รายงานพิเศษ/ส่อง ‘ใจเพชร’ ของ ‘บิ๊กป้อม’ ในวันเปี่ยมกำลังใจพิเศษ จับตาจัดโผเมษาฯ ‘บิ๊กอาร์ท’ ดับฝันทหารใต้ จองแม่ทัพ 4 ศึกรีคอน ตท.18 ชิง ผบ.นย.

รายงานพิเศษ

ส่อง ‘ใจเพชร’ ของ ‘บิ๊กป้อม’

ในวันเปี่ยมกำลังใจพิเศษ

จับตาจัดโผเมษาฯ

‘บิ๊กอาร์ท’ ดับฝันทหารใต้ จองแม่ทัพ 4

ศึกรีคอน ตท.18 ชิง ผบ.นย.

แม้จะถูกต้านทานอย่างหนัก และถูกกระแสกดดันให้ลาออกจากปัญหานาฬิกาหรู และถูกสะกิดมาตลอดเวลากว่า 2 เดือน แต่ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็สวมหัวใจเพชร ยังเข้มแข็ง และทำหน้าที่รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมต่อไปอย่างหนักแน่นมั่นคง
ไม่ใช่แค่เพราะมั่นใจว่าการนำนาฬิกาเพื่อนรักใน “เซนต์คาเบรียล คอนเน็กชั่น” อย่างเสี่ยคราม นายปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เจ้าสัวคอมลิงก์มาใส่ ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย
อีกทั้งได้ส่งคืนนาฬิกาแก่ลูกสาวเสี่ยครามไปหมดแล้ว เพราะเสี่ยครามเสียชีวิตไปแล้ว
แต่เป็นไลฟ์สไตล์ของ พล.อ.ประวิตร ที่ทุกคนในแวดวงรู้มายาวนานถึงความสัมพันธ์แนบแน่นลึกซึ้งของบิ๊กป้อมกับเสี่ยคราม ที่แม้แต่ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. รวมทั้ง บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็รู้ดี และรู้จักเสี่ยครามเป็นอย่างดี
ที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้ พล.อ.ประวิตร กล้าที่จะประกาศสวนกระแส ไม่ยอมลาออก แต่จะทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะจบภารกิจ อย่างหนักแน่นมั่นคง
โดยจะเห็นได้ว่า พล.อ.ประวิตร นิ่งและพยายามยิ้มสู้ ไม่แสดงอาการหวั่นไหวต่อกระแสกดดัน
ทั้งนี้เป็นเพราะนอกจากได้รับกำลังใจจากคนใกล้ชิด ลูกน้องใกล้ชิด เพื่อนเตรียมทหาร 6 และครอบครัว รวมทั้งน้องๆ ในกองทัพ และแม้แต่ ผบ.เหล่าทัพ ที่มาพบปะทานอาหารเช้าที่บ้าน ร.1 รอ. ทุกเช้าวันศุกร์แล้ว
พล.อ.ประวิตร ยังได้รับกำลังใจพิเศษ ที่ทำให้ยิ่งมีพลังในการทำงานต่อไปอย่างไม่วอกแวก

