เรื่องสั้น : ตัวสำรอง (1) / เขนน้ำ หลังเทา

เรื่องสั้น / เขนน้ำ หลังเทา

 

ตัวสำรอง (1)

 

ผู้บรรยายเกมการแข่งขันเอ่ยรายนาม 11 ผู้เล่นตัวจริงพร้อมๆ กับการปรากฏขึ้นมาของภาพกราฟฟิกแผนผังระบบการเล่น และถึงแม้ว่าภาพจะตัดมาที่สองกัปตันทีมขณะกำลังเสี่ยงทายและสัมผัสไม้สัมผัสมือกันอยู่แล้วนั้น ผู้บรรยายก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเอ่ยรายชื่อจนกระทั่งถึงศูนย์หน้าของทีมเยือนเป็นคนสุดท้าย

แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรมากมายสำหรับผู้ชมผู้ฟังที่พากันเฝ้าติดตาม เพราะถึงอย่างไรแล้วเหล่าผู้บรรยายก็ล้วนแต่ใช้วิธีการเดียวกันนี้เสมือนเป็นหนึ่งในพิธีรีตองเกริ่นนำอันศักดิ์สิทธิ์ เกมการแข่งขันฟุตบอลยังมีเวลาอีกมากมายเหลือเฟือและน่าจะเพียงพอต่อการเสริมเติมข้อมูลปกิณกะในระหว่างเกมการแข่งขันให้กลมกล่อมจนจุใจ

ความเป็นจริงแล้ว เขาไม่ได้ตั้งใจจะมาดื่มเบียร์เชียร์บอลอะไรนั่นเลย แต่ก็ยังไม่วายเล่าเรื่องราวเพื่อระลึกย้อนถึงความหลังอันเป็นปฐมบทแห่งจุดเริ่มต้น ในช่วงวัยมัธยมอันเกกมะเหรกเกเรเขาเคยเสพติดกีฬาชนิดนี้ถึงขนาดจะต้องซื้อหนังสือพิมพ์ฟุตบอลเพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารเกือบทุกวี่วัน เหมือนดั่งว่าโลกฟุตบอลในกำมือของเด็กชายเป็นทางลัดให้ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่สง่างามก่อนวัยอันควร

มันดำเนินมาเช่นนั้นเองจวบจนกระทั่งเข้าสู่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย สิ่งล่อตาล่อใจและชักชวนให้เขาไขว้เขวก็เริ่มส่งอิทธิพลกลบทับให้เป็นเพียงแค่กิจกรรมรองๆ ที่แทบไม่มีบทบาท ยิ่งชีวิตผ่านเลยมาถึงช่วงวัยทำงานหาเลี้ยงชีพเดือนชนเดือนด้วยแล้ว มันก็ยิ่งลดหลั่นลงเหลือแต่เพียงแค่การเฝ้าติดตามเฉพาะทีมโปรดหนึ่งเดียวจากเกาะอังกฤษที่เขาตกหลุมรักมาตั้งแต่ ป.3

บทสรุปในช่วงหลายปีหลังจึงจบอยู่ตรงที่ไฮไลต์การแข่งขันที่ถูกย่อส่วนลงเหลือเพียงไม่กี่นาที และสาเหตุก็มาจากข้อสังเกตกับสถิติส่วนตัว ยามใดที่ได้นั่งดูนั่งชมการถ่ายทอดสด ยามนั้นทีมรักมักจะเสมอหรือไม่ก็แพ้พ่าย แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มอัตราแบบเป๊ะๆ แต่เขาก็เชื่อเป็นตุเป็นตะก่อนจะหันหลังให้กับการชมการถ่ายทอดสดลงเสียดื้อๆ

และมันก็ช่างแปลกเสียเหลือเกินที่ได้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทีมรักเริ่มขยับอันดับจากกลางตารางกลายมาเป็นทีมที่ติดลมบนเป็นหนึ่งในสี่ทีมของหัวตารางพอดิบพอดี

