั้ง 2 ฝ่าย

คือ เรื่อง “สินเชื่อ”

ร้านอาหารถ้าขยายงานก็อยากจะกู้แบงก์

แบงก์ก็อยากจะปล่อยกู้

แอพพ์นี้จะทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายรู้จักกันดีขึ้น

แบงก์จะรู้ว่าร้านนี้ขายของดีไหม

มั่นคงพอที่จะปล่อยกู้ได้หรือเปล่า

ขั้นตอนการกู้อาจจะไม่ซับซ้อน เพราะเห็นอยู่แล้วว่าขายดีหรือไม่ดี

โอกาสที่จะเกิดหนี้เสียก็ต่ำ

ร้านอาหารที่เป็นธุรกิจขนาดย่อมที่อยากเข้าถึงสินเชื่อ

นี่คือ “โอกาส”

“ไทยพาณิชย์” ถือว่าการลงทุนครั้งนี้เป็นเหมือนกิจกรรม CSR

ใช้งบประมาณปีละ 100 ล้าน

“โรบินฮู้ด” ใช้ระบบการส่งสินค้าของ SKOOTAR สตาร์ตอัพแมสเซนเจอร์

ไม่ต้องสร้างระบบใหม่

ค่าบริการตามระยะทางปกติ

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ “ไทยพาณิชย์” ให้น้ำหนักไปที่ “ร้านอาหาร”

ซึ่งเป็นเรื่องดีมาก

เพราะตอนนี้เขาเดือดร้อนจากค่า GP

ร้านอาหารคงจะชอบ

แต่ในมุมของผู้บริโภค เขาจะดูค่าใช้จ่ายรวม คือ ค่าอาหาร+ค่าจัดส่ง

แอพพ์อื่นๆ ใช้วิธี “เผาเงิน” ทำให้ค่าส่งลดลง

บางครั้งเล่นลดราคาค่าส่งเหลือ 10 บาทสำหรับบางร้าน

คนกินตัดสินใจง่ายเลย

เกมนี้ “ไทยพาณิชย์” ต้องไปกระตุ้น “ร้านอาหาร” ที่ได้ประโยชน์จากการไม่เสียค่า GP ให้ทำโปรโมชั่นสู้

หรือบางทีธนาคารไทยพาณิชย์คงต้องควักเนื้อเพิ่มเพื่อแจ้งเกิดก่อน

หรือใช้ศักยภาพทางการเงินทำให้ “ค่าส่ง” ลดลง

“โรบินฮู้ด” ยังไม่เปิดบริการนะครับ

เขาแถลงข่าวก่อน เพื่อให้ร้านอาหารทั้งหลายสมัครเข้าร่วมให้เยอะที่สุด

จะเปิดบริการจริงๆ ปลายเดือนกรกฎาคม

คาดว่าคงจะเก็บ “ทีเด็ด” บางอย่างไว้ตอนเปิดตัว

แต่ที่ผมชอบที่สุด คือ ชื่อแอพพ์

“โรบินฮู้ด”

ฟังปั๊บรู้สึกเป็นคนดี

ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน

ปล้นแอพพ์ต่างชาติ มาช่วยร้านอาหาร

คุณอาทิตย์ นันทวิทยา ซีอีโอธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นคนเลือกชื่อนี้เอง

เขาบอกว่าคนทำงานมีอิสระทุกอย่าง

ยกเว้นเรื่องเดียว คือ “ชื่อ”

ห้ามใช้ชื่ออื่น

ต้อง “โรบินฮู้ด” เท่านั้น

เกมนี้สนุกมากครับ


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้สมาคมฯป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ มอง4ประเด็น ก่อนเรียกร้องแก้พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ หลังอุทาหรณ์กรณีเตี้ย มช.
บทความถัดไปดีมานด์ทะลัก! ชาวญี่ปุ่นแห่ซื้อหน้ากากผ้ายูนิโคล่จนคิวยาวเหยียด-เว็บไซต์ล่ม