เรื่องสั้น | เราต่างวิ่งอยู่ในวงกลม

เช้าวันเสาร์ (ของแมว)

คุณเชื่อไหม? กับเรื่องคนกลายเป็นหมาหรือแมวโดยไม่รู้ตัว เรื่องเหลือเชื่อแบบนี้พบได้เกลื่อนจากพล็อตชวนขำของภาพยนตร์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่แสนน่ารัก แต่เชื่อเถอะ ถ้ามันเกิดขึ้นจริงคุณจะหัวเราะไม่ออก จากผู้ชายสูงเกือบร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ที่ภาคภูมิใจในเรือนกายอันกำยำของตัวเอง ตอนนี้คุณกลับเป็นแค่แมวหน้าขนลายเสือตัวเล็กๆ ที่หวาดกลัวต่อโลกกว้างเบื้องหน้า คุณกำลังเดินด้วยเท้าทั้งสี่อยู่บนถนนสายหนึ่ง โดยไม่รู้ว่าเดินมาจากไหนและกำลังจะไปไหน สรรพสิ่งรอบกายล้วนมองแล้วคุ้นตา หากแต่ทุกอย่างดูใหญ่โตเกินตัวคุณไปหมด ฝูงมดที่รุมทึ้งศพของจิ้งจกข้างรากต้นไม้ตัวใหญ่กว่าที่คุณเคยเห็น คุณหวาดกลัวแม้กระทั่งหนูที่ผลุบโผล่ตามท่อระบายน้ำเพราะขนาดอันเบ้อเริ่มของมัน ตึกรามบ้านช่องกลายเป็นสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ ต้นไม้ริมถนนสูงเทียมฟ้า เหมือนคุณกำลังมองโลกผ่านแว่นขยายอยู่ตลอดเวลา เสียงรอบตัวดูจะดังขึ้นมากกว่าตอนที่คุณยังเป็นมนุษย์ มันจ้อกแจ้กจอแจจนคุณคิดว่าแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งเมือง ร้ายกว่านั้นโดยสันดานเดิมแล้วคุณเป็นคนเกลียดแมวเข้ากระดูกดำ!

กลิ่นต่างๆ โชยมาให้คุณได้รับรู้อยู่ไม่ขาดสาย กลิ่นกายคนปะปนกับกลิ่นที่ลอยละล่องอยู่ตามอากาศ คุณกำลังสูดกลิ่นไอแดดที่คุณไม่เคยสัมผัสหรือรับรู้มาก่อน คุณกลายเป็นแมวได้อย่างไร? นั่นเป็นคำถามที่คุณกำลังหาคำตอบ แต่เหมือนคุณกำลังพายเรืออยู่ในอ่าง ไม่มีทางออกไปสู่ท้องทะเลอันไพศาล นานเข้าคุณกลับรู้สึกเหมือนกำลังจมและดำดิ่งสู่ความมืดอันน่าสะพรึง

คุณลองทบทวนอย่างจริงจังถึงสิ่งสุดท้ายที่คุณทำ ก่อนหน้าที่คุณจะเป็นแมวในช่วงเช้าวันเสาร์ คุณทำอะไรในวันศุกร์?

เช้าวันศุกร์ (ของคน)

