จัตวา กลิ่นสุนทร : หลายเรื่องการเมือง ผสมเรื่องเก่าๆ

จัตวา กลิ่นสุนทร

ในวงสนทนาของคอการเมืองรุ่นเก่า จะเข้าใจกันได้ว่าใครที่เสนอตัวโดดลงสู่สนามเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อเป็นผู้แทนประชาชน มักจะถูกคู่แข่งขุดคุ้ยประวัติส่วนตัวมาตีแผ่เผยแพร่อย่างละเอียดทีเดียว

จริงบ้างเท็จบ้างปะปนกันไป โดยเฉพาะกับเรื่องในด้านมืด มุมที่ไม่ต้องการเปิดเผยต่อสังคมจะเป็นเหยื่ออันอย่างดีของวงสนทนาเป็นอย่างยิ่ง

จริงเท็จแค่ไหนอย่างไร ไม่มีใครกล้ายืนยันเพราะพอจะสันนิษฐานกันได้ว่าเรื่องเหล่านี้ล้วนออกมาจากฝ่ายตรงข้าม

การปล่อยข่าวโจมตีกันแต่ก่อนอย่างมากแค่ปราศรัยบนเวทีหาเสียง ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนปากพาไปจน หรือกลอนพาไปทั้งนั้น บางทีให้สัมภาษณ์สื่อสิ่งพิมพ์

แต่ทุกวันนี้ค่อนข้างจะง่ายเพียงขีดเขียนข้อความแล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียก็เผยแพร่กระจายสู่สังคมภายในเวลารวดเร็ว

จากนั้นอาจถูกแชร์สู่โลกโซเชียล

แต่ยังมี “พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์” ควบคุมดูแลอยู่อาจโดนข้อหา “นำเข้า เผยแพร่ หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” ได้เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันจะมีปรากฏทุกวันโดยฝ่ายกฎหมายของฟากผู้ยึดครองอำนาจขณะนี้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจข่าวในโซเชียลอย่างละเอียดแล้วแจ้งความดำเนินคดี

วันนี้คดีจึงมีมาก เฉพาะกับ “พรรคการเมือง” ฝ่าย “ประชาธิปไตย” ยืนคนละฝั่งกับพรรคสนับสนุนอำนาจ “เผด็จการ” ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

พรรค “อนาคตใหม่” (อนค.) ซึ่งกำลังได้รับความนิยมสูงขึ้นจากคนรุ่นใหม่ กลายเป็นพรรคที่ถูกร้องเรียนโดนสกัด ถูกเตะตัดขา ถูกแจ้งความดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ค่อนข้างมาก

ตามมาด้วยพรรค “เสรีรวมไทย” ของ พล.ต.อ. “เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” ซึ่งดูเหมือนจะพูดจาโผงผางตรงไปตรงมา ยืนตรงข้ามกับรัฐบาล “เผด็จการทหาร”

 

คนที่อาสาตัวเข้าสู่สนามการเมืองต้องเข้าใจว่าท่านเป็นบุคคลสาธารณะย่อมต้องอดทนกับคำวิพากษ์วิจารณ์ ติฉินนินทาต้องเก็บอารมณ์ให้ได้

ใครที่ติดตามการเมืองจะรู้สึกได้ว่า นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันซึ่งท่าทางของท่านใหญ่โตมีอำนาจมาก แต่อารมณ์วูบวาบฉุนเฉียวมา 4 ปีกว่า เพิ่งจะซ่อนเก็บสงบลงบ้างในช่วงที่พรรค “พลังประชารัฐ” (พปชร.) เสนอชื่อเป็นแคนดิเดต (Candidate) เป็น “นายกรัฐมนตรี” ต่อไปอีก พร้อมเชื้อเชิญท่านขึ้นเวทีปราศรัยช่วยพรรคหาเสียง

แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พระเอกของพรรค พปชร.ไม่กล้าเสี่ยงขึ้นเวทีปราศรัยช่วยพรรคหาเสียง เพราะคิดว่าเป็นการเสี่ยงกับข้อกฎหมายยั้วเยี้ยของรัฐธรรมนูญ 2560 อาจตกม้าตายเองย่อมเป็นไปได้

รัฐบาลปัจจุบันไม่เหมือนรัฐบาลอื่นๆ ที่ผ่านมา ต้องการอยู่ยาวจึงวางแผนร่างกติกาต่างๆ มาตั้งแต่การยึดอำนาจเสร็จ เมื่อจะมีการเลือกตั้งทั่วไป จึงไม่ได้เป็นรัฐบาลรักษาการ นายกฯ คงยังอยู่ในตำแหน่ง และเป็นหัวหน้า “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” (คสช.) กับอำนาจพิเศษ คือ มาตรา 44

นายกฯ จึงยังทำอะไรได้หมด สามารถให้คุณให้โทษข้าราชการ หน่วยงานได้

พูดกันกันตรงๆ ว่าเป็นรัฐบาลที่เอาเปรียบทุกแง่มุมทุกเม็ดของการ “เลือกตั้ง” ในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ซึ่งจะต้องได้รับการบันทึกไว้ใน “ประวัติศาสตร์การเมืองไทย” อีกหน้าหนึ่ง ซึ่งอาจต้องจดจำกันต่อไปอีกหากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พ่ายแพ้การเลือกตั้งก็ได้

