TKTS ตั๋วบรอดเวย์โชว์นิวยอร์กแบบไม่ตามใจฉัน แต่ถูกใจกระเป๋า

อัษฎา อาทรไผท

เป็นที่ทราบกันดีว่าหากใครได้ไปเยือน นิวยอร์กซิตี้ (NYC) แล้วมีเวลาก็มักจะไปชมละครบรอดเวย์กัน ซึ่งเขามีทั้งละครเพลงและละครไม่เพลง ไปจนถึงการแสดงโชว์ต่าง ๆ ทั้งแบบโปรดักชั่นใหญ่ยักษ์ และแบบฟอร์มเล็กลงมาให้เลือกชมกันมากมาย และมีทุกประเภทเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย

ผมเองเป็นคนที่ชอบบรอดเวย์โชว์อยู่แล้ว ความประทับใจที่เคยได้ดู Cats ละครในตำนานของ Andrew Lloyd Webber มาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ ทำให้อินไปกับการได้เห็นความสามารถในการแสดงไปด้วย ร้องไปด้วยของนักแสดง เคล้าดนตรีสดแบบครบเครื่อง ในโรงละครเก่าแก่ที่ตกแต่งตระการตา พาให้ได้รับรู้ถึงความปราณีตและสุนทรีย์ของความบันเทิง แบบเดียวกับที่คนศตวรรษก่อนได้รับ ในยุคที่อย่าว่าแต่อินเตอร์เน็ตเลย ทีวีก็ยังไม่มี

สำหรับบรอดเวย์โชว์ ถ้าให้ลองเปรียบความบันเทิงเป็นซาชิมิ มันไม่มีอะไรจะสดไปกว่านี้อีกแล้ว ประหนึ่งได้ทานโอโทโร่ที่เพิ่งจับขึ้นมาจากทะเลเดี๋ยวนั้น!

ป้ายหลักที่ไทม์สแควร์หลังวันปีใหม่ ที่ดูย้อนแย้ง ว่าอยู่นิวยอร์กหรือปักกิ่ง

หากผมได้มานิวยอร์กเมื่อไหร่ ถ้ามีเวลาและโอกาส ก็ต้องหาเรื่องมาดูบรอดเวย์โชว์ทุกครั้งไป ซึ่งในครั้งนี้ก็มีเรื่องที่ตั้งใจจะมาดูอยู่ในใจ นั่นคือ MJ ละครเพลงฮิตใหม่ล่าสุด เกี่ยวกับอัตชีวประวัติของ Michael Jackson ศิลปิน King of Pop ในตำนานที่ล่วงลับไปก่อนเวลาอันควร สำหรับโชว์นี้มั่นใจได้เลยว่าดี เพราะทั้งเพลง และ ท่าเต้น เรารู้อยู่แล้วว่าผลงานของเขาอลังการงานหูและตาของผู้คนทั้งโลก กล้าเอามาเป็นบรอดเวย์โชว์ เขาไม่มีทางทำเสียของแน่ ๆ และนี่คงเป็นสาเหตุให้ราคาค่าบัตรแพงกกว่าราคาที่ควรจะเป็นไปมาก

ตามปกติราคาบัตรเริ่มต้นที่ราว 60 เหรียญสหรัฐ สำหรับที่นั่ง Mezzanine ชั้นบน และราว 100-200 เหรียญ สำหรับที่นั่ง Orchestra ชั้นล่าง แต่ช่วงที่ผมหาซื้อบัตร ที่ต้องซื้อจากผู้จำหน่ายทางออนไลน์เท่านั้น ราคาขายต่อไปขึ้นไกลถึง 300-500 เหรียญแล้ว ทำให้แม้อยากชมก็ต้องตัดใจ เอาไว้ค่อยมาใหม่เมื่อความร้อนแรงของโชว์ลดลงก็ได้ ชีวิตผมช่วง 6-7 ปีจากนี้ อย่างไรก็ต้องได้มาอีกหลายครั้ง เลยไม่ซีเรียสจนต้องหน้ามืดจ่ายเกินราคา

มีตัวแทนจากแต่ละโชว์มาเชียร์ให้ชมการแสดงของเขา

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อยืนอยู่ในมหานครนิวยอร์กแล้ว จะปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจไปทำในสิ่งที่ปกติไม่ค่อยอยากทำ นั่นคือไปต่อแถวที่ TKTS (เป็นคำย่อของคำว่า Tickets) ที่ตั้งอยู่ใจกลาง Time Square จุดที่นักท่องเที่ยวคลาคล่ำ เคล้าแสงสีเสียงของป้ายโฆษณา ขนาบด้วยรถราแน่นขนัด บีบแตรใส่กันเป็นว่าเล่นเหมือนทักทาย และถือเป็นจุดที่ครึกครื้นกันได้ทั้งวันทั้งคืนจริง ๆ

