วิช่วลคัลเจอร์ / ประชา สุวีรานนท์ / กุ๊ชโฉ่ : พ่อค้าข้างถนน

ประชา สุวีรานนท์

วิช่วลคัลเจอร์ / ประชา สุวีรานนท์

กุ๊ชโฉ่ : พ่อค้าข้างถนน

ในวรรณกรรมเด็ก เมืองมักจะเป็นผู้ร้าย เพราะเต็มไปด้วยอันตรายและการเอารัดเอาเปรียบ ที่สำคัญ พ่อแม่ต้อง “ปกป้อง” เด็กโดยการหลีกเลี่ยงให้ไกล
ในมุมมองนี้ เมืองซึ่งอาจจะรวมเอาสมาร์ตโฟนและสื่อออนไลน์ที่ว่ากันว่าไม่ดีเข้าไปด้วย เป็นศัตรูโดยธรรมชาติของเด็ก
ในความเป็นจริง ซึ่งเป็นผลมาจากมุมมองแบบนี้ พ่อแม่จึงต้องเลี้ยงลูกโดยไม่มีเมืองหรือคนอื่นๆ โดยให้อยู่ในบ้านและโรงเรียนที่ดี และอาศัยความช่วยเหลือของสองสถาบันนี้เท่านั้น ครอบครัวจึงจะอยู่รอดปลอดภัยและมีอนาคตที่สดใส
แต่ “กุ๊ชโฉ่” เป็นเรื่องของการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เป็นผลของเทคโนโลยีโทรศัพท์และสองสถาบันดังกล่าว บุคลิกและการเรียนรู้ของเขามาจากเพื่อนหรือคนอื่นๆ ที่พบเจอในเมือง คนเหล่านี้อาจจะมีบทบาทดังกล่าวทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
เมืองหล่อหลอมให้กุ๊ชโฉ่ ซึ่งเป็นเด็กวันนี้ ให้กลายเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้า

กุ๊ชโฉ่ เขียนโดยโฆเซ่ หลุยส์ โอไลยโซล่า ฉบับภาษาสเปนเริ่มพิมพ์ตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 และได้รับรางวัลด้านวรรณกรรมเด็กของประเทศสเปน ฉบับภาษาไทยของรัศมี กฤษณมิษ นักแปลที่มีผลงานหลายเล่ม พิมพ์มาแล้วกว่าสิบครั้ง ล่าสุดโดยสำนักพิมพ์แพรวเยาวชน
นิยายเป็นเรื่องเกี่ยวกับกุ๊ชโฉ่ เด็กผู้ชายคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่กับย่าผู้ชราในกรุงมาดริด
เนื่องจากย่าตาไม่ดี รับจ้างเย็บผ้าไม่ไหวแล้ว ด้วยวัยเพียง 10 ขวบ เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะหารายได้มาจุนเจือครอบครัว
เหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เขาต้องทำงานหนักก็คือไม่อยากให้ใครมาพาย่าไปอยู่ในสถานสงเคราะห์คนชรา และตัวเองก็ต้องไปอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า
นี่เป็นเรื่องของพ่อค้าตัวเล็กๆ แห่งมาดริด
กุ๊ชโฉ่ส่อแววชอบขายของมาตั้งแต่เด็ก เขารวบรวมแซนด์วิชและขนมเค้กจากเพื่อนๆ ในโรงเรียนไปขายในตลาดกลางจัตุรัสสเปน
และต่อมา ด้วยความช่วยเหลือของกุ้งมังกรซึ่งเป็นพ่อค้าข้างถนนคนหนึ่ง ได้ทำงานกับลุงอัมโบรซิโอ ซึ่งเป็นเจ้าของรถเข็นขายของ
กุ๊ชโฉ่ประกอบอาชีพค้าขายอย่างจริงจัง
เขาสนุกกับงานนี้มาก เมื่อลุงอัมโบรซิโอเสียชีวิตกะทันหัน กุ๊ชโฉ่ไม่ไปบอกตำรวจแต่สืบต่อใบอนุญาตรถเข็นต่อไป จากนั้น ย่า กุ้งมังกร และเพื่อนอีกหลายคน รวมทั้งซีเลีย สาวน้อยจากโรงเรียนเดียวกันมาช่วยขายของ
แต่ต่อมาเรื่องร้ายเกิดขึ้นพร้อมกัน รถเข็นถูกญาติของลุงอัมโบรซิโอมาทวงคืน
เขาและย่าถูกไล่ออกจากบ้าน และซีเลียถูกพ่อห้ามไม่ให้คบกับกุ๊ชโฉ่ ชะตากรรมของเด็กชายท่าจะแย่ รายได้ไม่มี โรงเรียนไม่ได้ไป และบ้านที่อาศัยอยู่กับย่ากำลังจะถูกยึด
เขาจะทำอย่างไรดี?