 

อาจารย์หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช (เสียชีวิต) อดีตนายกรัฐมนตรี (คนที่ 13) ที่มาจากการเลือกตั้ง “ศิลปินแห่งชาติ-บุคคลสำคัญของโลก-ปราชญ์ของแผ่นดิน” พูดคุยในวงสนทนากับบรรดาสมาชิกพรรค “กิจสังคม” ขณะเป็นหัวหน้าพรรคว่า “ทหารมักคิดว่านักการเมืองเป็นพลทหาร จะสั่งซ้ายหัน ขวาหันยังไงก็ได้ แต่จริงๆ มันไม่เป็นอย่างนั้น–”

อยากให้ทหารใหญ่ท่านได้เป็น “นายกรัฐมนตรี” แบบมีพรรคการเมืองฝ่ายค้านคอยตรวจสอบสักครั้ง จะได้รู้เสียทีว่า “นรกมันมีจริง”? ดังผู้มีประสบการณ์เขาพูดคุยต่อๆ กันมา อย่างน้อยที่สุดครั้งแรกน่าจะไปขึ้นเวทีปราศรัยช่วยพรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) ดูสักทีก็ได้

อาจารย์คึกฤทธิ์ได้ชื่อว่าเป็น “เสาหลักประชาธิปไตย” เชี่ยวชาญล่วงรู้การเมืองไทยซึ่งไม่เหมือนประเทศไหนในโลก

ขณะเป็นนายกฯ ท่านพยายามรักษา “ประชาธิปไตย” สุดท้ายไม่สามารถยื้อต่อไปจึง “ยุบสภา” กลับลงสนามเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร และเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีรักษาการ “สอบตก”

เหตุการณ์ที่กล่าวถึงนี้เกิดขึ้นเมื่อกว่า 40 ปี แต่ทุกวันนี้โลกหมุนอย่างรวดเร็ว สมองและเทคโนโลยีก็ก้าวไกลเปลี่ยนแปลง ประชาชนฉลาด หูตาสว่าง

โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ที่ไม่ประจบสอพลอ และยินดีรับใช้เพื่อผลประโยชน์

 

พรรคการเมืองที่กำลังแสวงหาคะแนนเสียง นำเสนอนโยบายแบบประชานิยม ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันรังเกียจจนเปลี่ยนชื่อเป็นประชารัฐ ก็ไม่เว้นเรื่องของการลดแลกแจกแถม ซึ่งคิดว่าประชาชนจะชอบพอ

แต่ในความเป็นจริงอาจลืมกันไปกระมังว่า เวลานี้ฐานะทางการเงินการคลังของประเทศเราเป็นอย่างไร

เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการคลังยังกล่าวฝากเตือนมาถึงพรรคการเมืองบ้างแล้ว ตามตัวเลขที่ปิดบังไม่ได้ปรากฏว่าขณะนี้ หนี้สาธารณะบานไปจ่อ 7 ล้านล้านบาท จะทำอย่างไรกัน?

การท่องเที่ยวสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นอันดับต้นๆ แต่ที่ผ่านมาก็เกิดปัญหามากมาย ทั้งการบริหารและอุบัติเหตุจนกระทั่งนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนซึ่งเดินเข้ามามากกว่าชาติอื่นๆ เสียชีวิตจำนวนมาก การหาเสียงของพรรคการเมืองบางพรรคจึงเน้นเรื่องท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำได้ดีกว่ารัฐบาลเผด็จการปัจจุบัน

ทุกวันนี้อุบัติเหตุสติพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นหลายปัจจัย ฉายภาพเข้าไปยังพาหนะ เช่น รถยนต์ เรือสปีดโบตซึ่งใช้ในการนำพานักท่องเที่ยวตระเวนไปตามหัวเมืองทั่วประเทศ และเกาะแก่งต่างๆ ว่าเรามีมาตรฐานในการควบคุมดูแลได้รัดกุมขนาดไหน

จากประสบการณ์การเดินทางสู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง ในทุกครั้งไม่เคยเห็นการพัฒนาของการทำธุรกิจขนส่งตั้งแต่รถตู้โดยสาร คนขับเรือสปีดโบต ไม่รู้ไปคัดสรรกันมาจากไหน ลีลาลวดลายคึกคะนองมาก ส่วนใหญ่จะซิ่งโดยไม่ค่อยคำนึงถึงความปลอดภัย

ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็น “พัทยา ชลบุรี-เกาะเสม็ด ระยอง” เราจึงต้องได้พบเห็นอุบัติเหตุ ความสูญเสียเสมอๆ

และแน่นอนที่สุดว่า สำหรับท่องเที่ยวแล้วคงไม่พ้นนักท่องเที่ยวชาวจีน เพราะทะเล 2 แห่งที่กล่าวนี้ก็เป็นที่นิยมของเขาไม่แพ้ภูเก็ต กระบี่ พังงา และ ฯลฯ