คุณตื่นขึ้นด้วยความกระตือรือร้น เพราะเป็นการทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์ คุณมีพลังขับเคลื่อนเต็มเปี่ยม คุณตื่นมากินอาหารเช้าง่ายๆ ขนมปังปิ้ง ไข่ดาว ไส้กรอก และน้ำส้มคั้น ทั้งหมดนี้มาจากภรรยาที่แสนดีของคุณซึ่งตื่นมาตระเตรียมให้ตั้งแต่เช้ามืด หนังสือพิมพ์สองฉบับถูกคลี่ออกพร้อมกัน คุณดูอาชญากรรมและความตายของคนผ่านหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ประเภทประชานิยม มีข่าวคนขับรถประสานงารถบรรทุกปูนจนตายคาที่ คุณไม่ใคร่ใส่ใจเท่าใดนักเพราะทุกวันล้วนมีคนตาย คุณหันไปเปิดอ่านความผันผวนของตลาดหุ้นผ่านหนังสือพิมพ์ประเภทคุณภาพ คุณออกจากบ้านตอนเจ็ดโมงห้านาที ก่อนออกไม่ลืมที่จะหันมาบอกรักภรรยาและหอมแก้มเธอหนึ่งที คุณเชื่องานวิจัยในเรื่องที่สามีหอมแก้มภรรยาก่อนออกไปทำงาน จะมีอายุยืนกว่าผู้ชายที่ไม่ได้หอมแก้มภรรยา คุณเต็มใจเชื่องานวิจัยดังกล่าว เพราะคุณอยากมีชีวิตที่ดีและยืนยาว

คุณถึงที่ทำงานแปดโมงสามสิบนาที เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนเข้างาน คุณแวะร้านกาแฟแถวออฟฟิศ สั่งคาปูชิโนดื่มหนึ่งแก้วพร้อมวาฟเฟิลหนึ่งชิ้น ยิ้มหวานให้กับพนักงานที่ชื่อ “ฝน” หล่อนยิ้มตอบอย่างน่ารัก แต่คุณไม่ได้คิดอะไรนอกจากฝึกบริหารเสน่ห์ คุณเป็นคนรักครอบครัว คุณย้ำกับตัวเองอย่างนั้น หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดดูโลกโซเชียล ไล่อ่านสถานะผู้คนที่ออนไลน์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมขนาดห้าจุดห้านิ้ว เรื่องเดิมๆ สถานะทางสังคมที่หลากหลายไหลผ่านสายตาคุณเข้าสู่สมองไม่หวาดไม่ไหว คุณเลือกที่จะใส่ใจและจดจำในบางเรื่อง และปล่อยผ่านในอีกหลายเรื่องที่คุณคิดว่ามันไร้สาระ คุณนั่งแช่อยู่ในร้านจนเหลืออีกสิบนาทีจะเก้าโมงเช้า คุณลุกขึ้นปัดเศษวาฟเฟิลที่หล่นบนเสื้อและกางเกง ขยับเน็กไทให้เข้าที่ ก่อนเดินออกจากร้านคุณหันไปยิ้มให้พนักงานที่ชื่อฝนอีกครั้ง

หล่อนยิ้มตอบ ใบหน้าเรียวขาวดูอ่อนหวาน เป็นอีกหนที่ต้องยืนยันกับตัวเองว่าคุณรักภรรยาเพียงคนเดียว

เช้าวันเสาร์ (ของแมว)

คุณหยุดคิดหาสาเหตุการเป็นแมวไว้เพียงแค่นั้น หลังรถสัญชาติญี่ปุ่นคันหนึ่งเพิ่งจะขับผ่านหน้าคุณไปในระยะกระชั้นชิด หากคุณยั้งตีนไว้ไม่ทันผู้คนคงได้เห็นโศกนาฏกรรมแมวไส้ไหลบนท้องถนนเป็นแน่ คุณเริ่มตระหนักได้อย่างหนึ่งว่า ควรจะใส่ใจกับสถานการณ์ตรงหน้าให้มากจะประเสริฐ เพราะไม่ว่าที่ผ่านมามันจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่ตอนนี้คุณได้กลายเป็นสัตว์หน้าขนเรียบร้อยโรงเรียนแมวไปแล้ว คุณหยุดการเคลื่อนไหวของตัวเองไว้ข้างแผงขายล็อตเตอรี่ใกล้ป้ายรถเมล์ คุณแลบลิ้นเลียอุ้งเท้าแล้วนำมาปาดหน้าเสริมหล่อโดยไม่ได้ตั้งใจ แวบแรกคุณทั้งแปลกและตกใจว่าร่างกายสั่งให้คุณทำอะไร กว่าคุณจะสำเหนียกว่ามันเป็นสัญชาตญาณเฉพาะตัวของแมว คุณก็เผลอทำไปแล้วหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการดมกลิ่นด้วยการยืดคออ้าปากให้กว้างแล้วสูดดมเข้าไปเต็มแรง มันให้ผลดีกว่าการใช้จมูกดมกลิ่นตามปกติ คุณเริ่มได้กลิ่นภรรยามันทำให้คุณใจชื้นขึ้น คุณใช้ความรวดเร็วของเท้าทั้งสี่ให้เป็นประโยชน์ เผ่นโผนโจนทะยานไปตามฟุตปาธ คอยหลบหลีกตัวเองให้ไกลจากสายตาของหมาจรจัดทั้งหลาย เป้าหมายตอนนี้คือการกลับไปบ้านของคุณให้เร็วที่สุด

