รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว / “ศ. ดุสิต”/ดวงไม่ดี-ดูยังไง?

รู้ชีวิต…ด้วยดวงดาว /  “ศ. ดุสิต”

อ่านอนาคตของคุณไม่ยากหรอก…แค่รู้จักดาว 10 ดวงเท่านั้น!

เรื่องลึกในโหราศาสตร์ไทยชุด ‘คลังโหร’

ดวงไม่ดี-ดูยังไง?

เกร็ดโหรเกร็ดนี้เป็นเกร็ดสำคัญอีกเกร็ดหนึ่งที่นักพยากรณ์ทั้งหลายควรรู้จักไว้ เพราะแต่ละเกร็ดเหล่านี้จะไม่ค่อยมีใครนำมาเปิดเผยกันนัก อันเนื่องมาจากความหวงแหนที่ทุกคนที่ได้ไว้จะพึงกระทำ ทั้งๆ ที่บางคนก็คิดว่า ไม่เห็นว่ามันจะน่าหวงเท่าไหร่เลย เพราะอะไร?
เพราะเรารู้แล้ว ก็เลยเป็นของง่ายไป ดูไม่มีคุณค่าหรือมีก็มีน้อยลง เลยไม่เสียดาย
แต่ผมตั้งใจที่จะให้วิชาแก่ศิษย์ของผมอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรสำหรับผมที่จะเปิดเผยเกร็ดสำคัญนี้ให้ทุกคนได้เรียนรู้กัน เอาละ, ไม่ต้องพูดมาก มาศึกษากันเลยดีกว่าว่าจะดูดวงไม่ดีในชาตานั้นจะต้องทำยังไงกันมั่ง
แต่ก่อนอื่น ขอบอกไว้ก่อนว่า วิชานี้เป็นวิชาคู่มือของโหร ซึ่งผู้ใช้จะต้องมีดุลพินิจของตัวเองดูว่า สมควรจะนำมาใช้เมื่อใด เพราะไม่ใช่ของที่ต้องนำมาใช้กันอย่างพร่ำเพรื่อ ดูสมเหตุสมผลที่จะใช้แล้วจึงใช้ เช่น-มีผู้มาหาเราด้วยสีหน้าที่ทุกข์ทนหม่นหมอง บอกกับเราว่า
“หมู่นี้ไม่รู้เป็นไงค่ะ ชีวิตมีแต่เรื่องไม่ดีเข้ามาอยู่ตลอดเลย เดี๋ยวเรื่องโน้นเรื่องนี้ ไม่เป็นอันอยู่เป็นสุขเลยค่ะ ช่วยดูให้หน่อยซิคะว่าดวงมันเป็นยังไง จะมีอะไรมาช่วยแก้ไขได้บ้างไหม?”

