อาชญากรรม : เร่งพิสูจน์ฆ่า2ผู้ลี้ภัย ทิ้งศพลอยแม่น้ำโขง ‘ศรีวราห์’สั่งลุยสอบ องค์กรสิทธิ์โลกจับตา

เป็นเรื่องราวที่สังคมยังให้ความสนใจติดตามกันอย่างกว้างขวาง

สำหรับการฆ่าโหด รัดคอ คว้านท้อง เอาแท่งปูนยัด ก่อนสับกุญแจมือ ห่อกระสอบทิ้งศพลอยมาตามแม่น้ำโขง

เมื่อการตรวจสอบดีเอ็นเอพบว่าตรงกับ 2 คนสนิทของนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ลี้ภัยไปอยู่ในประเทศลาว

ซึ่งคือผู้ที่ใช้ชื่อจัดตั้งว่าสหายภูชนะ และสหายกาสะลอง ที่เคลื่อนไหวจัดรายการวิทยุผ่านระบบอินเตอร์เน็ต

จึงกลายเป็นคำถามว่าใครกันที่ลงมือได้อย่างเหี้ยมโหดเช่นนี้

และคงไม่ใช่แค่คดีอาชญากรรมธรรมดา เพราะทั้งหมดก็อาศัยอยู่ในบ้านเช่าที่ไม่ได้หรูหรา

แถมตอนถูกพาตัวออกมา ก็ทิ้งข้าวของเครื่องใช้เต็มไปหมด จนเรื่องการฆ่าเพื่อชิงทรัพย์ ก็น่าจะตัดทิ้งไปได้

อีกคำถามคือเมื่อ 2 คนสนิทนายสุรชัย พบกลายเป็นศพแล้ว

นายสุรชัย ไปอยู่ที่ไหน มีชะตากรรมอย่างไร

เป็นเรื่องที่ต้องติดตามและตั้งคำถามกันต่อไป

★ เปิดผลดีเอ็นเอศพน้ำโขง
หลังจากสงสัยกันอยู่นานว่าศพที่พบลอยอยู่ในแม่น้ำโขงเมื่อธ.ค. 2561 เป็นของใครกันแน่ ในที่สุดความจริงก็คลี่คลาย โดยเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ ว่าผลการตรวจเทียบเคียงดีเอ็นเอ ศพลอยน้ำที่พบในพื้นที่อ.เมืองนครพนม กับลูกชายของสหายกาสะลอง พบว่าไม่ขัดแย้งกัน

ขณะที่ศพนิรนามที่พบในพื้นที่สภ.ธาตุพนม นั้นไม่ขัดแย้งกับลูกชายของสหายภูชนะ 2 ผู้ลี้ภัยทางการเมืองซึ่งเป็นคนสนิทของนายสุรชัย นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญคนหนึ่ง
ทั้งนี้ มีรายงานว่า สหายกาสะลอง ซึ่งก็คือ นายไกรเดช ลือเลิศ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 230 ม.2 ต.จันจว้าใต้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ขณะที่สหายภูชนะ ก็คือนายชัชชาญ บุปผาวัลย์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.9 ต.นิคมคำสร้อย อ.นิคมคำสร้อย จ.มุกดาหาร

โดยนายชัชชาญ มีหมายจับของศาลทหารกรุงเทพ เลขที่ ก.76/2557 ฐานความผิดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลมารายงานตัวต่อคสช. เมื่อปี 2557 และมีหมายจับของศาลจังหวัดลพบุรี ที่ จ.91/2557 ต้องหาความผิดฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิด เครื่องยุทธภัณฑ์ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และผลิตวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ จากข้อมูลพบว่า ทั้ง 3 คนเดินทางออกจากประเทศไทยไปลี้ภัยในอยู่ที่ประเทศลาว หลังเกิดจากการรัฐประหารเมื่อปี 2557 โดยทั้งสามย้ายที่พักหลายแห่ง ล่าสุดมาเช่าบ้านอยู่ด้วยกันที่ประเทศลาว ยังคงเคลื่อนไหวจัดรายการวิทยุผ่านยูทูบอยู่ตลอดเวลา

