อนุสรณ์ ติปยานนท์ : หมอกจางหาย

อนุสรณ์ ติปยานนท์[email protected]

เมืองในหมอก (จบ)

ผมเขียนคำว่า “โอโซน” ไว้เหนือบันทึกเรื่องนี้ เป็นการยากที่จะเล่ารายละเอียดทั้งหมดว่าเมืองของเรารอดพ้นและเอาชนะจากหมอกควันสีเทาที่ปกคลุมเมืองได้อย่างไร

อาจมีบุคคลหลายส่วน องค์กรอีกมากมาย ตัวละครอีกนับไม่ถ้วนที่ร่วมมือในเหตุการณ์นี้

แต่อย่างไรก็ตาม การไม่บันทึกในสิ่งที่ผมพบเห็นจากหญิง-ชายคู่หนึ่งไว้อาจเป็นสิ่งผมรู้สึกว่าไม่อาจไม่กระทำได้เลย

ผมพบชาย-หญิงคู่นั้นบนท้องถนน เป็นเวลาหลายเดือนที่ผมร่อนเร่ไปเช่นนั้น จากทิศใต้สู่ทิศเหนือ จากทิศตะวันตกสู่ทิศตะวันออก หลังการจากไปของลูกชายคนเดียวของผมด้วยอุบัติเหตุหลังการเข้าปกคลุมของหมอกควันสีเทาและการจากไปของภรรยาด้วยการอัตวินิบาตกรรมตนเองหลังการสูญเสียลูกชาย

ผมได้กลายเป็นคนไร้ราก ไร้ครอบครัวในบัดดล สิ่งที่ผมเคยมีได้กลายเป็นสิ่งที่ผมไม่มีอีกต่อไป

สิ่งที่ผมเคยอิงแอบได้กลายเป็นอากาศธาตุไปในพริบตา

ผมหลงเหลือเพียงชีวิตเดียว ชีวิตเพียงหนึ่งเดียวที่ผมต้องรักษา กระนั้นผมก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าจะรักษามันไว้เพื่อเหตุผลใด

ในวันนั้น แสงแดดสลัวซึมเซาเหมือนเช่นเคย ผมจ้องมองไปที่หน้าปัดรถของตนเอง ตัวเลขแสดงพลังงานในรถที่ใกล้ถึงขีดดับสูญ

เป็นความผิดของผมเองที่ปล่อยใจให้ล่องลอยกับท้องถนนจนไม่แยแสสิ่งสำคัญดังกล่าวนี้

ผมควรหยุดยั้ง พักผ่อนในเมืองก่อนหน้า เติมพลังงานไฟ้าด้วยการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มเปี่ยม

แต่นั่นแหละ คนเราย่อมมีโอกาสทำสิ่งผิดพลาดได้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อเขาต้องอยู่เพียงลำพังในโลกนี้

 

ก่อนที่จะไปถึงความสิ้นหวัง โชคชะตาได้เข้าข้างผม ภาพที่ปรากฏบนท้องถนนอันไกลลิบเผยให้เห็นถึงรถยนต์คันหนึ่งที่มุ่งหน้ามาหาผม

ไม่ใช่ภาพลวงตาจากแดดระยิบระยับบนท้องถนนอย่างแน่นอน เพราะท้องถนนปราศจากแสงแดดมาเนิ่นนานแล้ว

ผมขยี้ตาตนเอง ให้ทุกอย่างกระจ่างชัด ไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน สายตาของผมไม่ได้ลวงหลอกผม รถยนต์คันหนึ่งกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ รถยนต์ที่หมายถึงการเดินทาง การเดินทางที่หมายถึงสภาวะเสี่ยงภัยท่ามกลางมลภาวะจากหมอกควัน

ผมดับเครื่อง จอดรถลงเมื่อพวกเขาเดินทางมาในระยะใกล้ สัญญาณจากการกระทำเช่นนั้นทำให้รถคันดังกล่าวจอดรถเคียงข้างผม

ไม่ใช่แต่ผมที่อยู่ในสภาพที่แปลกใจ ผู้เป็นเจ้าของรถคันนั้นคงคิดดังกล่าวเช่นกัน

ชายผู้เป็นคนขับเปิดประตูลงจากรถในขณะที่ผมยืนรอพวกเขาอยู่ เขาส่งยิ้มมาให้ผม ท่าทีเป็นมิตรของเขาทำให้ผมผ่อนคลายและรู้สึกเหมือนดังไม่ได้รบกวนเขามากเกินไปสำหรับพลังงานที่จะร้องขอจากเขา

หลังจากรับฟังข้อร้องขอจากผม ชายคนขับอนุญาตให้ผมแบ่งปันพลังงานไฟฟ้าจากรถของเขาในปริมาณที่ผมสามารถเดินทางไปถึงอีกเมือง

