รายงานพิเศษ/AI ช่วยวิเคราะห์อาการโรคพาร์กินสัน เร็วกว่าวิธีดั้งเดิม 10 เท่า

รายงานพิเศษ/โชคชัย บุณยะกลัมพ https://www.facebook.com/ChokCyberAIEntertainment/

AI ช่วยวิเคราะห์อาการโรคพาร์กินสัน

เร็วกว่าวิธีดั้งเดิม 10 เท่า

 

ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันทั่วโลกมีประมาณ 5 ล้านคน ปัจจุบันการรักษาโรคพาร์กินสันยังเป็นการรักษาผู้ป่วยเพื่อประคับประคองอาการ และยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

โรคพาร์กินสันเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสมองและระบบประสาท นับว่าเป็นอีกหนึ่งโรคที่โลกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก

โรคพาร์กินสันคือโรคทางสมองที่เกิดจากเซลล์ประสาทในบางตำแหน่งเกิดมีการตายโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ทำให้สารสื่อประสาทในสมองที่ชื่อว่า โดปามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารที่มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายมีปริมาณลดลง จนส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย

ซึ่งสามารถจำแนกอาการของโรคพาร์กินสันได้ทั้งหมด 5 ระดับ ได้แก่

ระดับที่ 1 ผู้ป่วยมีอาการสั่นน้อย มีอาการสั่นเพียงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น และยังสามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

ระดับที่ 2 ผู้ป่วยมีอาการสั่นทั้งสองข้าง พร้อมมีลำตัวที่คดงอลงเล็กน้อย

ระดับที่ 3 ผู้ป่วยมีอาการสั่นทั้งสองข้าง รวมไปถึงระบบการทรงตัวเริ่มไม่แข็งแรงจนอาจจำเป็นต้องมีผู้คอยดูแลและพยุงในบางครั้ง

ระดับที่ 4 ผู้ป่วยมีอาการสั่นทั้งสองข้างหนักมากจนเริ่มไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จำเป็นต้องมีผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

ระดับที่ 5 ผู้ป่วยมีอาการสั่นทั้งสองข้างขั้นรุนแรงและไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้จนต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง

 

โรคพาร์กินสันจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยมากที่สุดในด้านการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วย จนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และต้องมีคนคอยดูแลในบางราย

นอกจากนั้นยังมีอาการแทรกซ้อนอื่นที่สำคัญ ได้แก่ ท้องผูกเป็นประจำ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อเกร็ง โดยเฉพาะเวลานอน อาการท้อแท้เบื่อหน่ายในชีวิตจนอาจก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมา ซึ่งผู้ดูแลควรต้องให้การดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อจะสามารถติดตามความผิดปกติ และรีบแจ้งแพทย์เพื่อการรักษาได้อย่างทันท่วงที

พาร์กินสันเป็นโรคความเสื่อมของระบบประสาทที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยผู้ป่วยจะมีอาการสั่นกระตุก กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง เคลื่อนไหวร่างกายได้เชื่องช้า และทำให้คุณภาพชีวิตลดลง ซึ่งอาการเหล่านี้มักปรากฏหลังจากเซลล์สมองได้รับความเสียหายไปแล้ว และในปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจหาโรคที่แม่นยำ

ความพยายามครั้งแรกของ Tencent เปิดตัวแพลตฟอร์ม Miying ในด้านการดูแลสุขภาพ การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ เปิดตัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2560

ได้ใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์วิเคราะห์หาความผิดปกติ ที่ใช้ AI, Miying ช่วยแพทย์ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งหลอดอาหาร, โรคมะเร็งปอด, มะเร็งปากมดลูก ฯลฯ

แพลตฟอร์มดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดีในด้านการแพทย์ โดยมีการขยายตัวการใช้งานอย่างรวดเร็วในโรงพยาบาลระดับเกรด AAA หลายแห่งในจีน

Tencent ได้ระบุถึงแผนจะนำ AI มาช่วยวินิจฉัยโรคพาร์กินสันในรูปแบบ AI Lab ของแพทย์และสร้างเครือข่ายระดับโลกขึ้นเพื่อพัฒนางานวิจัยร่วมกันระหว่างประเทศ

 

ในการประชุมนานาชาติเรื่องโรคพาร์กินสันในงาน International Congress of Parkinson’s Disease and Movement Disorders ที่ฮ่องกง Tencent ได้เผยถึงรูปแบบของการดูแลสุขภาพ AI : AI Lab ทางการแพทย์ ทีมวิจัยได้รวมผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน เช่น Machine Learning, Computer Vision, Augmented Reality (AR) และอื่นๆ ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ปัญญาประดิษฐ์ด้านการแพทย์โดยเฉพาะ โดยในเบื้องต้น Medical AI Lab นี้จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับโรคพาร์กินสัน