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2561 ญาติพี่น้องไม่สามารถติดต่อทั้ง 3 คนได้ พรรคพวกที่อยู่ในลาวจึงเดินทางไปที่บ้านพัก ก็พบว่าบ้านไม่ได้ล็อกประตู มีข้าวของเครื่องใช้ถูกทิ้งไว้ ทั้งเครื่องวัดความดัน เสื้อผ้า จึงคาดว่าถูกอุ้มไป

จนกระทั่งพบเป็นศพทั้งคู่

ขณะที่นางปราณี ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือป้าน้อย ภรรยานาย สุรชัยกล่าวว่าถ้าผลตรวจดีเอ็นเอ 2 ศพถูกฆ่าถ่วงน้ำแม่น้ำโขงเป็น 2 คนสนิทนายสุรชัย เชื่อว่านายสุรชัยคงไม่รอดเหมือนกัน เพียงแต่ยังไม่พบศพ ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร และเชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้แน่นอน สำหรับสหายภูชนะนั้นไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ส่วนคุณกาสะลองทราบว่ามาช่วยงานนายสุรชัยตั้งแต่ออกจากเรือนจำ เมื่อปี 2556

จึงอยากเรียกร้องให้คลี่คลายข้อเท็จจริง และนำศพนายสุรชัยกลับคืนมา

★ ย้อนรอยผู้ลี้ภัยสาบสูญ
ทั้งนี้ กลุ่มนายสุรชัยและพวก รวม 3 คน ไม่ใช่กลุ่มแรกของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศลาว แล้วหายตัวไป

โดยเมื่อกลางปี 2559 เกิดกรณีที่นายอิทธิพล สุขแป้น หรือดีเจเบียร์ หรือดีเจซุนโฮ นักจัดวิทยุกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ที่ลี้ภัยอยู่ประเทศลาว ถูกอุ้มหายตัวไป โดยมีกระแสข่าวว่าถูกเจ้าหน้าที่จากเมืองไทยคุมตัวไปกักขังในค่ายทหารแห่งหนึ่งที่จ.เพชรบูรณ์ และยังลือกันอีกว่าได้รับไฟเขียวจากฝั่งประเทศที่ให้ลี้ภัยเข้ามาดำเนินการได้

ไม่เพียงแค่นั้น ยังลือกันอีกว่าดีเจซุนโฮน่าจะเสียชีวิตไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงกระแสข่าวลือ ไม่มีคำยืนยันจากใครทั้งสิ้น มีเพียงความจริงก็คือไม่มีใครพบตัวดีเจซุนโฮมาจนถึงทุกวันนี้

อีกคนที่หายตัวไป ก็คือ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ หรือสหายหมาน้อย นักเคลื่อนไหวเสื้อแดง ที่รู้จักกันในนามกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีอาญา มาตรา 112 ที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศลาวเช่นกัน

โดยมีข้อมูลระบุว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2560 ชายชุดดำดักซุ่ม ใช้เครื่องชอร์ตไฟฟ้าจับตัวโกตี๋ ให้ถุงคลุมหน้ามัดมือไพล่หลัง อ้างว่านำตัวส่งกลับมายังไทย เพราะเป็นผู้ต้องหาที่ทางการไทยต้องการตัวมาก

แต่เรื่องดังกล่าวก็ถูกปฏิเสธจากผู้มีอำนาจฝั่งไทย โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ก็ยืนยันว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้ต้องการตัวมาดำเนินคดี เพราะหากต้องการจริงคงจับได้ตั้งนานแล้ว ไม่ต้องรอถึง 3 ปี

ยังคงเป็นปริศนา และเสียงเรียกร้องให้คลี่คลายก็จะดังขึ้นเรื่อยๆ

★ องค์กรสิทธิ์จี้สอบสวน
ขณะที่ฮิวแมนไรต์วอตช์ องค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ออกแถลงการณ์ว่าขอเรียกร้องให้รัฐบาลลาวสอบสวนการหายตัวไปของนักเคลื่อนไหวจากไทย 3 คนอย่างเร่งด่วน โดยระบุว่า มีผู้พบเห็นพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายที่กรุงเวียงจันทน์ ในเดือนธ.ค.2561