คุณเชื่อว่าภรรยาจะช่วยคุณให้หลุดพ้นจากเรื่องบ้าๆ นี้ได้

คืนวันศุกร์ (ของคน)

ตลอดช่วงบ่ายวันศุกร์คุณง่วนกับเอกสารกองโต และโดนหัวหน้าเรียกเข้าประชุมยาวนานสามชั่วโมง งานด่วนที่เจ้านายใหญ่สั่งมาเป็นเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันนี้ คุณรู้สึกหงุดหงิดที่ต้องทำงานล่วงเวลาในคืนวันศุกร์ โทร.บอกภรรยาว่างานเข้าอาจกลับดึก ถ้าง่วงให้นอนได้เลยไม่ต้องรอ เธอบอกว่าดึกแค่ไหนก็จะรอคุณ ความซาบซึ้งเกาะแน่นบนหัวใจใหญ่เท่ากำปั้น คุณบอกรักภรรยาและขอบคุณเธอที่เข้าใจ เธอบอกรักคุณและให้คุณขับรถกลับบ้านดีๆ ไม่ต้องรีบ คุณออกจากออฟฟิศเกือบสี่ทุ่ม ขับรถมุ่งสู่ถนนใหญ่ผ่านร้านกาแฟที่เพิ่งปิดเช่นกัน คุณเห็นพนักงานชื่อฝนยืนรอรถเมล์อยู่ ขับเลยไปแล้วแต่บางอย่างสั่งให้คุณหยุดรถ มองผ่านกระจกหลังเห็นหล่อนยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ มีหล่อนคนเดียวที่เป็นผู้หญิง นอกนั้นเป็นชายวัยรุ่นสองสามคน

เป็นความห่วงใย? คุณตั้งคำถามกับตัวเอง หลังจากถอยรถไปรับพนักงานร้านกาแฟที่ชื่อฝน คุณอาสาไปส่งหล่อนที่ห้องพัก หล่อนยิ้มอย่างตื้นตัน เอ่ยปากบอกขอบคุณในน้ำใจคุณซ้ำแล้วซ้ำอีก คุณยิ้มตอบ บอกว่าไม่เป็นไร หล่อนนั่งเบาะหน้า คุณถือวิสาสะคาดเข็มขัดนิรภัยให้กับหล่อน มือคุณและมือหล่อนสัมผัสกันแบบเฉี่ยวๆ แต่แค่นั้นก็มากพอจะทำให้คุณรู้สึกหวั่นไหว คุณหายใจแรงขึ้นพร้อมๆ กับเสียงหัวใจที่เต้นดัง คุณพยายามข่มใจไม่คิดอะไร แต่มิวายลอบมองหน้าหล่อน หวิวไหวในใจเมื่อพบว่าหล่อนมองหน้าคุณอยู่ก่อนแล้ว สายตาประสานกันคุณรีบชักสายตากลับ จ้องสมาธิไปที่การขับขี่และภาพบนท้องถนน แสงไฟสีส้มตามรายทางดูอ่อนโยนละมุนละไม คุณไม่พูดอะไรกับหล่อนอีกเลยตลอดการเดินทาง