 

ขณะยังหนุ่มแน่นเราเดินทางท่องเที่ยวกันเสมอๆ กับเพื่อนรุ่นพี่ และอาจารย์ที่รัก ซึ่งทั้ง 2 ท่านได้เสียชีวิตไปนานแล้ว แต่รุ่นพี่เพิ่งจะครบรอบ 4 ปีวันเสียชีวิตไปเมื่อต้นเดือนมีนาคมนี้

เมื่อเขียนถึง “เกาะเสม็ด” และครบรอบวันเสียชีวิต 4 ปีของรุ่นพี่ ซึ่งรูปหล่อเรียนเก่งนิสัยดี ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครนอกจากเป็นที่ต้องตาต้องใจแย่งชิงของสุภาพสตรีจำนวนมาก ที่โยงเอาเรื่องนี้มาเขียนเพราะความคิดถึง ระลึกถึง วันหนึ่งเรา 3 คนเดินทางด้วยรถยนต์เต่าทองคู่ชีพของอาจารย์หญิง ซึ่งเป็นสามีภรรยากับรุ่นพี่ มีผมเป็นผู้โดยสาร ไปเกาะเสม็ด แต่ด้วยเส้นทางตามถนนสุขุมวิทสายเก่าที่ยาวไกลสมัยนั้น และเราออกจากกรุงเทพฯ ยามบ่ายจัด จึงถึงระยองมืดค่ำ

ผมพาอาจารย์และรุ่นพี่ไปยังบ้านพักของพี่ชายซึ่งปลูกยังไม่เสร็จเรียบร้อย เข้านอนกันตามมีตามเกิด ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีฟูก เพราะบ้านนอกทั้งที่อยู่แค่ชานเมือง จึงต้องเอาตะเกียงน้ำมันจากบ้านพ่อแม่ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักมาใช้ตามประสาคนยากไร้

บ้านกลางสวนมะพร้าวยามค่ำคืนสร้างความหวาดกลัวให้แก่อาจารย์หญิง เวลาเข้าห้องน้ำจะต้องให้รุ่นพี่ไปนั่งเฝ้า แต่เราก็ผ่านคืนนั้นไปได้

ฟ้ายังไม่ทันสางต้องตกใจตื่นด้วยเสียงร้องโวยวายของอาจารย์หญิงว่า “สวยมาก สวยมาก” ทั้งๆ ที่เมื่อคืนกลัวแทบตายเพราะความมืด

สุดท้ายเราก็เดินทางถึงเกาะเสม็ดได้เข้าพักยังบ้านของชาวบ้านที่คุ้นเคยด้านหน้าเกาะซึ่งทุกวันนี้ไม่มีทางจำอะไรได้อีกแล้ว เจ้าของบ้านก็เสียชีวิต ลูกหลานเปลี่ยนแปลงหายกันไปหมด

 

โลกหมุนจนผมกลายเป็นชายสูงวัยที่คิดถึงความหลัง ระหว่างนั่งรถเพื่อนรุ่นพี่ก็ร้องเพลงด้วยเสียงอันไพเราะ เพราะร้องเพลงเก่งจนเพื่อนๆ เรียกว่าแพ็ทบูน และอารมณ์ดี สนุกสนาน เมื่ออาจารย์หญิงนักเขียนคนดังขับรถคล่อมซากสัตว์ ศพหมาตาย น้าแพ็ทก็ยกขาขึ้นทั้ง 2 ข้าง

ขณะรถเต่าทองวิ่งตัดเข้าบ้านฉาง ปัจจุบันเป็นอำเภอแล้ว เห็นสนามบินอู่ตะเภาอยู่ด้านขวามือ มีร้านซ่อมรถยนต์ เกี่ยวกับเรื่องแบตเตอรี่ ไดนาโม ประมาณนี้แหละ ชื่อ “ไฉนมอเตอร์” น้าแพ็ทก็พูดว่า “ไม่รู้?”

เขียนเรื่อง “เกาะเสม็ด” ทำไมไม่รู้เหมือนกัน คงแค่อยากบอกว่าทุกวันนี้ได้กลายเป็น “เกาะธุรกิจ” สร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก ควรจะต้องดูแลรักษา ทั้งด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รักษาพยาบาล ให้ทันสมัยรวดเร็วมากกว่านี้

เพื่อตามให้ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก

บทความก่อนหน้านี้กลิ่นไม่ดี!! คลังร่อนหนังสือถึงก.อุตฯ สั่งทำแผนฟื้นฟูกองทุนเอสเอ็มอีใหม่ด่วน ไม่ผ่านเกณฑ์พบขั้นตอนสุดมั่ว
บทความถัดไป‘พิชัย’ สวน ‘บิ๊กตู่’ จบอะไรมา? ถึงกล้าบอกว่าคนพูดเศรษฐกิจไม่ดีตกเลข เย้ยแฮชแท็ก #ใครลูกมึง