ยุทธการฟ้าสางค้น 33 จุด กวาดล้าง “ไซบูทรามีน” ยาลดอ้วน “สวยสังหาร”

ถึงแม้สาวสมัยนี้รับทราบกันดีว่า “ยาลดความอ้วน” นั้นเสมือนสวยสังหาร มีผลข้างเคียงต่อร่างกาย แต่หลายคนยังยอมจ่ายเพื่อแลกกับผลลัพธ์อันแสนง่ายดาย

ยิ่งปัจจุบันมักแฝงผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อวดอ้างสรรพคุณอันสวยหรูตรงใจผู้บริโภค จนหลายคนเลือกที่จะแลกมันมาโดยไม่รู้ว่าอาจต้องแลกด้วยชีวิต

ด้วยสรรพคุณ “ดักจับแป้ง ดักจับไขมัน กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน ทำให้ไม่อยากอาหาร ช่วยเผาผลาญแคลอรี่” เมื่ออ่านฉลากที่แปะไว้ไม่น่าจะอันตรายเท่าไหร่

เช่น แม่ลูกอ่อนที่เพิ่งคลอดบุตรวัย 30 ปีชาวอ่างทองสั่งซื้อยาลดน้ำหนักจากร้านค้าออนไลน์ หวังจะหุ่นเพรียวหลังต้องอุ้มท้องนาน 9 เดือน แต่ก็เหมือนโชคไม่เข้าข้าง เมื่อยาวิเศษกลับกลายเป็นยานรกที่พรากชีวิตแม่ไปจากลูกที่เพิ่งลืมตาดูโลก

ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะต้นปีที่ผ่านมายังมีข่าวหญิงหัวใจล้มเหลวตายที่เมืองกาญจน์

ล่าสุดมีผู้เคราะห์ร้ายด้วยอาการเดียวกันที่สถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ

ตำรวจไม่นิ่งนอนใจ ชุดสืบสวนหาต้นตอที่คาดว่ามาจากแหล่งเดียวกันเพราะข้างกายผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ล้วนมียาลดความอ้วนยี่ห้อหนึ่งพกไว้ติดตัว

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ฟันธง ลักษณะการเสียชีวิตของทั้ง 3 คนคือหัวใจวาย ทุกคนมียาลดน้ำหนักที่สั่งออนไลน์จาก “obe care clinic” ติดอยู่กับตัว

นั่นเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทราบว่าคือต้นตอของเหตุที่เกิดขึ้น ต่อมาภายหลังแพทย์มีการผ่าตรวจพิสูจน์ศพทั้ง 2 จาก 3 ศพจนพบว่าผู้ตายมีอวัยวะภายในบวมน้ำ เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจโตเป็นหย่อมๆ นอกจากนี้ ยังมีสารตกค้างไซบูทรามีนอยู่ในเซลล์เนื้อเยื่อทั้ง 2 คน

แพทย์ลงความเห็นว่าน่าจะเสียชีวิตจากกินยาลดน้ำหนักที่มีสารไซบูทรามีน

จากนั้นหน่วยสืบสวนนำโดย พล.ต.อ.วิระชัยจึงเริ่มยุทธการฟ้าสาง ขุดรากถอนโคนเครือข่ายยาลดอ้วนมรณะ ตั้งแต่ตัวยาไปจนถึงบ้านพักที่อ้างเป็นคลินิกชื่อว่า “OBE – CARE CLINIC” จ.ปทุมธานี เรียกว่าเป็นจุดจำหน่าย มีการปลอมแปลงเฟซบุ๊กเป็นหมอผู้เชี่ยวชาญติดต่อลูกค้าสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนมีการขยายผลไปยัง 2 โรงงานผลิตขนาดใหญ่ บริษัท ดี.ดี.คอสเมด จำกัด ในกาฬสินธุ์ มีการทำลายหลักฐานบางส่วนแต่ตำรวจยึดบรรจุยาเม็ด คาดว่าเป็นยาลดความอ้วนปลอมที่มีส่วนผสมไซบูทรามีน เฟนเตอร์มีน และลอร์คาเซรินได้