ห้องพักหมายเลขเจ็ด? คุณยืนยันจะส่งหล่อนแค่ตีนบันไดอพาร์ตเมนต์ แต่หล่อนเว้าวอนขอตอบแทนคุณด้วยน้ำดื่มหนึ่งแก้วในห้องของหล่อน คุณแข็งขืนและยืนกระต่ายขาเดียวว่าไม่ขอขึ้นห้อง แต่ไม่รู้อีท่าไหนอย่างไร คุณกลับพ่ายแพ้ให้แก่ทีท่าของหล่อนและตอบรับคำเชิญนั้น ท้ายที่สุดคุณก็เข้ามานั่งอยู่บนโซฟาสีเปลือกมังคุดในห้องพักหมายเลขเจ็ด หล่อนรินเบียร์ให้คุณดื่มหนึ่งแก้ว แรกคุณถามหาน้ำเปล่า แต่หล่อนบอกว่าเบียร์จะช่วยคืนความสดชื่นให้กับคุณได้ดีกว่า คุณดื่มอย่างไม่ค่อยสบายใจ คุณคิดถึงหน้าภรรยา นึกถึงการรอคอยของเธอ ที่ป่านนี้คงเฝ้าชะเง้อมองหาการกลับมาของคุณ คุณลุกพรวดขอตัวกลับบ้าน

หล่อนหยุดคุณด้วยอะไร? กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวแบบฟอร์มของพนักงานร้านกาแฟ ค่อยๆ ถูกปลดออกทีละเม็ด ไล่เรียงไปจนถึงชุดชั้นในก็ถูกถอดออกด้วยมือหล่อนเอง หล่อนยิ้มเอียงอายเมื่อยืนเปลือยเปล่าต่อหน้าคุณโดยไม่เหลือเสื้อผ้าสักชิ้น เผยให้เห็นสัดส่วนช่วงบนอะร้าอร่ามและช่วงล่างอล่างฉ่าง เป็นเรือนกายที่ลึกๆ ในใจคุณอยากจะเห็นมาโดยตลอด คุณตอบคำถามตัวเองไม่ได้ว่าทำไมคุณต้องแวะไปนั่งกินกาแฟที่ร้านนั้นทุกเช้าก่อนเข้างาน ทั้งที่มีร้านกาแฟอีกสองแห่งเปิดให้บริการอยู่ไม่ไกลกัน รสชาติกาแฟ? ไม่เลย คาปูชิโนของร้านนี้ไม่ได้อร่อยหรือพิเศษไปกว่าร้านอื่น ทำไมคุณต้องสนใจหล่อนตลอดเวลาที่นั่งดื่มกาแฟในร้าน คุณลอบมองการทำงานของหล่อน ดูรอยยิ้มและอ่านปากเวลาหล่อนพูดคุยหรือให้บริการลูกค้าคนอื่น คุณแอบดูช่องว่างหว่างกระดุมเสื้อของหล่อน คุณรอที่จะยิ้มให้หล่อนในทุกเช้า และระริกระรี้ยามที่หล่อนคืนยิ้มให้คุณในร่องรอยของริมฝีปากรูปกระจับ ในวินาทีนี้คุณคิดอะไรไม่ออกแม้กระทั่งหน้าของภรรยา

สติสัมปชัญญะและศีลธรรมถูกคุณเขี่ยทิ้งไว้นอกประตูห้องพักหมายเลขเจ็ด คุณโผเข้าหาหล่อนอย่างหื่นกระหาย

เช้าวันเสาร์ (ของคน)

