วิเคราะห์ : ฉากทัศน์ไข่โควิดแตก

การปลอดการจากโควิด ทำให้เราทั้งหลายรู้สึกดี ๆ หลายอย่าง สมัยใหม่เรียกว่ารู้สึกฟิน ก่อนนี้เรียกว่ารู้สึกเปรม ฝรั่งเรียกว่า euphoria กึ่งตื่นกึ่งฝันดี มันเป็นผสมผสานจากการหลุดพ้นจากความกดดัน หวาดระแวง ความรู้สึกเสี่ยง ไปสู่ความเป็นอิสระ จากความเหงาแยกตัวกลับสู่สังคมที่โหยหา

ในทางการเมือง เรารู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถของคนไทยที่ร่วมมือร่วมใจ อดทนทำตามคำแนะนำรัฐบาล จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เรารู้สึกพอใจกับระบบสาธารณสุขไทยที่มีผลงานการควบคุมโรค ทำให้โควิดไม่แพร่กระจาย ไม่มีผู้ป่วยหนักล้นโรงพยาบาลเมื่อเทียบกับประเทศที่รวยกว่าเราทั้งในเอเซียและตะวันตก

เรากำลังช่วยกันคิดหาหนทางทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วหน่อย มองว่ากิติศัพท์ของประเทศไทยที่ควบคุมโควิดได้ดี จะทำให้นักท่องเที่ยวมั่นใจและรีบกลับมาเที่ยวเมืองไทยทันทีที่มีโอกาส รายได้ของเราจะได้ฟื้นเสียที

แต่โควิดก็เหมือนสรรพสิ่ง คือ เป็นอนิจจัง และ เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ซึ่งเราทราบบ้างไม่ทราบบ้าง

ผมเคยบอกว่าเราไม่ใช่เก่งอย่างเดียว เราเฮงด้วย ที่อยู่ในจุดทางภูมิศาสตร์ที่ดีของกลุ่มอาเซียนตอนเหนือซึ่งโควิดสร้างบ้านไม่สำเร็จ ดูอย่างเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เขาฟิน ๆ เหมือนกัน โดยเฉพาะกัมพูชาซึ่งมั่นใจแต่ไหนแต่ไรแล้วจะรอดจากโควิดได้ตั้งแต่ยอมให้เรือสำราญนานาชาติที่ติดเชื้อโควิดขึ้นฝั่งในประเทศของตนได้ และล่าสุดบอกว่าให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้เลย เป็นอะไรจะดูแลออกค่ารักษาโควิดให้ด้วย

 

แต่เบิ่งมองกลุ่มประเทศเอเซียตะวันออกไกลห่างออกไปหน่อย ทั้งจีน ญี่ปุ่น และ เกาหลี ซึ่งระดมสรรพกำลังต้านโควิด ก็ยังทรง ๆ เต็มมือ กรุงปักกิ่งเจอเข้าไปไม่ถึงสัปดาห์เกือบร้อยราย ญี่ปุ่นก็อยู่ในสภาพไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ สิงคโปร์ก็ถอดใจว่าต้องอยู่กับโควิดไปเรื่อย ๆ รอคอยให้มีวัคซีนมาแก้ปัญหาเป็นหลัก
เราเข้าหน้าฝน หรือ วสันตฤดู แล้ว ถามว่าฝนตกจะช่วยลดโควิดไหม คำตอบจากอินเดียและบังคลาเทศบอกว่าไม่เลย จำนวนโควิดในอินเดียกำลังมาแรง เชื้อจากบังคลาเทศมุดข้ามพรมแดนเข้ามาในเมียนมาร์อย่างผิดกฎหมาย ไทยก็ยังดีที่มีเมียนมาร์เป็นประเทศกันชน หวังว่าเชื้อคงไม่ซึมผ่านเมียนมาร์และมุดผ่านเข้ามาในไทย

