มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส /ใครคือผู้เสียหรือได้เปรียบ

ปริญญา ตรีน้อยใส

มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส

ใครคือผู้เสียหรือได้เปรียบ

 

ผู้เขียนคงเหมือนคนอื่นๆ ที่ได้ยินได้ฟังเรื่องนายทหารบางคนบุกรุกพื้นที่ธรรมชาติ รัฐมนตรีหรือข้าราชการระดับสูงบางคนใช้บารมีกระทำการต่างๆ ทูตและข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศบางคนชอบใช้อภิสิทธิ์ นายตำรวจบางคนใช้อำนาจโดยมิชอบ นายทุนบางคนยึดพื้นที่ทำการเกษตรแปลงใหญ่

รวมแล้วคือมีคนเอาเปรียบ เป็นประชาชนคนธรรมดา ที่ไม่มีอำนาจ ตำแหน่ง บารมี หรือเงินทอง

แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีโอกาสไปเยี่ยมชมสโมสรกีฬาเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ สมาชิกของสมาคมจึงเป็นผู้มีฐานะหน้าที่การงานสูง หรือมีฐานะการเงินมั่งคั่ง

สโมสรกีฬาแห่งนี้ แม้จะชื่อฝรั่ง แต่สมาชิกส่วนใหญ่เป็นคนไทย เท่าที่สอบถามมีทั้งอดีตนายกรัฐมนตรี อดีตและรัฐมนตรีหลายกระทรวง นักการทูต นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง นายตำรวจ นายทหาร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คณาจารย์ หรือพ่อค้าใหญ่ เจ้าของกิจการ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งสมาชิกในครอบครัว

สโมสรแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง มีสนามกีฬานานาประเภท รวมทั้งห้องอาหาร ร้านค้า โดยเฉพาะกิจกรรมการขี่ม้า ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสโมสรแห่งนี้

 

สโมสรแห่งนี้อยู่ในย่านการค้าสำคัญคือ สีลม สาทร และวิทยุ และอยู่ใกล้สวนลุมพินี เรียกได้ว่าเป็นไพรม์แอเรียของกรุงเทพฯ

สโมสรแห่งนี้คงเช่าที่ดินของสำนักงานจัดการทรัพย์สินพระมหากษัตริย์มาแต่อดีต ตั้งแต่บริเวณนี้ ย่านนี้ยังไม่เจริญ แต่ทว่าในปัจจุบัน พื้นที่โดยรอบสโมสรกีฬากลายเป็นชุมชนหนาแน่น มีคฤหาสน์ของคหบดี คอนโดมิเนียมหรูมีระดับ ไปจนถึงบ้านไม้รุ่นเก่า เรือนแถว และเพิงพัก รวมทั้งแคมป์คนงานก่อสร้างต่างชาติ

สโมสรกีฬาแห่งนี้อยู่ลึกเข้าไปประมาณกลางซอยเล็ก ที่เชื่อมถนนสายหลักสองสาย หลายคนรู้ว่าเป็นทางลัด สำหรับเลี่ยงสี่แยกสาทร-พระรามสี่ ที่การจราจรติดขัดแบบสุดๆ ทั้งวัน

ปากซอยทางเข้าหลัก ด้านหนึ่ง เป็นที่ตั้งสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี เลยทำให้สโมสรกีฬาและผู้คนที่อาศัยในซอย ปลอดจากภัยทั้งปวง แต่ก็นำมาให้มีผู้มาติดต่อราชการและไม่ราชการ วุ่นวายทั้งวันทั้งคืน และตามมาตรฐานของไทย เมื่อมีสถานีตำรวจ ก็ต้องมีที่พักอาศัยของข้าราชการและครอบครัว สถานีตำรวจจึงเท่ากับเป็นชุมชนเล็กๆ ภายในรั้วรอบขอบชัดเจน

ส่งผลให้ฝั่งตรงข้ามสถานีตำรวจ ตรงหัวมุมซอย เป็นร้านสะดวกซื้อชื่อดัง ตามทฤษฎีโลเกชั่นและการตลาด ให้บริการผู้คนที่อยู่ในชุมชนตำรวจ ชุมชนในซอย และแคมป์คนงาน ที่มีจำนวนมากมาย เช่นเดียวกับห้องแถวคูหาที่เหลือ ลึกเข้าไปในซอยเป็นร้านค้าย่อย

รวมทั้งร้านอาหารชื่อดัง ที่มีคนปักหมุดมารับประทาน หรือให้บริการส่งถึงบ้านตลอดทั้งวัน

 

ถ้ายังไม่เห็นภาพสโมสรกีฬา ชุมชน และซอยตามที่เล่ามา ก็แค่นึกถึงพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่ใกล้บ้านผู้อ่าน น่าจะมีความวุ่นวายสับสนคล้ายกัน เพราะเป็นแบบแผนการพัฒนาเมืองหรือชุมชนไทย ที่การใช้ที่ดินเป็นแบบผสมผสาน ที่มีประสิทธิภาพ หรือสับสนปนเป ที่ก่อให้เกิดปัญหามากมาย

วันที่ไปเยี่ยมสโมสรนั้น การจราจรในซอยที่มีขนาดความกว้างพอให้รถพอวิ่งสวนกันได้นั้นติดขัดมาก เริ่มตั้งแต่ปากซอย ตรงทางเลี้ยวเข้า หน้าร้านสะดวกซื้อ จะมีรถเข็นขายของเรียงรายหลายกิจการ มีลูกค้าอุดหนุนหนาแน่น มีรถมอเตอร์ไซค์ของคนที่แวะซื้อในร้าน หรือแวะกดเงินตู้เอทีเอ็มจอดอยู่ ทำให้รถที่จะเลี้ยวเข้า ยากและลำบาก