ความผิดบาป? คุณสะดุ้งตื่น คุณหลับสนิทด้วยรสรักแรงกาม แต่ตื่นมาอย่างอ่อนเปลี้ย เพราะฝันของเมื่อคืนร้ายกาจเหมือนคุณกำลังร่วงหล่นสู่อเวจี ค่อยๆ แกะอ้อมแขนของหล่อนออกจากหน้าอกคุณ ลุกจากเตียงสวมใส่เสื้อผ้า ย่องออกจากห้องโดยไม่ทิ้งคำร่ำลาใดๆ คุณเกือบลืมสมาร์ตโฟนคู่ใจไว้บนหัวเตียงของหล่อน โชคดีที่นึกขึ้นได้คว้าฉวยมันขึ้นมาเก็บใส่กระเป๋ากางเกง คุณขับรถกลับบ้านด้วยความว้าวุ่น คิดสรรปั้นแต่งคำโกหกมากมายไว้ในหัว ยิ่งใกล้บ้าน ใจคุณยิ่งเต้นระทึก คุณไม่เคยทำอะไรแบบนี้ คุณศรัทธาในความรักที่มีต่อภรรยามาโดยตลอด นึกถึงวันแต่งงาน คนแก่คนเฒ่า พ่อเขาแม่เธอต่างอวยพร ให้ครองคู่จนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร คุณรู้สึกผิดกับภรรยาอย่างที่สุด ละอายใจในบาปที่เพิ่งทำลงไปเมื่อคืน ภรรยาคุณเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจดี คุณจะเสียเธอไปไม่ได้ คุณรู้ดีว่าไม่มีทางจะหาใครที่เหมือนเธอได้อีกแล้ว

พอถึงบ้านคุณรีบลงจากรถ พบภรรยานั่งรอคุณอยู่ก่อนแล้วในห้องรับแขก เธอตาบวมเหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ไม่ทันที่คุณจะส่งคำโกหกแรกออกจากปาก เธอก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน เธอถามว่าผู้หญิงที่ชื่อฝนเป็นใคร ใจคุณแทบหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่รอคำแก้ตัวใด เธอลุกขึ้นแล้วเดินมายื่นสมาร์ตโฟนเธอให้กับคุณ เธอบอกให้คุณดูรูปภาพในนั้น ใจคุณแหลกสลายราวกับโดนช้างเหยียบ รูปนั้นมีพนักงานร้านกาแฟที่ชื่อฝนนอนซบบนอกคุณ หล่อนยิ้มอย่างเริงรื่น นี่มันอะไรกัน? คุณปะติดปะต่อเรื่องราวอย่างรวดเร็ว หล่อนแอบถ่ายรูปตัวเองด้วยสมาร์ตโฟนของคุณ โดยอาศัยช่วงเวลาที่คุณหลับ จากนั้นส่งภาพนี้มาให้ภรรยาคุณด้วยแอพพลิเคชั่นการสนทนาออนไลน์ หล่อนเตรียมการไว้ก่อนแล้ว หล่อนต้องการอะไร? คุณมองภาพนั้นอีกครั้ง รอยยิ้มหล่อนไม่ต่างอะไรกับปีศาจในฝันร้ายเมื่อคืนของคุณ