ตำรวจตั้งข้อสงสัยว่า โรงงานดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับยาลดความอ้วน “ลีน” ชื่อกระฉ่อนในเครือเมจิกสกิน

อย่างไรก็ตาม นางวสภัสสร สุลำนาจ เจ้าของโรงงานยอมรับว่าโรงงานผลิตยาส่งให้กับแบรนด์ยาลดความอ้วนต่างๆ หลายแบรนด์ หนึ่งในนั้นคือ “OBE – CARE CLINIC” ของลูกสาวที่เคยเป็นเภสัชกรแต่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตไปแล้ว หรือเรียกว่าหมอเดียร์ และยังมีหุ้นส่วนคือ น.ส.ปลา และนายต่อ

ส่วนที่มาของไซบูทรามีนมาจากนายธวัชชัย (สงวนนามสกุล) อาศัยอยู่ใน จ.นครปฐม ที่ได้รับมาจากนายอพิชาต (สงวนนามสกุล) อีกทอดหนึ่ง ซึ่งนายอพิชาตเป็นเจ้าของบริษัทผลิตเครื่องจักรและบรรจุภัณฑ์แห่งหนึ่งในสมุทรปราการ ได้รับสารดังกล่าวมาจากนางนิภาพร (สงวนนามสกุล) และพบว่านางนิภาพรใช้บ้านพักใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เป็นแหล่งผสมสารไซบูทรามีนบริสุทธิ์กับสารอื่นๆ ในสัดส่วน 1 ต่อ 5 เพื่อเพิ่มปริมาณก่อนขายให้โรงงานต่างๆ ส่วนสารบริสุทธิ์ นางนิภาพรนั้นได้มาจาก น.ส.อังคณา (สงวนนามสกุล)

ขณะที่ น.ส.อังคณาเมื่อทราบว่าถูกกล่าวหาจึงได้เข้ามอบตัวเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ก่อนให้การภาคเสธว่าสั่งสารไซบูทรามีนมาจากนายแอนดี้ ชาวจีนเชื้อสายมาเลเซีย ผู้ส่งสินค้าจากประเทศจีนไปยังประเทศมาเลเซีย โดยให้คนหิ้วเข้ามาผ่านช่องทางธรรมชาติจากภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพฯ แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขายยาลดความอ้วน เพียงแค่รับมาและขายต่อเท่านั้น

ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัยเปิดปฏิบัติการ “ยุทธการฟ้าสาง” ตรวจค้นเป้าหมายเพิ่ม 12 จุดหลัก เชียงใหม่ 2 จุด กรุงเทพฯ 6 จุด ปทุมธานี 2 จุด นครราชสีมา 1 จุด ชลบุรี 1 จุด ระยอง 1 จุด จันทบุรี 2 จุด ตาก 2 จุด และพัทลุง 1 จุด และจุดอื่นๆ อีก รวมทั้งสิ้นแล้ว 33 จุดทั่วประเทศ ตรวจยึดยาผสมสารไซบูทรามีนกว่า 1,500,000 เม็ด, กาแฟลดน้ำหนักที่มีส่วนผสมไซบูทรามีน 305,750 ซอง

นอกจากนี้ ยังพบผงสารไซบูทรามีนบรรจุถุงละ 1 ก.ก. 16 ถุง รวม 16 ก.ก., เนื้อครีม 321 ถัง ถังละ 30 ก.ก. คิดเป็นน้ำหนัก 19,630 ก.ก. หรือ 19.63 ตัน, ครีมทาผิว 100,000 หลอด, ครีมย้อมผม 100,000 ซอง, ผงอาหารเสริมชนิดต่างๆ ประมาณ 200 ก.ก.ที่ใช้ในการผลิตยาลดความอ้วน, สบู่อันตราย 48,000 ก้อน