นี่แหละครับ เจอกรณียังงี้แหละก็สมเหตุสมผลที่เราจะนำเอาเกร็ดนี้มาใช้แล้ว เพราะวิชานี้เป็นวิชาสำหรับ “ตรวจ” ชาตาโดยตรง เมื่อลูกค้าทุกข์มาเราก็ต้องหาทางช่วย
ก็จัดการผูกดวงของลูกค้าขึ้นมาตามระเบียบ
ถามถึงอายุย่างปีนี้ว่าเท่าไหร่
จากนั้นก็ไล่ลัคนาจรแบบปีละราศีจนถึงอายุย่าง
แล้วก็ดูที่เจ้าเรือนภพมรณะจรของในดวงนั้นว่าเป็นดาวอะไร
เอาดาวนั้นแหละมาหาทักษาจรว่าปีนี้ตกที่ภูมิอะไร
ได้แล้วก็นำเอา “กำลัง” ของดาวบริวารจรนั้นมาบวกกับอายุย่างของลูกค้าตามสูตร
ได้เท่าไหร่เอา 12 หาร ลัพธ์ไม่สนทิ้งไป เอาแต่เศษมา แล้วนับจากดาวเจ้าเรือนมรณะในดวงไปเท่าเศษ ตกที่ราศีใดกาไว้
ราศีที่ต้องกา คือราศีที่มีเคราะห์ ถ้ามีดาวในดวงเดิมลอยอยู่ก่อนแล้ว ดาวนั้นทำหน้าที่อะไรก็ต้องเคราะห์ไปตามนั้น แต่ถ้าเป็นราศีว่าง ถ้ามีดาวจรเข้าไปก็ต้องเคราะห์เช่นกัน แล้วแต่ว่าจะทำหน้าที่อะไรก็มีเคราะห์อย่างนั้น
สรุปก็คือ จะมีขั้นตอนดังนี้
– ผูกดวงแล้วตั้งอายุย่างหาลัคนาจร
– ดูว่าดาวเจ้าเรือนภพมรณะจรคือดาวใด นำดาวนั้นไปหาทักษาจร แล้วนำกำลังของดาวบริวารจรนั้นมาบวกกับอายุย่าง ได้เท่าไรเอา 12 หาร ลัพธ์ทิ้งไปเอาแต่เศษมา นับตั้งแต่ดาวมรณะจรในดวงไปเท่าเศษ ตกที่ราศีใด ราศีนั้นเป็นราศีเคราะห์
– ดาวใดตกในราศีนั้น ถือว่าได้รับเคราะห์ตามหน้าที่ของดาวนั้นๆ
จะเห็นว่า สูตรนี้ใช้ดาวเจ้าเรือนมรณะจรเป็นหลักในการหาเคราะห์ เมื่อทำตามสูตรที่ว่านี้แล้ว นั่นก็คือการรู้ว่าเจ้าชาตาจะมีเคราะห์ใดบ้าง แต่นี่ก็เป็นการดูอย่างหยาบ เพียงระยะแรกเท่านั้น ยังมีการดูในระดับที่ลึกลงไปกว่านี้อีกดังนี้
๑. ถ้าต้องการรู้รายละเอียดของเคราะห์นั้นอีก ก็ให้จับดูว่าดาวมรณะที่ลอยอยู่ในดวง (ตัวที่เราใช้นับเป็นหนึ่งนั่นแหละ) นั้นลอยอยู่ในราศีอะไร และให้ตามดาวเจ้าเรือนนั้นว่าไปสถิตอยู่ที่ไหน ก็จะได้รายละเอียดของเคราะห์นั้นเพิ่มเข้ามาอีก
๒. ตรวจดูว่าดาวมรณะจรไปสถิตในราศีประเภทอะไร (ปัสสวะ, นระฯ) แล้วดูว่าดาวฆาตของราศีนั้นจรอยู่ที่ไหน ถ้าจรทับลัคนาเดิมอยู่ ถือว่าต้องฆาต นับว่าเป็นดวงไม่ดีเหมือนกัน

ดวงไม่ดี (อีกแบบ)

แบบนี้ใช้ฆาตกาลกิณีเป็นตัวช่วยหา
คือนับอายุย่างว่าเท่าใด แล้วนับทักษาวันเกิดจรในปีนั้นว่าตกภูมิใด
เอากำลังของ “กาลกิณี” นั้นมาบวกกับอายุย่าง ได้เท่าใดเอา 12 หาร ลัพธ์ทิ้งไปเอาแต่เศษมา นับแต่ดาวกาลกิณีที่จรอยู่ในเวลานั้นไปเท่าเศษ ตกที่ราศีใดกาไว้
ถ้ากานั้นต้องลัคนา (เดิม), ดาวตนุลัคน์, ดาววันเกิด ให้ถือว่าเป็นดวงไม่ดีต้องเคราะห์ในปีนั้น เคราะห์คืออะไรก็ดูว่ากานั้นตกที่ภพอะไร เรื่องไม่ดีเรื่องนั้นจะเกิดขึ้นกับเจ้าชาตา (แม้กาจะตกที่ภพดีเช่นภพลาภะก็ตาม) ถ้าทับลัคน์ทับดาวที่ว่าก็จะเสียหายเรื่องผลประโยชน์ที่ควรได้ หรือได้อะไรมาก็ถูกเฉือนถูกแบ่ง ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ทำดวงตัวอย่างให้ดูก็ได้ ดังนี้