ไม่แค่นั้น พล.อ.ประวิตร ยังได้รับนาฬิกาเรือนพิเศษ TW.Steel ของอเมริกา จากบุคคลที่เคารพ ที่แม้จะไม่ใช่นาฬิกาหรูหรือมีราคาแพง เพราะแค่หลักหมื่นบาทเท่านั้น แต่ก็เป็นนาฬิกาที่ใส่เกือบทุกวัน หลังจากที่ส่งนาฬิกาคืนลูกสาวเจ้าสัวปัฐวาทไปหมดแล้ว
กล่าวกันว่า เหล่านี้ล้วนเป็นกำลังใจให้ พล.อ.ประวิตร ได้ทำหน้าที่ต่อไป แม้จะโดนก่นด่า เหน็บแนม เย้ยหยัน หนักหนาแค่ไหนก็ตาม
จึงไม่แปลกที่ พล.อ.ประยุทธ์ เองก็ดูจะมั่นใจในการที่จะประคับประคอง จนถึงขั้นที่เรียกว่า “อุ้ม” พี่ชายสุดที่รัก ให้ทำงานต่อไป โดยไม่กลัวว่าจะทำให้ตนเองเสียคะแนนนิยม และเสียกองหนุน ที่มีน้อยลงๆ ทุกวัน
แม้ว่าบางครั้ง คนใกล้ตัว พล.อ.ประยุทธ์ ยังอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เพราะอาจลุกลามไปถึงรัฐนาวา คสช. ด้วย เพราะกำลังเป็นช่วงขาลง แล้วยังมีความพยายามของกลุ่ม “อยากเลือกตั้ง” เคลื่อนไหวและชุมนุม เพื่อกดดันให้ คสช. ไม่ยื้อเลือกตั้ง และคืนอำนาจให้ประชาชน
ยิ่งเมื่อ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ที่แสดงความเห็นส่วนตัวผ่านบีบีซีที่อังกฤษ ที่ว่า “ถ้าเป็นผม ลาออกไปตั้งแต่เรือนแรกแล้ว” นั้น ถูกมองว่าเป็นการสะท้อนความรู้สึกแทนบรรดาแฟนคลับ คนใกล้ตัว พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่
ด้วยเพราะในวงการก็รู้กันดีว่า นพ.ธีระเกียรติ มาจากสายไหน และเป็นสายแข็งพอสมควร ที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ เลือกที่จะให้ทำหน้าที่ต่อไป แม้ นพ.ธีระเกียรติ พร้อมที่จะลาออก
แต่ด้วยความเป็นพี่น้อง 3 ป. ที่รักใคร่ และเป็นความสัมพันธ์ในเชิงบุญคุณของพี่น้อง จึงทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ยอมให้ พล.อ.ประวิตร ลาออกด้วยเช่นกัน
“รักประยุทธ์ ก็ต้องรักรองนายกฯ ผมด้วย ประยุทธ์อยู่คนเดียวไม่ได้ ต้องอยู่ด้วยกันทั้ง ครม. นี่แหละ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวไว้
อีกทั้งเมื่อ พล.อ.ประวิตร ถูกโจมตี หรือถูกพาดพิง หรือมีใครอ้างชื่อไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะชี้แจงแทน
“ถ้ามีคนอ้าง ป.ปลา ป.แปะ อะไร อย่าไปเชื่อ ให้ถาม พล.อ.ประวิตร ท่านได้เลย เพราะท่านยืนยันในที่ประชุม ครม. เลยว่า ไม่เคยสั่งให้ใครทำนั้นทำนี่ ล็อบบี้หรือทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือสิ่งที่ไม่ถูกต้อง”
เรียกได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ก็ช่วยประคอง พล.อ.ประวิตร อย่างดีที่สุด เพราะเคยลั่นวาจาไว้แล้วว่า “ผมกับท่านจะอยู่กันไปทั้งชาติ”
ต่างคนต่างเสริมกำลังใจ สร้างหัวใจเพชรให้แก่กัน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ แต่งเพลง “ใจเพชร” เพลง คสช. เพลงที่ 5 ออกมานั้น นอกจากจะบอกว่า ให้กำลังใจคนเสียสละ ทำเพื่อประเทศชาติแล้ว ยังเป็นการให้กำลังใจ พล.อ.ประวิตร ด้วย
รวมทั้งยังสะท้อนความ “ใจเพชร” ของตัว พล.อ.ประยุทธ์ เองด้วย
“การแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ไม่ใช่ง่าย แต่เราก็จะทำ เพราะเราใจเพชร” พล.อ.ประยุทธ์ระบุ

พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ
พล.ร.ท.กล้าหาญ เพ็ชรมีศรี

อีกทั้งตอนนี้ พล.อ.ประวิตร มีภารกิจที่จะต้องทำให้เสร็จเรียบร้อย คือ การจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารกลางปี หรือโผทหารเมษายน ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน
ที่ตอนนี้ ได้ส่งจากมือ ผบ.เหล่าทัพ ไปยัง บิ๊กต๊อก พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด แล้ว
โดยมีกำหนดส่งให้ พล.อ.ประวิตร 2 มีนาคมนี้ และส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ 9 มีนาคม เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ
การจัดทำโผทหารในยุค พล.อ.ประวิตร เป็น รมว.กลาโหม จะทำแบบเงียบๆ มาตลอด ยิ่งโผเมษายน เป็นการขยับเพื่อรองรับคนที่จะเกษียณ
โดยเฉพาะตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ บิ๊กอาร์ท พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช จะเกษียณราชการ 30 กันยายนนี้ ตามหลักการจะต้องขยับขึ้นเป็นพลเอก ก่อนเกษียณ
แต่ พล.ท.ปิยวัฒน์ ร้องขอไปยัง พล.อ.เฉลิมชัย ในการจะเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ต่อไปจนเกษียณราชการ
“ผมไม่ยึดติดกับเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ เพราะที่ผ่านมา ก็มีพลเอกอยู่แล้ว แต่ผมอยากทำงานจนวันเกษียณ เพราะถ้า 6 เดือนก่อนเกษียณ แล้วขึ้นเป็นพลเอก แต่ไม่มีงานทำ ผมคงอยู่ไม่ได้” พล.ท.ปิยวัฒน์ น้องชาย บิ๊กหมู พล.อ.ธีรชัย นาควานิช องคมนตรีและอดีต ผบ.ทบ. ระบุ
พล.ท.ปิยวัฒน์ ระบุด้วยว่า มีสิ่งที่จะต้องทำให้สำเร็จอีกหลายอย่างก่อนที่จะเกษียณ โดยเฉพาะโครงการ “พาคนกลับบ้าน” ที่มีการเซ็ตซีไร่ใหม่ มีแต่ตัวจริง และการทำพื้นที่ท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ในอดีตมีแม่ทัพภาคที่ 4 หลายคนที่ยอมเป็นพลโท เกษียณคาตำแหน่ง โดยคนล่าสุดคือบิ๊กเอียด พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แต่ต่อมาก็ได้รับพระราชทานยศพลเอก ในฐานะที่เป็นนายทหารเวรราชองครักษ์

แต่เป็นที่รู้กันดีว่า การที่จะขออยู่ต่อได้นั้น นอกจากเรื่องผลงานแล้ว ต้องมีแบ๊กอัพดี เช่น พล.ท.วิวรรธน์ นั้น ก็เป็นน้องรักของ พล.อ.ประวิตร ส่วน พล.ท.ปิยวัฒน์ เป็นน้องชายของ พล.อ.ธีรชัย
ทั้งนี้เพราะมีนายทหารคนอื่นอีกหลายคนรอที่จะขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 อยู่
เพราะตอนนี้มีรองแม่ทัพภาคที่ 4 ทั้ง บิ๊กเดฟ พล.ต.พงษ์ศักดิ์ พูลสวัสดิ์ เตรียมทหาร 20 และ พล.ต.วิชาญ สุขสง เตรียมทหาร 21 จ่อคิวอยู่ รวมทั้ง พล.ท.เกื้อกูล อินนาจักร แม่ทัพน้อยที่ 4 และ บิ๊กหนุ่ย พล.ท.ธรรมนูญ วิถี แม่ทัพน้อยที่ 1 อีกด้วย
แต่ พล.ท.ปิยวัฒน์ นั้นเป็น “สายแข็ง” จึงคาดว่าจะได้เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ต่อจนเกษียณ