 

และขณะที่เกมดำเนินอย่างเฉื่อยเนือยไปพร้อมๆ กับเบียร์ที่ค่อยๆ พร่องไปจากขวด ทั้งเขาและรุ่นน้องกลับไม่มีใครรู้จักผู้เล่นของทั้งสองทีมเลยสักคนเดียว แต่การที่น้องชายมีส่วนได้ส่วนเสียกับการพนันขันต่อก็น่าจะเพียงพอแล้วต่อการเลือกรับชมฟุตบอลในคู่นี้ เงินเดือนอันน้อยนิดที่ไม่เคยขยับเขยื้อนเพิ่มขึ้นนับจากเป็นครูจ้างสอน ทำให้รุ่นน้องจำต้องหารายได้พิเศษเผื่อจะมีโชคมีลาภ, พอยาไส้ถูไถไปได้บ้าง แต่นั่นก็ยังไม่ถึงขั้นติดงอมแงมจนขนาดถอนตัวไม่ขึ้นไปมากกว่าเบียร์แต่อย่างใด

เกมการแข่งขันเริ่มต้นมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ทั้งสองทีมยังไม่สามารถสร้างโอกาสหรือจังหวะในการเข้าทำประตูกันได้ แต่ใช่ว่าเขาและรุ่นน้องจะเกาะติดชนิดตาไม่กะพริบกันเสียเมื่อไหร่ เพราะถึงอย่างไร ก็เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของการพบปะสังสรรค์ เสียงพากย์จากลำโพงโทรทัศน์เก่าคร่ำคร่าจึงแทบไม่มีความสลักสำคัญ เพราะทั้งสองต่างก็ยังคงคุยจ้อถึงเรื่องราวของนักฟุตบอลที่เคยโลดแล่นอยู่นอกเหนือจากการแข่งขันที่กำลังห้ำหั่นกันอยู่นี้

เป็นฝ่ายน้องชายเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายจุดประเด็นขึ้นมา และก็ดูจะเข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี จึงพูดถึงแต่นักฟุตบอลในยุคที่เขายังคงสนอกสนใจเฝ้าติดตาม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วนักฟุตบอลในยุคสมัยนั้นก็คงหนีไม่พ้นอยู่ในช่วงบั้นปลายการค้าแข้ง หรือไม่ก็แขวนสตั๊ดไปนานแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางต่อรุ่นน้องสักเท่าไหร่นักเมื่อเปรียบเทียบจากความคลั่งไคล้ที่มีมาตั้งแต่วัยเยาว์ด้วยเหมือนกัน กลับกลายเป็นเขาเองต่างหากที่ต้องคอยสะกิดให้รุ่นน้องช่วยเค้นความทรงจำที่แทบจะไม่อยู่ในสารบบให้โผล่ผุด บทสนทนาจึงถูกประคับประคองไม่ให้เกินเลยตกร่อง เพราะเขาแทบไม่รู้จักนักฟุตบอลในยุคปัจจุบันเว้นเสียแต่ซูเปอร์สตาร์ชื่อดังเพียงไม่กี่คน ทว่าเมื่อรุ่นน้องเผลอไผลไปพูดถึงนักฟุตบอลเหล่านั้นเข้า มันก็ทำให้เขาต้องฝืนยิ้มแก้เก้อและรีบชิงสารภาพไปในทันทีว่ารู้จักมักคุ้นก็แต่เพียงแค่นักฟุตบอลจากทีมโปรดทีมเดียว แต่นั่นแหละแทนที่จะเป็นการยุติบทสนทนากลับยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟให้ลุกโชน ก็เพราะว่าทีมโปรดของทั้งสองเป็นคู่อริร่วมเมืองลอนดอนนั่นเอง

