“วีระศักดิ์” ผวจ.สมุทรสาคร เอาจริง ลุยดูน้ำเสีย-ปรับคลองภาษีเจริญ เพื่อฟื้นวิถีชีวิตและการท่องเที่ยวสมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้เดินทางมาที่สำนักงานเทศบาลสวนหลวง จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนิน “โครงการจำกัดตะกอนเลนเพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองภาษี” จากนั้นลงพื้นที่ตรวจดูสภาพคลองแนวลิขิต1 ดูระบบบำบัดน้ำเสีย และดูปลายท่อระบายน้ำทิ้งรวมก่อนปล่อยลงสู่คลองสาธารณะ เพื่อประเมิน-แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี เปิดเผยว่า สิ่งที่มองเห็นและรับทราบว่าปัญหา คือเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลายไปเยอะมาก ทั้งนี้ไม่ได้มองว่าเป็นความผิดของใคร และให้ทุกฝ่ายในสังคมช่วยกัน ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ ชุมชน ต้องจับมือร่วมกัน เฉพาะเรื่องน้ำเรื่องเดียวจากการได้วิเคราะห์สายน้ำในสมุทรสาคร มีหลายสายและที่เป็นหัวใจสำคัญคือคลองภาษีเจริญ ซึ่งมีสายที่สำคัญคือ “คลองแนวลิขิต1” เพราะว่าเป็นจุดเชื่อมระหว่างสายน้ำไปคลองบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ กับ แม่น้ำท่าจีน อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ที่ตลอดเส้นทางคลองมีโรงงานตั้งเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก

วันนี้ต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะเรื่องน้ำเน่าเสีย เป็นปัญหาที่หมักหมม สะสมกันมานาน ที่สมุทรสาครโดยเฉพาะ อ.กระทุ่มแบน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการฯ สิ่งที่ได้วางรากฐานไว้เมื่อ 4-5 เดือนก่อน ขณะนี้เป็นที่น่า

พอใจในระดับหนึ่ง ภายใต้หลักการบำบัดน้ำเสียในยุค “นายวีระศักดิ์” คือ 1.คลองสาขาย่อยของคลองภาษีเจริญ ทุกสายต้องนำน้ำออกและกำจัดตะกอนเลน 2.ต้องใช้มาตรการทางกฎหมายกับแหล่งกำเนิดน้ำเสียอย่างเคร่งครัด และ 3.ต้องหาพันธมิตรร่วมกันกำจัดน้ำเสียอย่างเป็นรูปธรรม

“น้ำเน่ามีแต่ขยะ ใครที่ไหนจะมาเที่ยว คลองภาษีเจริญรับน้ำมาจากคลองแนวต่างๆ มันมากกว่าคำว่าเน่า ผมไม่ได้โทษโรงงานอย่างเดียว ต้องอาศัยทุกฝ่ายร่วมมือกัน คลองภาษีเจริญเหมือนเป็นเส้นเลือดหลัก ที่ทุกคนรุมใช้ ถ้าโรงงานแย่ ชุมชนก็แย่เหมือนกัน วันนี้ต้องลืมภาพเก่าที่คิดว่าทำไม่ได้ เราต้องทำได้ ต่อไปนี้เราจะช่วยกันดูแลรักษา ไม่ให้โรงงาน ชุมชน ปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำสาขาต่างๆ ถึงจะยากแต่ทำได้ถ้าเอาจริงเอาจังและเข้มแข็ง หากแก้ไขได้คลองนี้จะมีชีวิตชีวา มีความสะอาดมากขึ้น และเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างความอยู่ดีมีสุข ท้ายที่สุดจะสร้างคุณค่าและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และบริการการท่องเที่ยวในท้องถิ่นต่อไป”