ไม่แค่นั้น โผเมษายนนี้ ยังโฟกัสไปที่ตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) เนื่องจาก บิ๊กช็อต พล.ร.ท.รัตนะ วงษาโรจน์ จะขยับขึ้นเป็น พลเรือเอก ก่อนจะเกษียณ
แต่ดูเหมือนศึกชิงเก้าอี้ ผบ.นย. จะเข้มข้น เพราะมีแคนดิเดต 4 คน แถมเป็นเพื่อนเตรียมทหาร 18 ด้วยกัน และเป็นนักรบรีคอนด้วย
ทั้ง บิ๊กเบรฟ พล.ร.ท.กล้าหาญ เพ็ชรมีศรี ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ทร. ที่ดูเหมือนจะหลุดวงโคจรไปแล้ว เพราะในอดีต ถ้ารอง ผบ.นย. คนไหนออกไปเป็น พลเรือโท แล้วมักจะไม่ได้กลับมาเป็น ผบ.นย. เพราะ ผบ.นย. ส่วนใหญ่จะขึ้นจากรอง ผบ.นย.
แต่ทว่า มีรายงานว่า เมื่อครั้งที่ บิ๊กณะ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ เป็น ผบ.ทร. นั้น ได้มีสัญญาใจกับ บิ๊กป่อง พล.ร.อ.ธนะกาญจน์ ใคร่ครวญ ผบ.นย. เพื่อนรัก ตท.15 ในเวลานั้น ในการสนับสนุนให้ พล.ร.ท.รัตนะ ขึ้นเป็น ผบ.นย. ไว้ว่า ต่อจาก พล.ร.ท.รัตนะ ควรจะเป็น พล.ร.ท.กล้าหาญ
เพราะ พล.ร.ท.กล้าหาญ นั้นก็ไม่ธรรมดา เคยเป็น ผบ.กองพันลาดตระเวนฯ หรือที่รู้จักกันในนาม กองพันรีคอน และเคยเป็น ผบ.กรม 1 และเคยเป็น ผช.ทูตทหารเรือ ประจำกัมพูชา ก่อนกลับมาเป็น ผบ.พล.นย.
อีกทั้ง พล.ร.ท.กล้าหาญ ก็ได้เปรียบตรงที่อาวุโสกว่า ติดยศพลเรือโทก่อนแล้ว แถมทั้งได้ชื่อว่าเป็นนายทหาร นย. ที่แข็งแกร่ง