ดวงตัวอย่างนี้เกิดวันจันทร์ มีอายุย่างเข้า 59 ปี
นับทักษาวันเกิดจึงตกภูมิพฤหัสฯ
มีดาวเสาร์เป็นกาลกิณี
เอาอายุย่างบวกกำลังเสาร์ (10) เท่ากับ 69 หารด้วย 12 ได้ลัพธ์ 5 เศษ 9
ขณะที่มาดูนี้ดาวเสาร์จรอยู่ที่ราศีกันย์ จึงนับจากดาวเสาร์ไปเก้าราศีพฤษภซึ่งเป็นราศีว่าง จึงไม่ต้องเคราะห์ เพราะไม่ทับอะไรเลย แต่–
ตามกฎของกาลกิณี แม้ไม่ทับอะไรเลย แต่กาลกิณีก็มีอิทธิพลในตัวเอง เมื่อในราศีนั้นว่าง ดาวเจ้าเรือนในราศีนั้นจึงเป็นภาระที่จะต้องแบกรับส่วนไม่ดีของกาลกิณีอยู่ด้วย
ในกรณีนี้คือดาวศุกร์
ดาวศุกร์ในดวงนี้สถิตอยู่ที่ราศีกันย์ซึ่งดาวเสาร์จรกำลังลอยกดทับอยู่ ราศีกันย์เป็นภพพันธุของเจ้าชาตา จึงมีความหมายถึงความมั่นคงและครอบครัว จึงเป็นเรื่องที่เจ้าชาตาจะต้องดูแลครอบครัวและตำแหน่งหน้าที่ของตนให้ดีในปีนี้
ไม่เช่นนั้นอาจะเกิดเรื่องที่ไม่ชอบใจได้ง่ายๆ

นี่เป็นตัวอย่างในการทำดวงหาชาตาเคราะห์ให้ดู เพื่อคุณจะได้มีความเข้าใจในการจะนำไปใช้ และนี่ก็เป็นเกร็ดโหรที่สำคัญอีกเกร็ดหนึ่งเช่นกัน มีโอกาสเราก็จะได้ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อไป
ความจริงแล้ว การดูดวงไม่ดีหรือดวงที่มีเคราะห์นี้มีอยู่หลายอย่าง ซึ่งผมก็เคยได้นำมาเสนอไว้ให้ทราบกันแล้วหลายอย่างด้วย จึงขอแนะนำเอาไว้ในที่นี้ว่า การจะหาดูดวงที่มีเคราะห์นั้น คุณจะต้องจดจำเรื่องฆาตของราศีให้ได้มากที่สุด ยิ่งมากเท่าไหร่คุณก็เก่งในเรื่องนี้มากเท่านั้น ดวงใดที่ต้องฆาตดวงนั้นก็เรียกว่าดวงไม่ดีแล้ว โหรจะช่วยเจ้าชาตาได้ก็แต่ดูให้ว่า ดวงไม่ดีนั้นไม่ดีในเรื่องอะไรบ้าง จะได้แก้ไขหรือปรับปรุงตัวเองให้พ้นจากเรื่องนั้นๆ ไปได้
และนี่ก็คือการชี้บอกให้เจ้าชาตาได้รู้ว่า ดวงเขาไม่ดีในเรื่องอะไร ดวงตัวอย่างได้ชี้บอกให้ตามสมควรแล้ว

ในกรณีดวงตัวอย่างนี้ ผมทำให้ดูเพียงเพื่อความเข้าใจในการทำดวงเท่านั้น แต่ในการอ่านดวงจริงๆ นั้นเรามีวิธีการอ่านหลากหลายอยู่ ขึ้นอยู่กับความเก๋าของแต่ละคนนั่นแหละว่าจะอ่านได้แค่ไหน
ที่ผมอ่านให้ดูนี้เป็นการอ่านจากดวงเดิม (ซึ่งใช้เป็นหลัก)
แต่คุณอย่าลืมว่าดวงคนเรานั้นมีการจรไปข้างหน้าอยู่เสมอ
ดังนั้น การจรของดวงชาตานี้จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่โหรจะต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณา เช่น ตรวจจากดวงเดิมแล้วเป็นอย่างนี้ แต่ถ้านับดูว่าปีนี้ดวงชาตาได้จรไปถึงไหนแล้ว ก็ตรวจดูที่ชาตาจรนั้นอีกว่า ชาตาในปีนั้นเป็นอย่างไร
ถ้าในดวงเดิมต้องเคราะห์จากกาลกิณีแล้ว แม้ว่าดวงจะจรออกมาจากที่เดิมแล้วก็ตาม หาถือว่าพ้นเคราะห์ไม่
แต่การจรของดวงนั้นแหละที่เป็นเครื่องบอกว่า
ในปีนั้นเคราะห์ที่เขาจะได้รับนั้นจะเป็นอะไร ยุ่งยากแค่ไหน หนักหรือเบานั่นแหละครับ