คุณต้องระเห็จออกจากบ้านตัวเอง? ไม่ว่าคุณจะแก้ตัวอ้อนวอนขอร้องหรือแม้กระทั่งขึ้นเสียง เธอก็ไม่รับฟังอะไร เธอไล่คุณไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้ คุณออกมายืนที่หน้าบ้านตรงลานจอดรถ คุณร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บช้ำ คุณไม่เพียงแต่จะฆ่าความไว้ใจที่ภรรยาคุณมีให้ คุณยังได้ฆ่าตัวคุณเองให้ตายทั้งเป็น คุณได้แต่ก่นด่าตัวเองอย่างแค้นเคือง แวบหนึ่งคุณแค้นงานวิจัยที่ว่าหอมแก้มภรรยาทุกเช้าก่อนออกไปทำงาน จะมีอายุยืนยาวและคุณภาพชีวิตที่ดี บัดซบ! ชีวิตสมรสคุณกำลังจะพังไม่เป็นท่า และแน่นอนคุณแค้นพนักงานร้านกาแฟที่ชื่อฝน ระหว่างที่คุณตั้งใจจะกลับไปที่อพาร์ตเมนต์นั้น ฉุดกระชากหล่อนลงจากเตียงแล้วเค้นถามความต้องการที่แท้จริงของหล่อน คุณกลับพบแมวลายเสือตัวหนึ่งพยายามจะมุดลอดรั้วบ้านคุณเข้ามา มันชะงักเล็กน้อยเมื่อมองไปทางหน้าต่างของบ้าน คุณไม่รู้ว่ามันกำลังมองอะไร แต่ด้วยความที่คุณเกลียดแมวเป็นทุนเดิม บวกกับกำลังจะหาที่ระบายอารมณ์ คุณวิ่งเข้าไปเตะแมวตัวนั้นอย่างแรงเข้าที่ก้านคอ มันกระเด็นไปเกือบเมตรและแน่นิ่งอยู่ตรงรั้วบ้าน คุณแปลกใจและตกใจเมื่อพบว่ามันตายคาที่!

ไม่เห็นรถบรรทุกคันนั้นหรือ? สารภาพตามตรงว่าความโกรธมันบังตา คุณขับรถออกจากบ้านมาแบบคนไร้สติ คุณไม่สนใจแม้กระทั่งจะนำศพของแมวลายเสือตัวนั้นไปทิ้งขยะ คุณพยายามเหยียบคันเร่งด้วยโทสะและความรุ่มร้อน คุณคิดถึงแต่ความต่ำช้าของหล่อน คุณหมายจะลงทัณฑ์หล่อนให้สาสมกับที่ทำให้ชีวิตคู่ของคุณกับภรรยาต้องร้าวฉาน จนสิ่งรอบข้างหรือแม้แต่รถที่สัญจรบนท้องถนนกลายเป็นสิ่งเลือนราง คุณไม่เห็นแม้กระทั่งรถบรรทุกปูนคันหนึ่งที่เพิ่งเลี้ยวออกมาจากซอย คุณเหยียบเบรกไม่ทัน รถคุณประสานงาเข้ากับรถบรรทุกคันนั้นอย่างจัง ไม่ทันที่คุณจะได้รู้สึกเจ็บปวด

นั่นอาจเป็นโชคดีเดียวที่มีในเช้าวันเสาร์ แต่โชคร้ายคุณตายคาที่!

เช้าวันเสาร์ (ของแมว)

คุณจำทุกอย่างได้แล้วใช่ไหม? คุณหยุดเท้าทั้งสี่ลงทันทีที่ระลึกเรื่องราวทั้งหมดได้ อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงบ้านคุณแล้ว แต่คุณไม่กล้าเดินต่อ คุณยกหางม้วนขึ้นมาด้วยความตกใจ รู้สึกได้ว่าหนวดยาวบนหน้าสั่นระริก คุณเหลือบไปเห็นเงาในกระจกมองทางโค้งตรงหัวมุมซอย ยิ่งตอกย้ำให้คุณกระจ่างแก่ใจอย่างชัดเจน หน้าตาคุณในร่างแมวตอนนี้ กับหน้าตาแมวที่คุณได้เตะไปในเช้าของวัน เป็นหน้าเดียวกัน! คุณเตะแมวลายเสือตัวนั้นซึ่งก็คือตัวคุณเอง ก่อนจะขับรถออกมาชนเข้ากับรถบรรทุกปูน แล้วคุณก็ตายกลายเป็นแมวตัวที่คุณเตะมันตายคาที่! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? ในหัวคุณมีแต่เครื่องหมายคำถามและคำว่าทำไมเต็มไปหมด คุณจนปัญญาที่จะตอบทุกอย่าง อีกครั้งที่คุณนึกถึงหน้าภรรยา และคิดถึงความตั้งใจเดิมที่ว่าเธออาจเป็นคนเดียว ที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นออกจากเรื่องหรือวงจรอุบาทว์นี้ไปได้ คุณตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปพบเธอให้ได้ในร่างแมว