การยกทีมรักทีมโปรดมาเกทับกันไปเกทับกันมา นับว่าเป็นหนึ่งในเรื่องราวหลักๆ ขณะมานั่งดื่มเบียร์หลังเลิกงานที่บ้านพักครูชราภาพแห่งนี้ เขาเป็นครูซึ่งบรรจุเป็นข้าราชการมาหลายปีดีดักแล้ว ส่วนรุ่นน้องก็เพิ่งจะก้าวมาสัมผัสการเป็นครูอัตราจ้างในอัตราส่วนจำนวนปีเกือบจะครึ่งต่อครึ่งของเขา ทว่าความสนิทสนมก็นับว่าแน่นแฟ้นมากพอดู เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีอะไรที่คล้ายคลึงกัน เป็นต้นว่า ทั้งสองเป็นครูพละที่สอนอยู่ในโรงเรียนประถมขนาดเล็กที่มีนักเรียนร้อยกว่าคนเหมือนกัน เป็นครูประจำชั้นอยู่ในระดับชั้นเดียวกัน และหลายครั้งหลายคราที่ทั้งสองผลัดกันช่วยเหลือเจือจาน เอื้อเฟื้อเอกสารรายงานเพื่อเป็นต้นแบบให้อีกฝ่ายนำไปปรับปรุงแก้ไข บ้างก็แลกเปลี่ยนวิถีทางของการเป็นครูพละตามแบบฉบับของแต่ละคน

ถึงขนาดที่ว่าเป็นแมวมองให้แก่กันและกันยามที่มีการแข่งขันกีฬาระดับเขตพื้นที่การศึกษาหรือระดับจังหวัดก็เคยมีมาแล้ว

 

ลูกฟุตบอลยังคงกลิ้งไปลอยมาเปะปะไปทั่วสนาม รุ่นน้องกึ่งๆ หันหน้าไปทางจอโทรทัศน์กึ่งๆ หันหน้ามาทางเขาซึ่งแทบจะไม่สนใจไยดีฟุตบอลคู่นั้นและเกือบจะนั่งหันหลังให้ด้วยซ้ำ เขาสูบบุหรี่พลางหัวเราะหัวไห้เห็นดีเห็นงามไปกับประชาชนชาวเฟซฯ ที่เข้าไปบริภาษความสับปลับโลเลของกระทรวงศึกษาธิการ มันเป็นวิธีการหลีกหนีจากเรื่องฟุตบอลที่เขาชักจะเริ่มเบื่อหน่ายเข้าขั้นเต็มทน แต่ก็มีบ้างที่จำต้องเอี้ยวตัวหันกลับไปประหนึ่งเอาอกเอาใจเมื่อได้ยินเสียงผู้บรรยายแสดงอาการลุ้นระทึกขณะมีจังหวะเข้าทำประตู ซึ่งมันก็พาให้รุ่นน้องละจากการสนทนากระทั่งถูกปล่อยปละยากจะสานต่อ เพราะหลังจากภาพช้าแสดงรายละเอียดสรีระร่างกายขณะง้างเท้าหวังยิงประตูฝั่งทีมเยือนซึ่งตามมาด้วยการปะทะกันจนล้มคะมำลงไปนอนขดตัวร้องโอดโอยนั้น ก็มีการจับภาพไปยังซุ้มผู้เล่นสำรองของฝั่งเจ้าบ้าน ผู้บรรยายเอ่ยถึงตัวเลือกที่มีความเป็นไปได้ที่อาจจะถูกส่งตัวลงมาในสถานการณ์ไม่คาดฝัน ก่อนจะแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยถึงนักฟุตบอลวัยกำดัดอีกคนหนึ่ง ซึ่งนั่งเอาฝ่ามือยันคางและเข่ายันศอก อยู่ข้างๆ ผู้เล่นสำรองคนนั้น

