มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส /มองหมู่บ้านเอาต์เลต

มองบ้านมองเมือง/ปริญญา ตรีน้อยใส

มองหมู่บ้านเอาต์เลต

ถิ่นที่อยู่ของผู้เขียน อยู่ไม่ไกลจากถนนจันทน์ ย่านโรงงานรุ่นเก่า หลายปีก่อนจะมีคนชักชวนไปซื้อเสื้อผ้า เวลาที่โรงงานนำสินค้ามีตำหนิหรือตกรุ่นมาขายในราคาถูก

การระบายสินค้าค้างสต๊อกของโรงงานแบบนี้ ฝรั่งมีคำเรียกขานเฉพาะว่า เอาต์เลต outlet บ้านเราก็มีศูนย์การค้าเอาต์เลตที่เปิดแล้ว และจะเปิดอีกหลายแห่ง

เอาต์เลตเป็นแหล่งรวมรวมสินค้าชื่อดัง ที่ราคาขายต่ำกว่าห้าง ว่ากันว่า นอกจากจะเป็นสินค้ามีตำหนิ หรือตกรุ่น ยังเป็นแบบว่า สินค้าที่ผลิตออกมาขายเอาต์เลตโดยเฉพาะ

เมื่อใช้คำว่าเอาต์เลต ย่อมมีที่มาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกา ผู้ผลิตสินค้าแบรนด์เนมให้สาวกชาวเอเชียบูชาซื้อหา มาอวดกันบ้าง มาสะสมกันบ้าง มาใช้แล้วขายต่อบ้าง

ตอนหลังอาจมีสินค้าจากญี่ปุ่น เกาหลีเพิ่มขึ้น

 

ศูนย์การค้าเอาต์เลต ต้นแบบจะอยู่ใกล้เมืองท่องเที่ยวของเขา เช่น ฟลอริดา ลอสแองเจลิส แอตแลนติกซิตี้ เป็นต้น

ครั้นเมื่อนักท่องเที่ยวบ้านเรามีเงินมากพอไปเที่ยวบ้านเขา ก็เลยเกิดเอาต์เลตใหม่ๆ มารองรับ ไม่ว่าจะเป็น ลาสเวกัส นิวเจอร์ซี แฟรงก์เฟิร์ต ซูริก และอื่นๆ อีกมากมาย

ทุกวันนี้ศูนย์การค้าเอาต์เลตมักจะอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน นักท่องเที่ยวจะได้ลงแล้วช้อป หรือช้อปแล้วบิน เพื่อลดต้นทุน ตัวอาคารศูนย์การค้าเอาต์เลตมักจะเป็นอาคารชั้นเดียว สร้างง่ายๆ เพราะผู้ซื้อสนใจที่ตัวสินค้าและราคาเท่านั้น

อาจมีร้านค้าอื่นและร้านอาหาร รองรับผู้ซื้อบ้างนิดหน่อย

 

แต่ไม่เหมือนศูนย์การค้าเอาต์เลตที่พาไปมองคราวนี้ นอกจากทำเลจะดี เพราะอยู่ระหว่างสองสนามบิน คือ สตุ๊ตการ์ตและแฟรงก์เฟิร์ต ยังแปลกต่างไปจากศูนย์การค้าเอาต์เลตอื่น เพราะเรียกขานตัวเองว่าเป็นเมืองเอาต์เลต

ทั้งๆ ที่เริ่มต้นจากโรงงานเย็บเสื้อผ้าชื่อดัง ฮูโก บอส Hugo Boss เปิดระบายสินค้าราคาถูกเป็นประจำ จนเป็นที่รู้จักของคนต่างถิ่น

ครั้นเมื่อเศรษฐกิจเริ่มถดถอย ในยุคสมัยที่งานเกษตรและอุตสาหกรรม แม้แต่บริการแบบเดิมๆ ลดลง ผู้บริหารท้องถิ่นและประชาชนเลยหาช่องทางเพิ่มเสริมรายได้ โดยการแปรสภาพทั้งหมู่บ้านเอาต์เลต เริ่มจากการดัดแปลงร้านค้าที่มีอยู่เดิม ให้หรูหราทันสมัยขึ้น

ต่อมามีการสร้างอาคารร้านค้าขึ้นมาใหม่ รองรับสินค้ายี่ห้อดังยี่ห้อเดียว หรือมีหลายยี่ห้อรวมกัน จนทั้งหมู่บ้านดูหรูหรา ไฮซ้อไฮโซยิ่งนัก

ยังไม่นับการสร้างอาคารที่จอดรถรวม พร้อมสุขาสาธารณะ และจัดรถบริการฟรี ขยายถนน ทำทางเดิน ให้สวยงามน่าเดินเที่ยวซื้อหาสินค้า ร้านอาหารและร้านค้าต่างๆ ที่มีอยู่เดิม ก็ปรับตัวเปลี่ยนใจมารองรับนักท่องเที่ยวที่พูดคนละภาษา

ที่สำคัญจัดบริการคืนภาษีให้แล้วเสร็จ เพิ่มความสะดวกสบายกับนักช้อปต่างด้าวเป็นอย่างยิ่ง

 

หมู่บ้านเมตซิวเกน จึงกลายเป็นเมืองเอาต์เลต Metzingen Outlet City ที่คึกคักและสวยงาม แม้ว่าภาษีส่วนที่นักท่องเที่ยวขอคืน จะหดหายไปบ้าง แต่รายได้จากตัวสินค้าและกิจการอื่น เรื่องอื่น กลับมากขึ้นมหาศาล

จนหมู่บ้านแห่งนี้ต่างไปจากหมู่บ้านหรือเมืองเล็กอื่นในยุโรปที่ล้วนเงียบเหงาไร้อารมณ์ ในยุคที่ทุกประเทศในสหภาพยุโรปกำลังหายใจไม่สะดวก

จึงเป็นอีกแนวคิดหนึ่งสำหรับบ้านเราเมืองเรา ในการส่งเสริมพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เพราะนักท่องเที่ยวรุ่น 4.0 เขาเบื่อหมู่บ้านชนบทพอเพียง เมืองรองท้องถิ่น ผ้าซิ่นชีวจิต ใกล้ชิดท้องนา รักษาโลกใบเขียว เที่ยวกินผลไม้เอย

บทความก่อนหน้านี้กวีกระวาด/เสียงทักทายของใบไม้ร่วง
บทความถัดไปพปชร.ขายนโยบาย กทม. สวนสาธารณะ 50 เขต ส่วนลด 1 แสน รถเก่าแลกรถอีวี