คุณลอบย่องด้วยตีนแมว มั่นใจว่าความเคลื่อนไหวนี้เบาและเงียบเกินใครหน้าไหนจะหยั่งรู้ คุณเห็นตัวคุณเองในร่างมนุษย์กำลังยืนหัวเสียร้องไห้อยู่ตรงลานจอดรถ คุณจำได้ว่าตอนนั้นคุณกำลังหงุดหงิดอย่างที่สุด คุณจะให้ตัวคุณในร่างคนหันมาเห็นไม่ได้ คุณพยายามลอบมุดรั้วบ้านเข้ามา แต่ระหว่างนั้นสายตาเหลือบไปเห็นภรรยาคุณ เธอกำลังยืนร้องไห้อยู่ริมหน้าต่างบานนั้น คุณชะงักและไม่ทันระวัง หลุดจากภวังค์มาอีกทีก็พบว่าคุณโดนตัวเองในร่างคนวิ่งมาเตะเข้าที่ก้านคออย่างแรง ไม่ทันที่คุณจะได้รู้สึกเจ็บปวด

นั่นอาจเป็นโชคดีเดียวที่มีในเช้าวันเสาร์ แต่โชคร้ายคุณตายคาที่!

เช้าวันศุกร์?

คุณตื่นขึ้นด้วยความกระตือรือร้น เพราะเป็นการทำงานวันสุดท้ายของสัปดาห์ คุณมีพลังขับเคลื่อนเต็มเปี่ยม คุณตื่นมากินอาหารเช้าง่ายๆ ขนมปังปิ้ง ไข่ดาว ไส้กรอก และน้ำส้มคั้น ทั้งหมดนี้มาจากภรรยาที่แสนดีของคุณซึ่งตื่นมาตระเตรียมให้ตั้งแต่เช้ามืด หนังสือพิมพ์สองฉบับถูกคลี่ออกพร้อมกัน คุณดูอาชญากรรมและความตายของคนผ่านหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ประเภทประชานิยม มีข่าวคนขับรถประสานงารถบรรทุกปูนจนตายคาที่ แรกคุณตั้งใจจะปล่อยผ่านแล้วไปเปิดดูความผันผวนของตลาดหุ้นในหนังสือพิมพ์อีกฉบับ แต่บางอย่างกระตุ้นให้คุณอ่านหัวข้อข่าวรถชนกันอย่างตั้งใจอีกครั้ง สะดุดใจเล็กน้อยที่เนื้อข่าวโปรยไว้ว่าเหตุเกิดใกล้กันกับละแวกบ้านคุณ ก่อนคุณจะเปิดหน้าหนังสือพิมพ์เพื่ออ่านข่าวนั้นแบบเต็มๆ คุณเหลือบมองหน้าภรรยาที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ เธอหันมายิ้มให้กับคุณพร้อมทั้งให้อาหารแมวลายเสือตัวหนึ่ง คุณทั้งแปลกใจและตกใจจนต้องถามขึ้น

“ที่รัก คุณไปเอาแมวตัวนั้นมาจากไหน?”

บทความก่อนหน้านี้กัปตันมาร์เวล ศิลปินแห่งชาติ และจักรวาลของนักเขียน เมื่อครั้งยุคก่อนที่เฟซบุ๊กยังไม่เข้ามา
บทความถัดไปเสียงโอดจาก ‘ริท เดอะสตาร์’ บางทีความน่าเชื่อถือก็ถูกวัดจากหน้าตา