เมื่อรุ่นน้องได้ยินว่าผู้เล่นสำรองวัยกำดัดร่ำเรียนอยู่เมืองไทยมาร่วมสิบกว่าปี ประสบการณ์ส่วนตัวก็ถูกสาธยายผ่านเรื่องราวของนักเรียนชายคนหนึ่งที่ได้นำภาพวาดมาให้ดูด้วยความปีติปลาบปลื้ม และขณะพินิจพิจารณาแผ่นกระดาษยับย่นมอมแมม ก็พบสิ่งหนึ่งที่ทำให้พิศวงสงสัย เหตุใดจึงวาดและระบายสีธงชาติลาวให้ปลิวไสวอยู่เบื้องหลัง แล้วคำตอบที่เบาราวกระซิบเพราะความมั่นใจหล่นหายไปเสียเกือบครึ่งหนึ่ง ก็ทำให้รุ่นน้องทราบว่าเด็กชายติดสอยห้อยตามครอบครัวผ่านลำน้ำโขงเข้ามาหางานทำที่เมืองไทย

รุ่นน้องยังคงติดลมบนกู่ไม่กลับ ก่อนจะเลยเถิดนำนักเรียนคนนั้นมาปะติดปะต่อกับนักเรียนสัญชาติไทยให้เรื่องเล่าต่อเนื่องลื่นไหล ทว่าเรื่องเล่าที่รุ่นน้องได้ยินได้ฟังหรือประสบพบเจอด้วยตนเองกลับไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่เพราะเขาก็เคยได้ยินได้ฟังและประสบพบเจอด้วยเหมือนกัน ทำนองที่ว่า นักเรียนต่างด้าวบางคน (ส่วนใหญ่ครูจะพูดกันแบบนั้น) มีทักษะการคำนวณที่แม่นยำ เขียนตัวอักษรภาษาไทยได้ประณีตบรรจง แถมการอ่านยังคล่องแคล่วฉะฉาน เขายังเคยได้ยินได้ฟังอีกด้วยว่านักเรียนบางคนถึงขนาดได้รับเสียงโหวตจากเพื่อนๆ ในชั้นเรียนให้เป็นหัวหน้าห้อง ทว่าการยกย่องคุณสมบัติที่โดดเด่นในลักษณะเดียวกันนี้ ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่า อนาคตภายภาคหน้าจังหวะชีวิตจะดำเนินไปอย่างไรเมื่อหลุดพ้นห่างไกลจากโลกของโรงเรียน และสิ่งที่เขาชวนรุ่นน้องขบคิดและปัจจุบันก็ยังไม่พบคำตอบ นั่นก็คือ ความสัมพันธ์ในวัยเด็กที่เคยราบรื่นปราศจากเงื่อนไข เมื่อต่างฝ่ายต่างเติบโต สัญชาติที่แตกต่างจะกลายเป็นความว่างเปล่าไร้พิษภัยหรือจะยิ่งแข็งกระด้างกร้าวแกร่งกระทั่งบั่นทอนมิตรภาพให้เจือจางจนค่อยๆ สูญสลายหายไปในพริบตา