ในช่วงนั้นเองที่ผมเล่าให้เขาฟังถึงเมืองที่อยู่ไม่ไกลนั้น ร้านอาหารที่บริการอาหารในรสชาติที่ไม่เลวร้ายจนเกินไป และหากเขาจะมุ่งหน้าไปจนสุดขอบฟ้าเพื่อหาทางออกจากหมอกควัน (ตามคำกล่าวของเขา) เขาควรแวะหาความรื่นรมย์สักเล็กน้อยก็ยังดี

ชายคนขับกลับเข้าไปในรถ ตอนนั้นเองที่ผมสังเกตเห็นหญิงสาวอีกคนที่นั่งอยู่ในที่นั่งข้างคนขับ

ทั้งคู่คงเป็นคู่รักที่ออกแสวงหาชีวิตใหม่ ผมคิดในใจ

ไม่นานนักชายคนขับกลับออกมาจากรถ แจ้งกับผมว่าเขาสนใจที่จะไปที่เมืองแห่งนั้นโดยขอร้องให้ผมนำทางพวกเขาไป

 

ผมตกปากรับคำในทันที การมีเพื่อนร่วมท้องถนนและมีใครที่เป็นคู่สนทนาของเราได้ในเวลาอันแสนหดหู่เช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

นอกจากนั้น ผมยังมีความสนใจในชาย-หญิงคู่นี้ ชายคนขับมีสายตาอันมุ่งมั่น ส่วนหญิงสาวผู้นั้นก็มีท่าทีอันแน่วแน่ พวกเขาปลุกพลังใจบางอย่างในตัวผมขึ้นมาแม้ว่าจะเป็นเพียงชั่วเวลาสั้นๆ ก็ตามที

ผมขับรถนำหน้าพวกเขาไปตามท้องถนน ไม่นานนักก็ถึงเมืองดังกล่าว ผมเคยแวะมาที่เมืองแห่งนี้สองครั้งสองครา

ในครั้งแรกเป็นช่วงเวลาไม่นานนักหลังจากสภาพที่ผมกระเซอะกระเซิงเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเอง

ในครั้งที่สองเมื่อหลายเดือนก่อน ตอนที่ผมผ่านทางมาบนถนนสายนี้ รถของชาย-หญิงคู่นั้นแล่นตามผมมาอย่างเงียบๆ จากกระจกหลังผมพบว่าทั้งคู่สนทนากันน้อยเต็มทีหรือแทบไม่ได้สนทนาซึ่งกันและกันใดเลย
พวกเราไปถึงเมืองแห่งนั้นในช่วงบ่าย ผมจอดรถที่ร้านอาหารดังกล่าว และนำทางพวกเขาเข้าไปในร้าน

หลังจากที่นั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่ง ชาย-หญิงคู่นั้นเงียบขรึมลงถนัดใจ

อาการผิดปกติเช่นนี้ทำให้ผมมองตามสายตาของพวกเขา อีกมุมหนึ่งของร้านอาหาร โต๊ะที่ติดกับฝาผนัง มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งสนทนากับชายชราอีกคน

หญิงสาวคนนั้นมีสีหน้า ท่าทาง และทุกอย่างเป็นแบบเดียวกับหญิงสาวที่เดินทางมากับชายคนขับรถราวกับฝาแฝด

หรือหากจะกล่าวให้ชัดเจน หญิงสาวทั้งคู่คือบุคคลคนเดียวกัน

ผมเข้าใจความรู้สึกเช่นนั้นดี

ผลจากหมอกควันสีเทาและหายนภัยจำนวนมากที่มันสร้างแก่เราก่อให้เกิดภาพมายาบางประการ

ผมเคยพบภรรยาตนเองในที่สาธารณะมากกว่าสิบครั้ง

ผมเคยพบลูกชายของตนเองในที่สาธารณะนับครั้งไม่ถ้วน

ในครั้งแรก ผมเกิดอาการตระหนกตกใจ แต่หลังจากเพียงชั่วครู่ ภาพเสมือนเหล่านั้นจะจืดจางไป อาจเป็นเพราะแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ อาจเป็นสภาพของจิตใจที่ไม่มั่นคง

เราทุกคนอาจสร้างสภาวะแบบนั้นให้เกิดขึ้นได้ สิ่งเดียวที่เราต้องเรียนรู้ไว้คือทุกสิ่งที่เราเห็นล้วนเป็นภาพมายา

 

ผมกล่าวกับชายหนุ่มผู้ที่เป็นคนขับรถ ในตอนแรกเขาดูไม่เชื่อถือในถ้อยคำผมเท่าใดนัก แต่แล้วพวกเราก็เปลี่ยนเรื่อง