มีตัวละครมากมาย นิยายจะบรรยายลักษณะพิเศษของแต่ละคน เช่น อาการป่วยของย่า ความยากจนของกุ๊ชโฉ่ การพูดจาโผงผางของชายขนดกหรือกุ้งมังกร อย่างสั้นๆ และกระชับ เรียกได้ว่าเดินเรื่องเร็วแต่เก็บรายละเอียดได้ครบ
ในหน้าแรกๆ ผู้อ่านจะได้รู้ว่าสภาพของบ้าน โรงเรียน และเมืองของเขาและย่าเป็นอย่างไร มีฉากเกี่ยวกับการเรียนรู้กลวิธีต่างๆ ทั้งในการขายของและสวดมนต์อธิษฐาน นิยายบอกมูลค่าของสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรายได้ของตัวเอก ราคาแซนด์วิช และค่าเช่าบ้าน เป็นจำนวนที่ชัดเจน
สลับด้วยบทที่น่าสนใจ เช่น น้ำใจของกุ้งมังกรและซีเลีย ความสุภาพอ่อนน้อมของลุงอันโตนิโอ ความเมตตาปรานีของครูอันเซลโม่ ความแปลกประหลาดของนักออกแบบแฟชั่นชื่อโกเก้ และความซื่อสัตย์ของตัวเอก
ตัวอย่างเช่น ซีเลียเพื่อนนักเรียนที่เป็นลูกคนรวยและมีฐานะต่างกับเขามาก ถูกบรรยายว่า “…หน้าตาสวย แถมยังพกลูกกวาดเต็มกระเป๋าเสมอ จึงรู้สึกว่าตนพิเศษกว่าใครๆ”
หรือเมื่อเขาพบกับกุ้งมังกรซึ่งต่อมาเป็นเพื่อนกัน นิยายเล่าว่า “…ก็ในเมื่อบอกราคาสิบห้าเปเซต้า เขายังโกรธแทบแย่ กุ๊ชโฉ่จึงตัดสินใจลดราคาเหลือห้าเปเซต้า ชายขนดกโกรธจนถึงกับสบถคำหยาบที่สุดซึ่งห้ามพูดกันในโรงเรียน คุณครูอันเซลโม่บอกว่า นอกจากจะเป็นคำสบถแล้ว ยังเป็นคำดูหมิ่นพระเจ้าด้วย กุ๊ชโฉ่ตกตะลึงตัวแข็ง ขณะนั้นชายที่น่ากลัวล้วงมือลงไปในกระเป๋า แต่แทนที่จะเป็นมีดกลับเป็นเงินใบละหนึ่งร้อยเปเซต้า…”
ที่สนุกคือ ย่าซึ่งตาไม่ดี ได้เย็บเสื้อผ้าที่มีรังดุมเต็มตัวไปหมด เสื้อตัวนี้เป็นของลุงอันโตนิโอนักเป่าคลาริเน็ต ซึ่งกำลังจะไปเล่นดนตรีหงายหมวกขอเงินข้างถนน แต่ผลก็คือ นอกจากผู้คนจะหยุดฟังดนตรีแล้วยังหยุดดูด้วย เสื้อผ้าของย่าและผ้าขนสัตว์โพกแบบแขกที่กุ๊ชโฉ่พันไว้รอบศีรษะของลุงทำให้การแสดงน่าสนใจขึ้นมาก
นิยายให้ภาพของเมืองใหญ่ในสเปนตอนช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ซึ่งมีทั้งตึกเก่า ตึกใหม่ โรงเรียน โบสถ์ และตลาดกลางจัตุรัส ผู้อ่านจะได้สัมผัสบรรยากาศของถนนเปรซิอาโดส ซึ่งมีทั้งการเป่าปี่ของลุงอันโตนิโอ และการขายของแบกะดินของพ่อค้าคนอื่นๆ
และได้เห็นบทบาทของตำรวจเทศกิจ การเก็บรถเข็นของกุ๊ชโฉ่ไว้ตรงทางเข้าตึกที่อาศัยอยู่ และการที่แฟลตเก่าของเขาต้องถูกรื้อทิ้ง
มาดริดเป็นเมืองที่มีความเหลื่อมล้ำมากมาย ฐานะของแต่ละคนต่างกันอย่างลิบลับ ผู้อ่านจะได้รู้จักถนนสายที่สำคัญที่สุดในเมืองชื่อกรานเบีย ที่ตั้งของบ้านของคนรวย และถนนดวงจันทร์ ที่ตั้งของบ้านของกุ๊ชโฉ่ ซึ่งเป็นคนจน
นอกจากนั้น จะได้เห็นเมืองที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลต่างๆ ซึ่งบอกความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของกุ๊ชโฉ่ เช่น เสื้อผ้าของผู้คน การเล่นปาหิมะของเด็กๆ และการฉลองคริสต์มาส

คติสอนใจหรือสิ่งที่ทำให้ตัวเอกประสบความสำเร็จมีหลายประการ เช่น เพราะมีความกตัญญูหรือเพราะต่อสู้ดิ้นรนอย่างไม่ย่อท้อ แต่ถ้าไม่ลืมว่า นี่เป็นหนังสือจากประเทศคาทอลิก คติหนึ่งจึงเป็นคำสอนของย่าที่ว่า คนเราอาจสูญเสียอะไรต่อมิอะไรได้ แต่อย่าสูญเสียศรัทธา และ “พระเจ้าอาจจะทดสอบคน แต่ไม่เคยทำให้ใครถึงตาย”
แม้กุ๊ชโฉ่จะเป็นเด็กในยุค “บ้านเมืองยังดี” ซึ่งไม่ได้พูดถึงปัญหาด้านสังคมหรือสิ่งแวดล้อมมากนัก แต่นิยายเรื่องนี้ก็มีความสนุกสนาน
จุดเด่นคือ การมีความหวังและมองโลกด้วยอารมณ์ขันของกุ๊ชโฉ่และเพื่อนทุกคน และความรักหรือกำลังใจจากคนเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาก้าวผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ ได้เสมอ
ปัญหาทุกอย่างล้วนแก้ได้ ถ้าเรารู้จักอดทนรอคอยและเชื่อในตัวเพื่อนมนุษย์

บทความก่อนหน้านี้มองบ้านมองเมือง : สำรวจทุ่งนามรดกโลก ย้อนดูโบราณสถานไทย
บทความถัดไปศาสตราจารย์ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ตอนที่ 10 : “เมื่อขึ้นปีสอง อาจารย์ชัยอนันต์หายไป!”