พล.ร.ต.นพดล ปัญญาโฉม
พล.ร.ต.บำรุงรักษ์ สรัคคานนท์
พล.ร.ต. ศังกร พงษ์ศิริ

แต่ทว่า ยุคนี้ ไม่ใช่ยุคของ พล.ร.อ.ณะ แล้ว อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา พล.ร.อ.ณะ ก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวในการทำงานของ บิ๊กนุ้ย พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผบ.ทร.
นอกจากนี้ ยังมี รอง ผบ.นย. อย่าง บิ๊กต๋อง พล.ร.ต.นพดล ปัญญาโฉม ที่เส้นทางเดินก็ไม่ธรรมดา เพราะเคยเป็น ผบ.พัน ร.7 กรม ร.3 และ ผอ.กองกำลังพล และรอง ผบ.ศูนย์ฝึก นย. รอง เสธ.นย. และ ผบ.ศูนย์ฝึก นย. เป็น ผบ.กรม รปภ.นย., เสธ.นย. และรอง ผบ.นย.
พล.ร.ต.นพดล เป็นนายทหาร นย. มาดนิ่ง เงียบๆ บรรดาทหาร นย. จะเรียกกันว่า “ครูต๋อง” โดยตอนนี้ ทำหน้าที่เป็น รอง ผบ.กกล.ป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด และได้ทำงานช่วยมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัดของ พล.อ.ประวิตร ด้วย
ส่วน บิ๊กต้อง พล.ร.ต.บำรุงรักษ์ สรัคคานนท์ นั้น นาวิกโยธินที่เติบโตนอก นย. เพราะอยู่ในกรมกิจการพลเรือน ทร. เสียนาน แต่เป็นเพื่อนรักของ พล.ร.ท.รัตนะ
ส่วนคนที่มาแรงที่สุด คือ บิ๊กเขียว พล.ร.ต.ศังกร พงษ์ศิริ รอง ผบ.นย. ที่รับมอบหมายงานด้านยุทธการ และการฝึกต่างๆ อีกทั้งก็เป็นนายทหารนาวิกโยธินที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รักของลูกน้อง ที่เรียกกันว่า “พี่เขียว” บ้าง “ครูเขียว” บ้าง
โดยผ่านตำแหน่งสำคัญ หน่วยกำลังรบหลักของ นย. ตั้งแต่เป็น ผบ.ร.1 พัน 3 เสธ.กรมทหารราบที่ 1 ผบ.กองการฝึกฯ และ ผบ.พล.นย. รวมทั้งปฏิบัติราชการสนามพิเศษ ทั้งการลงไปทำงานชายแดนใต้ที่นราธิวาส และหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง ผบ.ฉก.นย.182 หาดเล็ก จ.ตราด เรียกว่าครบเครื่อง
แถมเป็นนาวิกโยธินอินเตอร์ เพราะเรียนจบทั้งเสนาธิการนาวิกโยธิน สหรัฐอเมริกา และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) อินเดีย
ไม่แค่นั้น ยังเป็นน้องชายของ บิ๊กเป้า พล.ร.อ.ภุชพงษ์ พงษ์ศิริ อดีตประธานที่ปรึกษากลาโหม ที่เพิ่งเกษียณราชการไป ที่ก็เป็นน้องรักของบิ๊กป้อม
และยังเป็นน้องเลิฟของ บิ๊กปุ้ม พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชายของบิ๊กป้อมอีกด้วย
เรียกได้ว่า พล.ร.ต.ศังกร มีทั้งความสามารถ และอยู่ในเครือข่าย “วงษ์สุวรรณ คอนเน็กชั่น” อีกด้วย
ดังนั้น โผเมษายนที่ใกล้จะคลอดในอีกไม่กี่อึดใจนี้ ศึกชิงเก้าอี้ ผบ.นย. ของนักรบรีคอน จึงน่าจับตามองยิ่ง โดยเฉพาะ พล.ร.ต.นพดล กับ พล.ร.ต.ศังกร
แต่หากบิ๊กเขียวได้เป็น ผบ.นย. ก็คาดว่าบิ๊กต๋องจะต้องออกไปเป็น พลเรือโท ในกองทัพเรือ

นี่แค่โผโยกย้ายเมษายนเท่านั้น ก็ยังคุกรุ่น…
เพราะถ้าเป็นโผปลายปีนี้ ที่จะต้องเปลี่ยนทั้งปลัดกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ., ผบ.ทร., ผบ.ทอ. พร้อมกันหมดเลย จะร้อนระอุแค่ไหน
ที่ยิ่งจะทำให้ พล.อ.ประวิตร จะต้องสวมหัวใจเพชร ทานทนต่อทุกสิ่งอย่าง นั่งเป็นพี่ใหญ่ คสช. พี่ใหญ่กองทัพต่อไปให้ตลอดรอดฝั่ง
ไม่เช่นนั้น กองทัพจะระส่ำ ในยามที่รัฐบาลขาลง…ถือว่าอันตราย

บทความก่อนหน้านี้“อนันตพร” ยัน สอบโกงงบคนไร้ที่พึ่ง ถึงไหนถึงกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับคนซัดทอด
บทความถัดไปบิ๊กป้อมบอกใกล้ถึงเวลาปลดล็อกคำสั่ง คสช.แล้ว แต่เมื่อไหร่ก็ยังไม่รู้