เขาหันมาสนใจสภาพร่างกายของผมที่ปราศจากหน้ากากป้องกันมลพิษ เพราะเหตุใดเล่าผมจึงทนทานในสิ่งนั้นได้

ผมเรียบเรียงเรื่องราวส่วนตนของผม เล่ามันให้พวกเขาฟังอย่างช้าๆ นับแต่ต้น ตั้งแต่การสูญเสียลูกชายของผม ภรรยาของผมจากผมไปได้อย่างไร

ไปจนถึงการค้นพบแอ่งน้ำในป่าแห่งหนึ่ง และหลังการลงไปแหวกว่ายในน้ำแอ่งน้ำแห่งนั้น ผมกลับขึ้นมาในสภาพที่ไม่ต้องการหน้ากากและสิ่งปกป้องทั้งหลายได้อย่างไร

พวกเขารับฟังเรื่องราวที่ว่าอย่างสงบ ก่อนจะลงเอยด้วยคำขอร้องให้ผมพาพวกเขาไปยังสถานที่แห่งนั้น
ผมตกปากรับคำพวกเขาอย่างไม่ลังเล

การกลับคืนสู่ป่าแห่งนั้นสำหรับผมแล้วไม่ต่างจากการกลับคืนสู่อ้อมกอดของแม่

พวกเราออกจากร้านหลังดื่มเครื่องดื่ม ที่ประตูร้านนั่นเองที่พวกเราทุกคนมองย้อนกลับไปภายในร้าน

หญิงสาวที่เปรียบเสมือนคู่ฝาแฝดของหญิงสาวที่มากับชายเจ้าของรถได้สูญหายตัวตนไปแล้ว

ทุกคนประจักษ์ในคำพูดของผม ทุกคนล่วงรู้แล้วว่ามายาภาพนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

 

ผมขับรถนำพวกเขาไปจนถึงป่าแห่งนั้น

มันมีสภาพเช่นเดิม แทบไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปเลย

แน่นอนในความคิดของผม หากจะมีสถานที่สุดท้ายที่จะถูกทำร้ายโดยหมอกควันสีเทา ป้าแห่งนี้ควรเป็นสถานที่นั้น ทุกอย่างยังคงเขียวชอุ่ม

ทุกอย่างยังคงแจ่มใสด้วยอากาศบริสุทธิ์ หลังจอดรถ ผมนำทุกคนเดินเข้าไปในป่า และหลังจากช่วงเวลาหนึ่งเราทุกคนก็ถึงแอ่งน้ำแห่งนั้น

ผมเล่าให้พวกเขาฟังถึงปรากฏการณ์แปลกประหลาดดังกล่าว การขึ้นจากแอ่งน้ำและกลายสภาพเป็นอีกคนอย่างสิ้นเชิง เช่นเคย พวกเขามีสีหน้าท่าทางที่ไม่เชื่อถือในคำกล่าวของผม ชายคนขับเป็นบุคคลแรกที่ทดสอบความน่าเชื่อถือของคำกล่าวผม

เขาเปลี่ยนเสื้อผ้ากระโจนลงไปในน้ำ แหวกว่ายอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่หญิงสาวจะตามติดลงไป

ส่วนผมนั้นนอนเงยหน้าในแอ่งน้ำขบคิดเรื่องราวต่างๆ ไปอย่างเพลิดเพลิน

ผ่านไปเป็นเวลาหลายชั่วโมง พวกเราทั้งคู่กลับขึ้นฝั่ง เมื่อขึ้นฝั่ง พวกเขาจึงตระหนักได้ว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องสวมใส่หน้ากากป้องกันมลพิษอีกแล้ว

คำกล่าวของผมเป็นจริงในที่สุด

มีคำถามว่าปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

พวกเราเชื่อว่ามันเกิดจากแอ่งน้ำนั้นแน่นอน

แต่เพราะเหตุใดและอะไรกันเล่า

หญิงสาวผู้นั้นแนะนำให้เรานำน้ำจากแอ่งน้ำนั้นกลับไปให้มากที่สุด เธอจะใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีไขปริศนาในเรื่องนี้ให้จงได้

 

เราทั้งหมดกลับไปในเมืองของหญิงสาวผู้นั้น เธอนำทุกคนไปยังสถานที่ทำงานของเธอที่เป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ เมื่อถึงที่ทำงานของเธอ ผมหลับใหลลงด้วยความอ่อนเพลียและปล่อยให้ชาย-หญิงคู่นั้นอยู่กันตามลำพัง

ผมตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคล้ายดังแก้วระเบิด

ภาพหลังการลืมตาของผมคือเศษแก้วจำนวนมากบนพื้น ส่วนหญิงสาวผู้นั้นกำลังวิ่งวนไปรอบหลอดแก้วจำนวนมากที่ส่งไอควันขึ้นมาเป็นระยะ ผมเก็บกวาดเศษแก้วเหล่านั้น อากาศในห้องสดชื่นอย่างแปลกประหลาด

มันแทบไม่แตกต่างจากอากาศที่ผมรู้สึกหลังขึ้นจากแอ่งน้ำนั้น

ชายคนขับกลับเข้ามาในห้องพร้อมแก้วกาแฟ เขาเองก็รู้สึกได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้น เขาวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะ นั่งลงบนเก้าอี้เคียงข้างผม และไม่นานหลังจากนั้น หญิงสาวผู้นั้นก็เอ่ยถึงปริศนาจากนั้นที่ในแอ่งที่เธอค้นพบ “โอโซน”

เธอค้นพบว่าน้ำจากแอ่งน้ำดังกล่าวเมื่อทำปฏิกิริยากับตะกอนของใบไม้จะก่อให้เกิดโอโซนมหาศาล

การหมักควรเกิดก๊าซบางชนิด แต่การหมักสิ่งใดจากน้ำชนิดนี้กลับก่อให้เกิดโอโซน

ผมเองไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมดนักในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์จากเธอ

แต่หญิงสาวผู้นั้นผลิตน้ำในลักษณะดังกล่าว ขวดแล้วขวดเล่า ถังแล้วถังเล่า ก่อนจะนำมันไปเติมลงในแอ่งน้ำสาธารณะทั่วเมือง

หลังจากนั้นคุณภาพของอากาศดีขึ้นตามลำดับ

เธอเริ่มป่าวประกาศการค้นพบของเธอ แนวทางที่ว่านี้ถูกนำไปปฏิบัติตามเมืองต่างๆ

นักวิทยาศาสตร์และนักทดลองผลิตน้ำดังกล่าวตามคำแนะนำของเธอ ไม่นานนักพวกเราทุกคนก็ใช้น้ำดังกล่าวไล่หมอกควันออกจากเมืองและที่ต่างๆ ได้จนหมดสิ้น

เป็นเวลากว่าสองปีแล้วที่เหตุการณ์ในช่วงนั้นเกิดขึ้น ผมยังจำแอ่งน้ำอันเย็นเฉียบนั้นได้แม้จะไม่ได้ไปเยือนมันนานเต็มที

ผมยังจำเสียงแก้วแตกระเบิดได้แม้จะเนิ่นนานมาแล้ว

ผมยังจำอากาศบริสุทธิ์ในห้องทดลองนั้นได้แม้ว่าเราจะพบมันได้ทุกที่แล้วในยามนี้

ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาวะปกติ

เว้นแต่การหายตัวไปของชาย-หญิงคู่นั้น

 

หลังความสำเร็จของพวกเขา ดูเหมือนพวกเขาพึงใจที่จะอยู่อย่างเงียบๆ ไม่มีข่าวคราวของพวกเขาอีกเลย
หลังจากแยกย้ายกันที่ห้องทดลองในวันนั้น ผมพบภาพของพวกเขาในสื่อต่างๆ อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่ใครต่อใครจะเลิกสนใจผู้ที่แก้ปัญหาและสร้างชีวิตใหม่ให้กับเรา

มนุษย์ยังคงเดินหน้าทำลายสิ่งแวดล้อมต่อไป

มนุษย์ยังคงทำให้ป่าและธรรมชาติสูญหายต่อไป

ส่วนผมนั้น ไม่มีอะไรดีไปกว่าการกลับบ้านและทำในสิ่งที่ตนเองกระทำได้เพื่อโลกใบหน้า

หลายครั้งที่ผมขับรถไปมาระหว่างเมือง

ปัจจุบันนี้ พลังงานในรถไม่ได้หายากอีกต่อไป

แต่ทุกครั้งที่รถของผมส่งสัญญาณเตือนว่าได้เวลาเติมพลังงานแล้ว

ผมจะมองไปข้างหน้า มองไปที่ท้องถนน

หวังว่ารถคันที่แล่นสวนทางมาจะจอดทักทาย

และใครบางคนในรถคันนั้นจะเป็นคนที่ผมคุ้นเคย

บทความก่อนหน้านี้สิ่งที่ได้ยินในหลายวงสนทนา “เราปล่อยให้ประเทศมีนายกรัฐมนตรีแบบนี้ได้อย่างไร” ?
บทความถัดไปกปภ. เพิ่มช่องทางชำระค่าน้ำประปาผ่านแอปฯ MyMo