และขณะรุ่นน้องเตลิดเปิดเปิงถึงเรื่องราวที่นักเรียนเหล่านั้นเคยถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาในบางรายการขึ้นมาบ้างนั้น นอกจากจะทำให้เขาต้องถอนหายใจในความไร้หัวจิตหัวใจแล้ว มันก็กระตุ้นเตือนให้เขานึกถึงนักฟุตบอลที่ผู้บรรยายเอ่ยถึง และนั่นเอง ราวกับเป็นการทวนซ้ำความทรงจำอันชำรุดขาดวิ่น ภาพเค้าโครงใบหน้าที่เคยคุ้นทยอยขึ้นมาปรากฏจนชัดเจนแจ่มแจ้ง และเมื่อชื่อเสียงเรียงนามที่เล็ดลอดหลุดลอยไปเพราะความไม่ใส่ใจไม่ฝักใฝ่ของเขาได้รับการยืนยันการันตีจากรุ่นน้อง เขาก็เผลอเปล่งถ้อยผรุสวาทออกมาด้วยอารามตกใจ ก่อนจะระงับอาการตื่นเต้นและค่อยๆ เรียบเรียงคำพูดคำจาเสียใหม่ เธอคนนั้น นักฟุตบอลหญิงที่นั่งอยู่ข้างสนามเป็นลูกศิษย์ลูกหาที่เคยเรียนกับเขา สีหน้าแววตาของรุ่นน้องประหลาดใจและเผยรอยยิ้มยียวนไม่เชื่อว่ามันจะบังเอิญเสียขนาดนั้น แต่เขาก็ยังคงยืนกรานผ่านชื่อเสียงเรียงนามและพิสูจน์โน้มน้าวด้วยการนับนิ้วคำนวณเดือนปีย้อนหลังกลับไปยังช่วงเวลาที่เธอเป็นเด็กตัวกะเปี๊ยกสวมกระโปรงเตะฟุตบอลด้วยเท้าเปลือยเปล่าปราศจากสิ่งใดห่อหุ้ม จวบจนกระทั่งแยกย้ายเมื่อจบชั้น ป.6 ขึ้นมัธยมต้นได้ไม่ถึงปี เขาก็ได้ข่าวคราวจากครูโรงเรียนขยายโอกาสข้างเคียง ว่าเธอย้ายกลับไปบ้านเกิดที่กัมพูชาพร้อมกับพ่อ-แม่แล้ว

แต่ก่อนที่เขาจะเล่าเรื่องราวลูกศิษย์ลูกหาซึ่งได้ดิบได้ดีถึงขนาดเป็นตัวแทนทีมชาติ และรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจว่ามีส่วนไม่น้อยทีเดียวที่ช่วยขัดเกลาทักษะเชิงกีฬามาตั้งแต่วัยเยาว์ ผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก ผลการแข่งขันยังคงเสมอกันอยู่โดยที่ไม่มีฝ่ายใดทำประตูกันได้ เบียร์ขวดสุดท้ายถูกเทลงแก้วเสียจนเกือบปริ่มล้น รุ่นน้องอาสาไปซื้อเบียร์มาเพิ่มเติม เขาควักเงินร่วมสมทบทุนในความเมา รุ่นน้องรีบออกตัวยิ้มปฏิเสธเนื่องจากกำลังมือขึ้น และขอประกาศรับผิดชอบเลี้ยงเบียร์ในรอบหลัง แต่เขาก็ยังคงคะยั้นคะยอให้รับเงินไปเพราะจะฝากซื้อบุหรี่ด้วยอีกหนึ่งซอง และในส่วนต่างที่เหลือก็ยัดเยียดเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของกับแกล้มรองท้อง รุ่นน้องระเบิดหัวเราะกับเรื่องบุหรี่ ก่อนจะเดินผ่านหน้าจอโทรทัศน์พร้อมๆ กับนักฟุตบอลหญิงที่กำลังเดินกลับเข้าไปในห้องแต่งตัว เรื่องเล่าของเขาถูกขัดจังหวะ บุหรี่ถูกหยิบออกมาจุดสูบคั่นรายการ เรื่องเล่าในวงเบียร์ไม่ควรยืดยาดจนเกินเหตุหากไม่ใช่เรื่องคับอกคับใจจนน้ำตาแทบถะถั่งพรั่งพรู

แต่เขาก็รู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อยหากจะเก็บเรื่องเล่านี้ไว้แต่ในความทรงจำ

บทความก่อนหน้านี้สำเริงคดี : ประธานาธิบดีเจโล ? / ทรงวาด
บทความถัดไปเปิดใจหนุ่มโสด ปั๋ง ปะกาศิต รักอิสระไม่ชอบผูกมัด ฉายา หัวหน้าหมา ในรายการ “นายจ๋า ทาสมาแล้ว” !!