ร้านค้าอื่นที่เรียงรายเข้าไป ยังพร้อมใจตั้งโต๊ะ เก้าอี้ เตาไฟ ชั้นขายของ เต็มพื้นที่ทางเท้าจนคนต้องไปเดินบนถนน

ฝั่งตรงข้ามที่เป็นสถานีตำรวจและมีกำแพงตลอดแนวนั้น เมื่อมีผู้มาติดต่อราชการย่อมต้องการร้านค้า ร้านอาหาร จึงมีการปรับพื้นที่ทางเดินนอกรั้วเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ทำให้ผู้ซื้อและคนเดินเท้าต้องใช้พื้นที่ถนนอีกเช่นกัน

สภาพจะเป็นแบบนี้ไปตลอดทั้งซอย แม้กระทั่งอาคารพักอาศัย เจ้าของบ้านก็จะรักษ์โลกและธรรมชาติ ปลูกไม้ประดับ วางไม้กระถาง และวางสิ่งของเต็มพื้นที่ทางเท้าหน้าบ้าน

ดังนั้น ซอยเล็กๆ แห่งนี้ จึงต้องรองรับทั้งกิจการค้า บริการ สวนส่วนตัว รวมทั้งวินมอเตอร์ไซค์ ในขณะที่ผิวจราจรที่เป็นทางเข้า-ออกของสโมสรกีฬาและชุมชนภายใน มีรถยนต์อื่นที่อาศัยใช้เป็นทางลัด เมื่อรวมกับคนเดินเข้า-ออกทั้งวัน ทำให้การจราจรในซอยติดขัดได้ตลอดเวลา

แค่คนใช้วินมอเตอร์ไซค์ จอดแวะซื้อน้ำดื่ม รถก็จะติดยาวไปถึงถนนใหญ่

 

ภาพที่ปรากฏ ทำให้เข้าใจได้ว่า

สมาชิกสโมสรกีฬาแห่งนี้คือผู้ที่ได้เปรียบในสังคม เพราะมีพื้นที่นันทนาการส่วนตัว หรือเฉพาะกลุ่ม การเดินทางก็สะดวก เพราะอยู่กลางเมือง

ผู้คนมากมาย ทั้งพ่อค้าในคูหา ในบ้าน หรือแผงลอย และรถเข็น เป็นผู้ได้เปรียบในสังคม เพราะสามารถยึดพื้นที่สาธารณะและใช้ประโยชน์อย่างถาวร สามารถทำมาหากินได้เต็มที่ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ถ้าเทียบกับกิจการของผู้อื่นที่อยู่ตึกแถวริมถนน หรือในศูนย์การค้า

ผู้คนมากมาย รวมทั้งตำรวจและครอบครัว แม้กระทั่งคนงานต่างชาติเป็นผู้ได้เปรียบในสังคม เพราะสามารถซื้อหาอาหารและสินค้า และใช้บริการได้อย่างสะดวก ไม่ต้องเดินทางไปไกล ไปร้านค้า หรือศูนย์การค้า

ในขณะเดียวกัน

สมาชิกสโมสรกีฬาแห่งนี้ คือผู้ที่เสียเปรียบในสังคม เพราะถนนและทางเท้าที่เป็นสาธารณสมบัติ ถูกยึดครอง ทำให้เข้า-ออกสโมสรยากลำบาก

ผู้คนมากมาย ทั้งพ่อค้าในคูหา ในบ้าน หรือแผงลอย และรถเข็น รวมทั้งตำรวจและครอบครัว แม้กระทั่งคนงานต่างชาติ ล้วนเป็นผู้เสียเปรียบในสังคม เพราะไม่มีโอกาสเข้าไปใช้พื้นที่นันทนาการได้

ภาพที่ปรากฏ ทำให้เห็นว่า

ในพื้นที่แห่งหนึ่ง จึงมีทั้งผู้ได้เปรียบและผู้เสียเปรียบ ผู้ที่ได้เปรียบก็เป็นผู้เสียเปรียบ ผู้ที่เสียเปรียบก็เป็นผู้ได้เปรียบ

ภาพอดีตทูต และศาสตราจารย์ ได้เปรียบคนอื่น เพราะมีสถานที่ออกกำลังส่วนตัว

ภาพตำรวจชั้นผู้น้อยซื้อของร้านสะดวกซื้อ คนงานต่างด้าวถอนเงินเอทีเอ็ม พนักงานบริษัทรอวินมอเตอร์ไซค์ เด็กนั่งกินก๋วยเตี๋ยว สาวน้อยแวะซื้อสับปะรด ทุกคนล้วนได้เปรียบ อดีตนายกรัฐมนตรีที่เข้าไปในสโมสรไม่ได้

นับได้ว่าเป็นสังคมในอุดมคติ ที่ทุกคนมีโอกาสเอาเปรียบและเสียเปรียบอย่างเสมอภาค

บทความก่อนหน้านี้“สุดารัตน์” ชูกีฬา E-Sprot ผลักดันเยาวชนใช้เทคโนโลยีเพิ่มทักษะการเรียนรู้
บทความถัดไปการศึกษา / เปิดปมร้าวศึก ‘กรุงเทพคริสเตียน’ กับดราม่า แต่งดำ Save BCC