จากนั้นวันที่ 22 ม.ค.2562 ทางการไทยแจ้งต่อฮิวแมนไรต์วอตช์ว่าผลการตรวจตัวอย่างดีเอ็นเอของศพที่พบในแม่น้ำโขง ตรงกับนักเคลื่อนไหวที่หายตัวไป 2 คน ได้แก่ สหายกาสะลอง และสหายภูชนะ จึงทำให้เกิดความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับตัวนายสุรชัย แซ่ด่าน เนื่องจากทั้ง 2 ศพ มีสภาพที่มือและเท้าถูกมัด ใบหน้าถูกตีจนเละ จำไม่ได้ นอกจากนั้นยังคว้านท้องศพ และเทปูนใส่เข้าไปแทน

“ดูเหมือนว่ารัฐบาลลาวจงใจปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการลักพาตัว และการสังหารนักเคลื่อนไหวจากไทยอย่างโหดเหี้ยม ทางการลาวต้องสอบสวนอย่างน่าเชื่อถือ และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีอันโหดเหี้ยมนี้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลอย่างมากต่อชะตากรรมของ นักเคลื่อนไหวจากไทยที่ลี้ภัยในลาว” นายแบรด อดัมส์ ผอ.ภูมิภาคเอเชีย ฮิวแมนไรต์วอตช์ ระบุ

แถลงการณ์ระบุต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลไทยเรียกร้องให้ลาวส่งตัวสุรชัยและนักเคลื่อนไหว ล่าสุดได้ร้องขอเมื่อตอนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เยือนกรุงเวียงจันทน์ ในวันที่ 13 ธ.ค.2561

ส่วนรัฐบาลลาวไม่ได้สอบสวนอย่างจริงจังต่อการหายตัวไปก่อนหน้านี้ของนักเคลื่อนไหวที่อาศัยอยู่ในเวียงจันทน์ ได้แก่ นายอิทธิพล สุขแป้น หายตัวไปตั้งแต่เดือนมิ.ย.2559 และนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ หายตัวไปตั้งแต่เดือนก.ค.2560

สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอช ซีอาร์) ไม่มีสำนักงานในลาว และรัฐบาลลาวยังไม่อนุญาตให้สำนักงานยูเอ็นเอชซีอาร์ กรุงเทพฯ เข้าไปคุ้มครองคนไทยที่หลบหนีการปราบปรามทางการเมืองไปยังประเทศลาว

รัฐบาลลาวมีพันธกรณีที่จะต้องสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ นายสุรชัย และนักเคลื่อนไหวจากไทยคนอื่นๆ ที่หายตัวไปในลาว รัฐบาลต่างประเทศและแหล่งทุนควรกดดันรัฐบาลให้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อสอบสวนกรณีเหล่านี้ และดำเนินคดีผู้มีส่วน รับผิดชอบทุกคน

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ระบุว่า สภ.เมืองนครพนม และสภ.ธาตุพนม ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพไว้แล้ว แต่เนื่องจากตนเห็นว่าเป็นการเสียชีวิตผิดธรรมชาติ และเชื่อว่า ผู้ตายถูกฆาตกรรม จึงสั่งการให้พนักงานสอบสวนรับเป็นสำนวนคดีอาญา และเร่งรัดการสอบสวน

ส่วนจะเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรหรือไม่จะต้องมีการตรวจสอบต่อไป เบื้องต้นให้รับเป็นคดีอาญาเอาไว้ก่อน ส่วนวัตถุพยานที่พบ อาทิ กระสอบป่านที่ใช้ใส่ศพพบว่าเป็นกระสอบใส่ข้าวโครงการรับจำนำเมื่อปี 2556-2557 ขณะที่เสาปูนที่ใช้ยัดในตัวศพ และกุญแจมือไม่พบว่ามีใช้ในประเทศไทย

เป็นคดีที่รอการคลี่คลาย

บทความก่อนหน้านี้“เสี่ยปรีชา” แจกอั่งเปาชาวบ้าน 1 หมื่นซองวันแรกสมัคร ส.ส.
บทความถัดไปฐากูร บุนปาน : เสียงชาวบ้าน หรือ เล่ห์เหลี่ยมกลอุบายทั้งหลายทั้งปวง ที่ชี้นำสังคมไทย