ที่นี่มีบู๊ทจำหน่ายตั๋วละครบรอดเวย์ราคาประหยัด ขายแบบวันต่อวัน ไม่ได้มีทุกเรื่อง และไม่สามารถรู้ก่อนว่าวันนั้นจะมีอะไรขาย (แต่พอเดาได้) เพราะจะมีแต่โชว์ที่ขายไม่หมด แล้วมาขายถูกแบบลด 20-70% ในช่วงเวลาสั้น ๆ ก่อนแสดง ส่วนสาเหตุที่ปกติไม่ค่อยอยากมา เพราะจะซื้อตั๋วที่นี่ ต้องต่อแถวกันยาวเหยียด เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ยอมมาเสียเวลาเป็นชั่ว ๆ ต่อแถวที่นี่เพื่อความบันเทิงราคาพิเศษ

TKTS มีทั้งหมด 10 ช่องขายตั๋ว เปิด 6-7 ช่อง ในวันเงียบ ๆ

ถ้าเกิดไม่ต้องไปไหนมาก มีเวลา และไม่คาดหวังว่าจะดูอะไร มาต่อแถวที่นี่ก็เข้าท่า ถือเป็นการต่อแถวเชิงท่องเที่ยว ดูบรรยากาศและผู้คนมากหน้าหลายตาจากทั่วโลก ที่พากันมาชุมนุมกันอยู่ที่นี่ประหนึ่งแมงเม่าบินเข้าไทม์สแควร์

ผมเองก็เคยมาต่อแถวที่นี่อยู่ร่วม 2 ชั่วโมงเมื่อหลายปีก่อนท่ามกลางความหนาวเหน็บเมื่อหลายปีก่อน ครั้งนี้ได้ฤกษ์มาต่อแถวอีกครั้ง นับเป็นความโชคดีที่แม้จะเป็นเดือนมกราคม แต่อากาศไม่หนาวมากจนเกินไป และแถวก็ไม่ยาวมาก เพียงคดเคี้ยวอยู่ 2 ทบเท่านั้น มีคนก่อนหน้าไม่ถึง 70 คน ผมแอบเดินไปดูที่ช่องขายตั๋ว เขาเปิดอยู่ถึง 6 ช่องด้วยกัน น่าจะระบายลูกค้าได้ไว

“บู๊ทขายมีหลายช่อง ทำให้คิวเคลื่อนไปได้เร็ว”

ระหว่างต่อแถวบรรดาตัวแทนจากโชว์ที่มาขายลดราคาอยู่ที่ TKTS ก็คอยเชียร์แขก ยื่นโบรชัวร์ ชวนคุยพร้อมแนะนำให้เราตัดสินใจซื้อโชว์นั้น ฟังแล้วมันดูดีไปหมดเสียทุกโชว์ น่าจะเอามาประกอบการสินใจไม่ได้ ผมแอบฟังคนที่ยืนต่อแถวอยู่ด้านหน้า เขากำลังคุยกันถึงโชว์ที่ไปดูมาเมื่อคืนก่อนอย่างออกรส ได้ใจความว่าดีมาก สนุกมาก เพลงเพราะมาก ฉากสวยมาก ผมเลยตัดสินใจที่จะตามรอยคนแปลกหน้าท่านนั้นในครั้งนี้

“นักท่องเที่ยวนั่งเล่นซึมซับแสงสีและความคุกคักที่ไทม์สแควร์”

รออยู่ราว ๆ 45 นาทีเท่านั้น ก็ถึงคิว ผมเดินไปแล้วบอกพนักงานขายว่า “Some Like It Hot หนึ่งใบครับ” พนักงานเลือกที่นั่งถัดจากหน้าเวทีไป 6 แถวให้มาเลย พร้อมส่วนลดจากราคาจริง 50% ผมบรรจงเก็บตั๋วใส่กระเป๋าตังค์ ส่วนกระเป๋าตังค์ก็รีบกระซิบบอกผมว่าถูกใจจริง ๆ งานนี้ได้ความบันเทิงเต็มที่แต่ชำระครึ่งราคา

( เสียดายพื้นที่หมดเล่าไปไม่ถึงโชว์ แต่ขอบอกว่าด้วยความประทับใจ ผมไม่ได้ไปต่อแถวแค่ครั้งเดียว ในวันถัดไปผมก็ไปต่อแถวอีกครั้งเพื่อชมโชว์อีกเรื่อง แล้วจะมาเล่าให้ฟังในตอนต่อ ๆ ไปนะครับ )