เช็กสต๊อกหนังสือ : TROPIC OF CANCER / The Basic Laws of Human Stupidity โง่ศาสตร์/LESS/คนโชคร้ายป้ายแดง

 

เช็กสต๊อกหนังสือ

กาสะลอง

 

TROPIC OF CANCER สำนักพิมพ์ LIBRARY HOUSE เฮนรี่ มิลเลอร์ ผู้เขียน นันทพร ปีเลย์ โพธารามิก แปล จำนวน 405 หน้า ราคา 440 บาท

เคยเป็นหนังสือต้องห้ามราว 30 ปีในอเมริกาและหลายประเทศ เพราะถูกมองว่าเนื้อหาเข้าข่ายลามกอนาจารและขาดความเป็นวรรณกรรม ต้องให้ศาลสูงชี้ขาดสถานะความเป็นวรรณกรรม คนอเมริกันจึงได้อ่านงานชิ้นนี้ของมิลเลอร์ แต่กระนั้นเขาก็ตกเป็นเป้าโจมตีของนักวิจารณ์แนวสตรีนิยมที่มองว่างานของเขาน่าสะอิดสะเอียนจากแนวคิดชายเป็นใหญ่ ทั้งยังลดทอนคุณค่าของผู้หญิงเหลือเพียงช่องคลอดและสินค้า ไร้ซึ่งจิตวิญญาณและตัวตน

เมธาวี โลหะสุต แห่งคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตถึงนวนิยายอื้อฉาวเรื่องนี้หลังจากได้ไปเยือนห้องสมุดเฮนรี่ มิลเลอร์ ที่อเมริกาว่า “ห้องน้ำ” คือฉากที่กลาดเกลื่อนในเรื่องซึ่งอาจมุ่งสะท้อนการระบายบรรดาสิ่งโสโครกของมนุษย์ เพื่อใช้อธิบายสัจธรรมและความคั่งแค้นของเขาต่อความเป็นสมัยใหม่อันแสนสะอาดของอเมริกายุคนั้น รวมทั้งตัว “โลน” ที่จะฝังอยู่ใต้ผิวหนังซึ่งกำจัดยังไงก็ไม่หมด แม้จะเกาจนเลือดออกและลอกผิวหนังจนเหี้ยนก็ตาม ซึ่งล้วนอ่านแล้วต้องตีความ

แต่โดยรวมแล้ว ทรอปิค ออฟ แคนเซอร์ ก็คล้ายบทบันทึกของนักเขียนหัวขบถที่ต่อต้านคุณค่าของมนุษย์และสังคมโลกอย่างสุดโต่ง ผ่านตัวละครชายวิปริตคนหนึ่งที่พรั่งพรูประสบการณ์อันโกลาหลในปารีส ผ่านภาษาที่ดูหวือหวาหยาบคาย แต่ก็มองได้ว่าเป็นงานวรรณกรรมการเมืองที่มาก่อนกาล มุ่งวิพากษ์อเมริกาบ้านเกิดตัวเอง ผ่านสายตาคนชังชาติที่ระเห็จหนีไปแสวงหาวิญญาณเสรีที่ปารีส ที่ที่มีทั้งความหวังอันเรืองรองและรุ่งโรจน์

ขณะเดียวกันก็เกลี่ยนกล่นไปด้วยโลกียวิสัยให้ถลำลึก

 

The Basic Laws of Human Stupidity โง่ศาสตร์ กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา สำนักพิมพ์ BOOKSCAPE คาร์โล เอ็ม.ชิโปลลา ผู้เขียน สุนันทา วรรณสินธ์ เบล แปล จำนวน 92 หน้า ราคา 165 บาท

หนังสือแสบสันระดับ “cult classic” ของศาสตราจารย์ด้านประวัติศาสตร์เศรษฐกิจแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ ที่ใช้แว่นตาด้านเศรษฐศาสตร์มองคนโง่และปรากฏการณ์ความโง่ที่ระบาดไปทั่วโลกจนสรุปออกมาเป็น “กฎพื้นฐานว่าด้วยความโง่เขลา” 5 ประการใน “โง่ศาสตร์”