นอกจากนี้ ยังคงตรวจสอบเอกสารทางการเงิน พร้อมสอบสวนขยายผลต่อไป งานนี้มีผู้เกี่ยวข้องไม่ต่ำกว่า 10 คน ทั้งหมดถูกควบคุมตัวดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.อ.วิระชัยเปิดเผยว่า ยาลดความอ้วนมีอยู่ 3 ชนิด คือ ไซบูทรามีน, เฟนเตอร์มีน และลอร์คาเซริน ส่งผลให้นอนไม่หลับ คลื่นไส้ ปวดหัว ความดันโลหิตสูง บางชนิดทำให้หัวใจเต้นเร็ว ประสาทหลอน ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ จนนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว และทำให้เกิดการเสียชีวิต กรณีของ “โอบีแคร์” 1 เซ็ตจะประกอบด้วยตัวยาทั้ง 3 ชนิดและยาอื่นๆ ที่มีขายตามท้องตลาด เพื่อแก้อาการผลข้างเคียง รวมแล้วประมาณ 8 ชนิดต่อหนึ่งเซ็ต อาทิ ยานอนหลับ ยาระบาย ยาฟูอ็อกซิทีนแก้ซึมเศร้า วิตามิน และยาขับปัสสาวะ เป็นต้น เมื่อผู้เสียหายรับประทานเข้าไปถึง 8 ชนิดก็ทำให้ไตทำงานหนัก เลือดก็ไม่สูบฉีด จนทำให้หัวใจวายได้

“คนที่กินยาเข้าไป ถ้าเป็นนักกีฬาแล้วรับประทานต่อเนื่อง 45 วัน ถึงแก่ความตาย คนปกติทำงานใช้แรงกาย ร่างกายแข็งแรงแบบชาวบ้านทั่วไป 30 วันก็ถึงแก่ความตาย กรณีคนไข้บนบีทีเอส เป็นสาวออฟฟิศ รับยาเข้าไปเพียงแค่ 7 วันเท่านั้น ขณะที่สาวอ่างทอง สั่งซื้อมาจากโอบีแคร์เพียงแค่ 12 วันเสียชีวิต แล้วอีก 5,000 คนที่ซื้อไป สุขภาพของพวกเขาจะเป็นอย่างไร”

พล.ต.อ.วิระชัยกล่าว

พร้อมฝากถึงผู้ที่นำสารอันตรายมาใช้ทำผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหรือยาลดน้ำหนักว่า เป็นความผิดรุนแรง ซึ่งกรณีเครือข่ายโอบีแคร์มีการตั้งข้อหา 8 ข้อหา เช่น ตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลิตและจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อประสาทในประเภท 2 โดยไม่ได้รับอนุญาต ผลิตยาปลอม ผลิตอาหารปลอม รวมถึงการทำลายพยานหลักฐาน ฯลฯ

แต่ละข้อหาต่างๆ มีโทษตั้งแต่ 6 เดือน – 20 ปี สูงสุดคือปรับถึง 2 ล้านบาท

กรณีดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตด้วย อาจมีคนต้องติดคุกตลอดชีวิต

เพราะฉะนั้น คนที่อยากมีรูปร่างดี ให้เลือกลดความอ้วนด้วยการออกกำลังกายและคุมอาหาร โปรดอย่าใช้ “ยาลดความอ้วน” เป็นตัวช่วย

เพราะนอกจากเสียเงินแล้ว อาจโชคร้ายถึงแก่เสียชีวิต

บทความก่อนหน้านี้เลขาฯ ป.ป.ช.ขออุบ เอาผิด “สุเทพ” คดีโรงพักร้าง-แฟลตตำรวจ ชี้ค่อยเผยหลังส่งให้อัยการ
บทความถัดไป‘วันนอร์’ วิเคราะห์สภาพ ครม. / ชะตากรรมรัฐบาล ไม่น่าเกิน 1 ปี เพราะเห็นแล้วมีแต่ความ “สิ้นหวัง”