ในอเมริกา ทรั้มพ์ก็เคยหวังว่าฤดูร้อนจะช่วยทำให้การแพร่เชื้อน้อยลง ซึ่งก็ไม่จริงอีกเหมือนกัน เพราะนอกจากอากาศจะเริ่มร้อนแล้ว อุณหภูมิทางการเมืองสีผิวก็ร้อนแรงกว่า ส่วนหนึ่งเข้าใจว่าการออกมาเดินขบวนชุมนุมทำให้เกิดการแพร่เชื้อ แต่ในเขตชนบทของอเมริกาซึ่งไม่มีการชุมนุมก็มีโควิดมากขึ้นระลอกใหม่ด้วย ในอเมริกาใต้โควิดก็ระบาดจนรัฐบาลบอกว่าไม่ต้องนับจำนวนคนป่วยคนตายแล้วเสียเวลาเปล่า ๆ

สรุปแล้วโควิดของทั้งโลกรอบแรกยังแอ็คทีฟอยู่ ยังไม่จบรอบแรกเลยนะครับ

 

ผมอยากเปรียบเทียว่า รายงานที่เราฟังจาก ศบค. อย่างต่อเนื่องว่าเราไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศเลย เหมือนเรากำลังมีไข่โควิด

ไข่โควิดของเราที่เฝ้าทะนุถนอมมาได้หลาย ๆ วันจะแตกไหม จะแตกเมื่อไหร่ แตกแล้วเราต้องกลับไปปิดประเทศอีกไหม

ก็คงจะแตกแน่ ๆ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ที่พอจะเดาได้ คือ เราจะมีพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น หลังจากอั้นมานาน พฤติกรรมเสี่ยงที่สำคัญที่พบในเมืองพี่ยุ่นและเมืองโสม คือ ขีวิตกลางคืน และ การเสพสุราเมรัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเปิดประเทศ

สัตว์บกมีทั้งสัตว์ที่หากินกลางวันและหากินกลางคืน โดยธรรมชาติ มนุษย์เป็นสัตว์บกที่มีระบบสรีรวิทยาสำหรับหากินกลางวัน และพักผ่อนกลางคืน ระบบประสาท และฮอร์โมนของมนุษย์ทำงานตามนาฬิกาชีวิต (biological clock) กลางคืนตอนใกล้ ๆ เที่ยงคืน ฮอร์โมนหลาย ๆ ตัวจะลดลง เวลานอนหลับสนิทน้ำไขสันหลังจะไหลหมุนเวียนมากกว่าเวลาตื่นอย่างมากมาย เพื่อชำระล้างของเสียภายในสมอง (tau & amyloid proteins) อันเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมออกไป การนอนหลับมีผลต่อระบบภูมิคุ้มโดยเฉพาะระบบ cytokines ซึ่งสารแห่งการอับเสบสำคัญ cytokines พวกนี้แหละที่เป็นตัวปิดเกมส์ดับชีวิตผู้ป่วยโควิดในวาระสุดท้าย

ตอนหลับลึกความดันโลหิตจะต่ำมากจากการพักงานของหัวใจและเส้นเลือด เพื่อให้ทุกส่วนของร่างการได้พัก เด็กหลับได้ดีฮอร์โมนสำหรับการเจริญเติบโต (growth hormone) จะหลั่งออกมาเต็มที่ทำให้โตวันโตคืน ผู้ใหญ่ที่หลับได้ดีฮอร์โมนตัวนี้จะช่วยชะลอการชำรุดและความชราให้ช้าลง ไปถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากหมอเด็กและหมอเวชศาสตร์ชะลอวัยได้เลยครับ

 

แต่มนุษย์ก็ไม่พอใจกับสิ่งที่ธรรมชาติกำหนด เอาเวลาสำหรับการพักผ่อนไปทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความบันเทิง เศรษฐกิจในเมืองจำเป็นต้องมีคนทำงานกลางคืน เช่น อยู่เวรอยู่ยาม ก่อสร้างซ่อมถนน ทำความสะอาดสาธารณสถาน ดูแลผู้ป่วย ฯลฯ นอกเหนือจากความจำเป็นแล้ว กลางคืนเป็นเวลาที่มนุษย์ทั้งหลายปลดปล่อยสิ่งที่พึงละอายไม่กล้าทำในตอนกลางวันอีกหลายอย่าง เช่น ชีวิตแห่งกามสุขาลิกานุโยค การพนันขันต่อ เสพสุราเมรัย และยาเสพติด