ดวงที่นำมานั้น ให้ดูว่าเป็นดวงที่ไม่ต้องเคราะห์ ทีนี้มาดูดวงที่ต้องเคราะห์กันบ้างคงจะดีนะ ดวงเป็นยังงี้

นี่คือดวงของคุณทักษิณ ชินวัตร ที่ใครๆ ก็รู้จักกันหมดแล้ว
คุณทักษิณเกิดวันอังคาร ตอนที่อ่านดวงนี้มีอายุย่าง 62 ปี นับทักษาแล้วตกที่ภูมิกลาง ลงที่ภูมิพฤหัสฯ ตามกฎ มีดาวเสาร์เป็นกาลกิณีจร เอากำลังดาวเสาร์ไปบวกอายุได้ 72 หารด้วย 12 ได้ลัพธ์ 6 ไม่มีเศษ จึงเท่ากับ 12 นับจากดาวเสาร์ในดวงไป 12 ราศีตกที่ราศีกรกฎ ทับดาวอาทิตย์จันทร์พุธในราศีนั้น พุธคือดาวตนุลัคน์ จึงต้องเคราะห์เข้าเต็มที่
ตอนที่อายุย่าง 62 ลัคนาจรมาอยู่ที่ราศีตุลนระราศี แต่ขณะนั้นดาวเสาร์จรได้จรทับลัคนาเดิมที่ราศีกันย์อยู่ จึงเท่ากับต้องฆาตสองเด้ง
แสดงถึงว่าในปีนั้นคุณทักษิณคงจะเดือดร้อนทั้งในเรื่องการเงิน (ซึ่งจะสูญสลายลง)
และตัวเองก็ตกอยู่ในสถานะที่ต้องดูแลให้เต็มที่ในด้านสุขภาพ ไม่งั้นอาจเกิดเรื่องไม่ชอบใจขึ้นมาได้ง่ายๆ
คุณจะเห็นว่า กาลกิณีได้จรทับภพลาภะ ซึ่งหมายถึงผลประโยชน์จะทำให้เดือดร้อน กดทับดาวอาทิตย์เจ้าเรือนภพวินาสน์ บ่งถึงความเสียหายร้อนใจ ทับดาวจันทร์ซึ่งเป็นเจ้าเรือนลาภะ ทำให้เกิดการขัดลาภ ทับดาวพุธตนุลัคน์ทำให้เรื่องเดือดร้อนนั้นเข้ามาสู่ตัวเอง หรือเรียกว่าตัวเองเดือดร้อนนั่นแหละ
ผมก็อธิบายให้คุณเห็นอย่างง่ายๆ การอ่านก็อ่านอย่างง่ายๆ (แบบเบสิก) เพื่อความเข้าใจที่คุณจะได้จากบทความเรื่องนี้ให้แจ่มชัดยิ่งขึ้น จึงมีตัวอย่างทั้งดวงที่ไม่มีเคราะห์และมีเคราะห์ให้คุณได้ดูทั้งสองแบบ ซึ่งคุณคงจะเข้าใจได้มากขึ้นสมดังเจตจำนงของผมมั่งละ
เขียนมายืดยาวแล้ว เห็นจะต้องขอจบลงตรงนี้แหละครับ

บทความก่อนหน้านี้จดหมาย/ฉบับประจำวันที่ 14-20 กันยายน 2561
บทความถัดไปอาทิตย์ละมื้อ / “คนข้างครัว” / คริสปี้ชูการ์โทส