ต่างประเทศ : พลังจิตอาสา ในวันฝ่าวิกฤตโควิด-19!

นับเป็นภัยพิบัติครั้งเลวร้ายด้านสาธารณสุขอีกครั้งหนึ่งของโลก กับสถานการณ์ระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ที่ลามระบาดไปทั่วทุกหัวระแหงของโลก

ที่นอกจากจะคร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกรวมกันแล้วมากกว่า 7,905 ราย และทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมพุ่งทะยานไม่หยุดเป็นจำนวนรวมกันเกือบใกล้แตะ 2 แสนคนแล้วนั้น

ทุกภาคส่วนของสังคมล้วนได้รับผลกระทบสาหัสสากรรจ์กันถ้วนหน้า จากมาตรการจำเป็นต่างๆ ที่รัฐบาลนานาชาติจำต้องนำมาบังคับใช้อย่างเข้มข้นเป็นยาแรงเพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้เจ้าไวรัสวายร้ายได้ลุกลามสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ

และทำให้ผู้คนต้องเจ็บป่วยล้มตายไปมากกว่านี้

 

ในท่ามกลางสภาวการณ์อันลำบากยากเข็ญนี้ ยังมีสิ่งดีๆ เรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นของการยื่นมือช่วยเหลือเกื้อกูลกันของผู้คนในสังคมตามกำลังที่จะสามารถช่วยกันได้ ซึ่งสร้างรอยยิ้มและความอิ่มเอมใจให้กับทั้งผู้รับและผู้ให้

ในแคนาดาที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดไปทั่ว เป็นอีกชาติที่ประกาศปิดประเทศห้ามต่างชาติเข้าแล้ว หลังจากมีรายงานยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 422 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย โดยที่จัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดาเองยังต้องนั่งบัญชาการบริหารประเทศอยู่ในบ้านพักหลังจากภรรยาของเขาตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19

ที่นี่ได้เกิดการรวมตัวกันขึ้นของกลุ่มคนจำนวนมากกว่า 35 กลุ่มผ่านโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง “เฟซบุ๊ก” ในชั่วเวลาเพียง 72 ชั่วโมง

จนกลายเป็นขบวนการแนวร่วม “caremongering” เป็นพลังจิตอาสาที่คอยให้ความช่วยเหลือสนับสนุนคนในชุมชนต่างๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือหรือได้รับผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงด้านสุขภาพ

จริงๆ แล้วหลังจากเกิดวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่สร้างความตื่นกลัวให้กับผู้คน ได้มีความพยายามช่วยเหลือกันเองของผู้คนในสังคมทั่วโลกปรากฏให้เห็น เช่น ในอังกฤษมีภาพของการจัดส่งซุปร้อนไปให้กับผู้สูงอายุตามบ้าน หรือการนำออกกำลังที่ระเบียงที่พักให้กับผู้ที่ต้องกักตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่พักในสเปน

แต่ในแคนาดา การช่วยเหลือผู้อื่น กลายเป็นแนวร่วมจัดตั้งที่เรียกว่า caremongering ซึ่งมีสมาชิกเป็นอาสาสมัครกระจายตัวคอยให้ความช่วยเหลือในชุมชนตามเมืองต่างๆ ซึ่งรวมถึงกรุงออตตาวา เมืองฮาลิแฟกซ์ และอันนาโปลิส ในรัฐโนวาสโกเทีย โดยขณะนี้มีสมาชิกจิตอาสาเข้าร่วมแนวร่วมนี้แล้วจำนวนมากกว่า 30,000 คน

โดยมีโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊กเป็นแพลตฟอร์มสำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีจิตอาสาเข้าด้วยกัน ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำสิ่งดีๆ เพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

 