Tencent Medical AI Lab ได้ดำเนินการเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์วิดีโอเพื่อวินิจฉัยโรค ซึ่งมักพบในคนที่มี PD ผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน มักประสบกับอาการสั่น เนื่องจากมีอาการสั่นที่ผิดปกติ การแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

ในความร่วมมือกับโรงพยาบาลเซี่ยงไฮ้ Huashan Tencent ได้แนะนำระบบการประเมินการเคลื่อนไหวสมาร์ต PD แอพพลิเคชั่นแรกที่ออกมาคือแอพพลิเคชั่นวิเคราะห์วิดีโอเพื่อวินิจฉัยอาการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ควบคุมไม่ได้ที่เรียกว่า dyskinesia ในการใช้งาน ผู้ป่วยจะต้องทำการทดสอบแตะนิ้วเข้าด้วยกัน (finger-tapping test) และถูกบันทึกภาพวิดีโอผ่านกล้อง จากนั้นระบบปัญญาประดิษฐ์ก็จะทำการประมวลผลความถี่และความรุนแรงของการเคลื่อนไหวว่าอยู่ในกลุ่มมีความเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ใช้เวลาราว 3 นาที เร็วกว่าวิธีวินิจฉัยดั้งเดิมราว 10 เท่า

แพทย์สามารถตรวจผู้ป่วยจากระยะไกลด้วยผลการวิเคราะห์วิดีโอได้จากระยะไกล ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางมาที่ห้องตรวจ ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยและลดปริมาณงานของแพทย์

 

ระบบวิเคราะห์วิดีโอดังกล่าวนี้มีการเรียนรู้จากข้อมูลการเคลื่อนไหวของผู้ที่มีอาการ dyskinesia รวมไปถึงการเคลื่อนกว่าที่ถูกจำลองขึ้นผ่านเทคโนโลยี AR และ AI เพื่อเพิ่มกลุ่มตัวอย่างให้กับระบบ โดยระบบจะทำการวิเคราะห์ตำแหน่ง 21 จุดบนมือของผู้ป่วยเพื่อมองหาความผิดปกติ

เทคโนโลยีสำหรับระบบวินิจฉัยโรคพาร์กินสันผ่านวิดีโอนี้อยู่ในขั้นตอน Clinical Trial ขนาดเล็ก และ Tencent กล่าวว่ากลยุทธ์การเปิดตัวผลิตภัณฑ์จะไม่ได้รับการพิจารณาจนกว่าจะมีการตรวจสอบความเป็นไปได้อย่างสมบูรณ์

เพื่อสนับสนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ทั่วโลกของ Tencent Tencent ได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท Medopad ในสหราชอาณาจักรด้านสุขภาพระบบดิจิตอลและ King’s College London PD ศาสตราจารย์ Kallol Ray Chaudhuri แผนการพัฒนาสมาร์ตโฟนอัจฉริยะอัจฉริยะและราคาไม่แพงสำหรับการประเมิน PD

Tencent ยังจะใช้การวิเคราะห์วิดีโอในการประเมินผู้ป่วยรายอื่นที่มีกล้ามเนื้อที่ควบคุมไม่ได้ที่เรียกว่า dyskinesia รวมถึงผู้ที่มีโรคอัมพาตสมองและโรคหนังศีรษะ นอกจากนี้เครื่องมือตรวจสอบโรคหัวใจตลอด 24 ชั่วโมงโดยพิจารณาจากการวิเคราะห์วิดีโอจะเริ่มการทดลองทางคลินิกในไม่ช้า

 

การดูแลผู้ป่วยโรคพาร์กินสันตั้งแต่เริ่มต้นทั้งในแง่การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติและอาการอื่นๆ ด้วยการปรับยา การแนะนำเรื่องอาหาร การออกกำลังกาย และการปฏิบัติตัวที่เหมาะสม สามารถทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง

การนำผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน หรือบุคคลที่น่าสงสัยว่าจะเป็นโรคพาร์กินสันมาปรึกษาแพทย์แต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งที่แนะนำอย่างยิ่ง เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีวิธีการรักษาที่ทันสมัยและหลากหลายทั้งการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัดเมื่อโรคดำเนินไปสู่ระยะท้าย ซึ่งจะช่วยประคับประคองให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดและยาวนานที่สุด

ดังนั้น การตรวจวิเคราะห์อาการโรคพาร์กินสันได้เร็ว จะช่วยให้เราเข้ารับการรักษาไม่ให้เกิดความรุนแรงหรือลดแรงสั่นของมือ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี และใช้ชีวิตตามปกติช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้น

 

ที่มา

Tencent’s New Medical AI Lab Targets Parkinson’s

บทความก่อนหน้านี้จดหมาย /ฉบับประจำวันที่ 11-17 มกราคม 2562
บทความถัดไปอาทิตย์ละมื้อ/”คนข้างครัว” /Grilled zucchini salad (สลัดซุกีนี่ย่าง)