นายวีระศักดิ์ เน้นย้ำอีกว่า สิ่งที่สำคัญมากกว่าคำพูดคือการกระทำ จึงได้เน้นให้ผู้เกี่ยวข้องเอาการกระทำนำหน้าคำพูด แม้การทำให้คลองภาษีเจริญดีแบบเก่าจะทำได้ยาก แต่สิ่งที่ทำได้คือ ทำอย่างไรไม่ให้กลับไปเน่าแบบเดิม ทำอย่างไรไม่ให้ชาวบ้านปล่อยขยะ ทำอย่างไรไม่ให้โรงงานแอบลักลอบปล่อยน้ำเสีย ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นั่นหมายความว่านับจากนี้ หากปล่อยน้ำเสียลงคลองสาขาของคลองภาษีเจริญ ไม่ว่าจะเป็น คลองแนวลิขิต 1 คลองนางสาว และคลองอ้อมแขม ถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย

“ขณะนี้เริ่มเห็นผลเป็นระยะ น้ำที่สูบออกจากคลองลิขิต 1 เพื่อไปคลองภาษีเจริญ ดีขึ้นกว่าเดิม และต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือนต้องดีขึ้นตามลำดับ โลกทุกวันนี้มันเป็นโลกที่ไร้พรมแดน ถ้าพิสูจน์ได้ว่าคุณเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ในระยะยาวก็จะยิ่งทำให้ผู้ประกอบการ หรือโรงงานอุตสาหกรรม ขายดีมากกว่าเดิม เศรษฐกิจโดยรวมจะ

ดีขึ้นและยั่งยืนด้วย ซึ่งวันนี้เราต้องเริ่มเดินไปข้างหน้า อดีตเป็นบทเรียนที่สอนมา อนาคตอาจจะไกล แต่สักวันหนึ่งต้องไปถึง ให้เด็กรุ่นหลังมีความหวังกับอนาคตของสมุทรสาครให้ได้”

ขณะที่ด้าน นายนิรันดร์ ป้อมน้อย นายกเทศมนตรีตำบลสวนหลวง อ.กระทุ่มแบน กล่าวว่า ต้องเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการตอนนี้ล่าช้าไปบ้าง ส่วนหนึ่งมาจากฝนตกด้วย แนวทางต่อไปคือการลอกตะกอนเลนทั้งสายคลอง แล้วตรวจพิสูจน์การทิ้งน้ำของผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นแค่ขั้นตอนทดลองโครงการแรก ซึ่งจะนำประสบการณ์ไปสู่ คลองอ้อมแขน คลองสหราษฎร์ คลองศรีสำราญ ที่อยู่ทางตอนบนต่อไป

“การก้าวเดินในครั้งนี้ มีคณะตรวจเยี่ยม ทำหนังสือขอความร่วมมือไปทุกบริษัท ซึ่งวันนี้มีผู้ประกอบการเขตตำบลสวนหลวงเข้ามาร่วมประชุมหารือกำหนดแนวทางร่วมกัน จำนวน 23 ราย ที่จะมาร่วมด้วยช่วยกันขับเคลื่อน-แก้ไขปัญหาน้ำเสีย ภาพรวมในปัจจุบันคุณภาพน้ำเริ่มดีขึ้น กลับสู่สภาพเดิม แต่ยังมีคราบน้ำมันเกาะติดอยู่ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าตอนนี้ยังมีการลักลอบปล่อยสารเคมี จึงอยากขอความร่วมมือทุกฝ่ายช่วยเป็นหูเป็นตา ไม่ทิ้งขยะ ไม่ปล่อยน้ำเสียลงในแม่น้ำลำคลอง”

หากแต่วันนี้คลองภาษีเจริญมีคุณภาพน้ำดี ไม่ใช่แค่จะดีต่อเกษตรไร่นาสวนผสม และภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดสมุทรสาครเท่านั้น แต่น้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำท่าจีน และไหลลงสู่อ่าวไทย ก็จะมีคุณภาพน้ำที่ดีตามไปด้วย ซึ่งจะมีส่วนช่วยทำให้เรามีอาหารตามธรรมชาติ ที่สามารถส่งต่อให้กับคนรุ่นต่อๆ ไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

บทความก่อนหน้านี้เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ | เด็ดปีกโนรา
บทความถัดไป“ดีป้า” เคาะโครงการส่งเสริม – สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 9 วิสาหกิจชุมชนพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ยิ้มรับโซลูชันบริหารจัดการการผลิต-สร้างรายได้ รับยุค 4.0