ข้อแรกคือ “เราทุกคนประเมินจำนวนคนโง่ที่วนเวียนอยู่ในสังคมน้อยเกินไปเสมอโดยปราศจากข้อยกเว้น” กฎข้อที่สอง “โอกาสที่ใครสักคนจะเป็นคนโง่นั้นไม่ได้ขึ้นกับบุคลิกลักษณะอื่นใดของเขาเลย” กฎข้อที่สาม “คนโง่ คือคนที่สร้างความเสียหายแก่คนอื่นหรือกลุ่มอื่น ทั้งที่ตนเองไม่ได้รับประโยชน์ กระทั่งอาจได้รับความเสียหายด้วยซ้ำ” กฎข้อที่สี่ “คนไม่โง่มักประเมินอำนาจทำลายล้างของคนโง่ต่ำเกินไป กล่าวให้ชัดก็คือ คนไม่โง่มักลืมเสมอว่าเมื่อพวกเขารับมือและ/หรือข้องแวะกับคนโง่ ไม่ว่าในเวลา สถานที่หรือโอกาสใด ผลที่ตามมามักเป็นความผิดพลาดราคาแพงอย่างหลีกเลี่ยงมิได้” และสุดท้ายกฎข้อที่ห้า “คนโง่เป็นคนประเภทที่อันตรายที่สุด” โดยกฎข้อนี้มีบทแทรกว่า “คนโง่เป็นอันตรายยิ่งกว่าคนโฉด”

ทั้งหลายทั้งปวงไม่ได้มีนัยยะพาดพิงใครหรือผู้นำคนไหน สำนักพิมพ์คาดหวังเพียงว่า “หนังสือเล่มนี้จะเป็นมีดดาบและเกราะกำบังที่ปกป้องทุกท่านจากศัตรูผู้โง่งม”

 

เลส (LESS) สำนักพิมพ์กำมะหยี่ Andrew Sean Greer ผู้เขียน ศรรวริศา แปล

หนังสือ “สีม่วง” ลำดับที่ 3 ในชุด “มิตรเกย์” นวนิยายแนวตลกเสียดสี เล่าเรื่องราวของอาเธอร์ เลส นักเขียนเกย์ชาวอเมริกันวัย 49 อดีตคู่รักของกวีใหญ่เรืองนาม เลสเป็นนักเขียนที่ไม่เด่นดังอะไรนัก เมื่อแฟนหนุ่ม “คนล่าสุด” ประกาศว่าจะแต่งงานกับชายอื่น เลสตัดสินใจหนี หลีกเลี่ยงไม่ไปร่วมงานแต่ง โดยรับงาน รับคำเชิญต่างๆ หาเรื่องเดินทางไปต่างเมือง ต่างประเทศ ไปทั้งเม็กซิโก อิตาลี เยอรมนี โมร็อกโก อินเดีย ญี่ปุ่น ไปรับรางวัล ไปปล่อยไก่ ไปเจอผู้คนและเรื่องราวต่างๆ มากมาย ซึ่งทำให้เราสนุกไปกับประสบการณ์หลากหลายในต่างแดน เขาปวารณาไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะไม่เสียเวลาไปกับใครอีก จะสนุกกับการหาประสบการณ์ชีวิตตามลำพัง แต่แล้วก็เกือบจะตกหลุมรักใหม่…

คงเหมือนที่ผู้แปลอารัมภบทไว้ถึงแรงบันดาลใจในการหยิบเอาเล่มนี้มาถอดความ… “ในโลกดูคล้ายไม่ซับซ้อน แต่กลับซับซ้อน จะชาย-หญิงเควียร์เกย์เทยแท้เทียมใด มนุษย์หาได้ปรารถนา ‘ใครก็ได้’ สักคน จะน้อยจะมาก จะยากง่าย จะดีจะร้าย เราเพียงต้องการแค่…คนหนึ่งคนนั้น”

คนโชคร้ายป้ายแดง จัดทำโดยสายัณห์ สุธรรมสมัย “ปัจจัย” ผู้เขียน จำนวน 135 หน้า ราคา 200 บาท

ผลงานนักเขียนน้องใหม่ เรื่องราวของใบบุญ สาววัยทำงานที่เต็มไปด้วยไฟการเมือง ด้วยเห็นปัญหาและความแตกแยกในสังคมไทยที่พัฒนาจนมาถึงจุดแตกหักเมื่อเกิดรัฐประหารปี 2557 เธอกลายมาเป็นเกรียนคีย์บอร์ดเพจการเมืองที่กล้าท้าทายอำนาจพลเอกส่งเดช หัวหอกผู้ล้มล้างรัฐบาลประชาธิปไตย

จนในที่สุดต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยการเมือง ก่อนที่เรื่องราวจะหักมุม หนีไม่พ้นทหารที่เข้ามาพัวพันในชีวิต

 

คํา คม คิด

“พันกองทัพยังไม่เท่าความคิดหนึ่งที่ถึงเวลาของมัน”

วิกตอร์ ฮูโก

บทความก่อนหน้านี้“ชัชชาติ” จี้กทม.ปรับปรุงถนน-ทางเท้าใต้รถไฟฟ้าสายสีทอง สภาพแย่-เละเทะ
บทความถัดไปดุสิตโพล เผยส่วนใหญ่ไม่เชื่อมั่นรัฐบาล หลังจบศึกซักฟอก เทคะแนนให้ฝ่ายค้านมากกว่า