มีตา ฮันส์ ผู้ร่วมตั้งกลุ่ม caremongering เป็นกลุ่มแรกๆ ในแคนาดา บอกเล่าถึงที่มาของชื่อกลุ่มว่า มีความหมายในทางตรงกันข้ามกับคำว่า scaremongering ที่มีความหมายว่าการปล่อยข่าวที่น่าตกใจ แต่ caremongering จะเป็นการเชื่อมโยงผู้คนในชุมชนเข้าด้วยกัน ด้วยการมอบแต่สิ่งที่ดีที่เป็นประโยชน์สร้างสรรค์ให้แก่กันเพื่อให้ชุมชนของพวกเขาผ่านพ้นภาวะอันยากลำบากนี้ไปได้

วาเลนตินา ฮาร์เปอร์ หนึ่งในผู้ร่วมตั้งกลุ่ม caremongering อีกคนบอกว่า ความวิตกกังวล ความโดดเดี่ยวและการไร้ซึ่งความหวัง เป็นสิ่งที่ทำร้ายเราอยู่แล้ว

แต่การช่วยเหลือกันในชุมชนจะเป็นสิ่งแสดงให้เราเห็นว่ายังคงมีความหวังอยู่สำหรับมนุษย์เรา เพียงแต่อย่าสิ้นหวัง

ซึ่งตัวเธอเองก็บอกว่า ไม่คาดคิดว่าจะมีคนที่มีจิตอาสาเข้ามาร่วมทำงานด้วยกันมากขนาดนี้

การทำงานของกลุ่มจะมีการโพสต์คำหลักติดแฮชแท็ก 2 คำ คือ #iso ที่มีความหมายว่า “in search of” หรือการขอความช่วยเหลือ

กับ #offer คือการเสนอให้ความช่วยเหลือ

ซึ่งเมื่อมีการโพสต์ข้อความติดแฮชแท็กใดเข้ามา ก็จะมีการติดต่อสื่อสารที่จะให้รับหรือให้ความช่วยเหลือกัน

หนึ่งในกิจกรรมที่เกิดขึ้นตัวอย่างเช่น สมาชิกกลุ่มที่อาศัยอยู่ในเมืองโตรอนโตเสนอตัวทำอาหารให้กับผู้ที่ไม่สามารถทำได้

หรือชุมชนบนเกาะพรินซ์เอ็ดเวิร์ดมอบบัตรกำนัลร้านขายของชำให้แก่ผู้หญิงรายหนึ่งที่ต้องตกงานเพราะเหตุจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

อีกความช่วยเหลือที่อาสาสมัครกลุ่มให้ความช่วยเหลือคือการไปซื้อหาข้าวของเครื่องใช้จำเป็นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตให้กับผู้ที่ไม่สามารถออกจากบ้านไปหาซื้อได้ แม้พวกเขาจะต้องใช้ความอดทนในการรอต่อแถวยาวเพื่อเข้าไปซื้อหาของให้ในซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีคนจำนวนมากแห่มาซื้อของเพื่อไปกักตุนไว้ก็ตาม

หรืออย่างกลุ่มนักศึกษาแพทย์จากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นยูนิเวอร์ซิตี้เสนอตัวช่วยเหลือแบ่งเบาภาระเลี้ยงลูกให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังทำงานอย่างหนักในการต่อสู้รับมือกับการระบาดของโรคโควิด-19 หรือการแบ่งปันสิ่งของจำเป็นอย่างหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือให้แก่กัน

สิ่งเหล่านี้แม้บางทีจะเป็นการช่วยเหลือกันเพียงเล็กๆ น้อยๆ แต่กลับเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งใหญ่ต่อจิตใจของคนเรา ให้มีกำลังใจฮึดสู้เพื่อที่จะฟันฝ่าอุปสรรคปัญหาที่อยู่ตรงหน้าไปให้ได้

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯโคราชสั่งปิดเมืองแล้ว หลังผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มต่อเนื่อง กลุ่มเสี่ยงอีกเพียบ
บทความถัดไปในประเทศ : กางวิชั่น-กลยุทธ์ “ก้าวไกล” อนาคตใหม่ภาค 2 ในมือ “พิธา”