ชีวิตในยามราตรี ดำเนินไปแบบฝืนระบบสรีรวิทยา ภูมิต้านทานก็ต้องอ่อนแอลง นาฬิกาแห่งชีวิตก็เดินไปอย่างกระท่อนกระแท่นหยุดเดินเร็วขึ้น ความไม่พร้อมทั้งหลายนำไปสู่ทั้งโรคเรื้อรัง อย่างเช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคระบบประสาท สมองเสื่อม ฯลฯ และโรคติดต่อทั้งทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร และทางระบบสืบพันธุ์

ตามประสบการณ์ของญี่ปุ่นและเกาหลีความเสี่ยงสำคัญมากที่จะทำให้ไข่โควิดแตกหลังจากที่ควบคุมโรคได้สำเร็จ คือกิจกรรมกลางคืนและชีวิตที่สำมะเลเทเมา เราจึงต้องช่วยกันระวังให้จงหนัก

แล้วไข่โควิดของเราถ้าแตกจะแตกแบบระเบิดหรือเปล่า ตามสถิติแล้วคำตอบคือน่าจะใช่ครับ ทั้งในเมืองปลาดิบและเมืองโสม เนื่องจากผู้ติดเชื้อที่ใช้ชีวิตแบบที่ว่ามักจะ “เที่ยวเทียวไป ทุกแคว้นแดนไพร” จึงแพร่เชื้อได้มาก

 

เราป้องกันพนักงานที่ทำงานบริการกลางคืนอย่างไร พวกน้อง ๆ คงไม่ได้อยากทำงานที่เสี่ยงอย่างนั้นหรอก แต่คงต้องทำเพราะเป็นการทำมาหาเลี้ยงชีพ

อันแรก คนทำงานบริการยามราตรีต้องเข้าใจความเสี่ยงเหล่านี้และต้องจัดระบบป้องกันตัวเอง
มีตัวอย่างความสำเร็จเรื่องการควบคุมการสูบบุหรี่ในผับ ซึ่งประเทศไทยทำได้ดี เพราะพนักงานและเจ้าของกิจการเข้าใจดีว่าการปล่อยให้ลูกค้าสูบบุหรี่ทำให้คนทำงานต้องได้รับภัยจากบุหรี่ไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ เมื่อร่วมกันแก้ไขเข้มงวดปฏิบัติตามกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ อากาศในผับก็สะอาดขึ้น ทั้งพนักงานและลูกค้าก็ปลอดจากภัยของยาสูบ

ณ ยามนี้เป็นช่วงการระบาดของโควิด ซึ่งมีผลร้าย ๆ กว่าบุหรี่ พนักงานที่รับเชื้ออาจจะนำเชื้อไปแพร่ต่อให้คนในบ้าน ทางสถานบริการจึงต้องช่วยกันหาทางป้องกัน ในรายละเอียดจะทำอย่างไรนั้นก็ต้องไปคิดหาวิธีกันดู

เรายังไม่เปิดประเทศนะครับ หวังว่าเชื้อยังไม่ได้เข้ามา ช่วงนี้เป็นโอกาสทอง (window opportunity) ที่จะต้องจัดระบบเตรียมสถานบริการของเราให้ปลอดภัย เมื่อเปิดประเทศเชื้อเข้ามาแล้วการแพร่จะได้ไม่รุนแรงมาก เราจะได้ไม่ต้องเคอร์ฟิวกันอีกรอบ

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้‘อียู’ เริ่มกระบวนการไต่สวน ‘แอปเปิ้ล’ อาจเข้าข่ายผูกขาดทางการค้า
บทความถัดไปสศก.เผย “โควิด-เศรษฐกิจชะลอ” สินค้าเกษตรไทยยังได้เปรียบดุลการค้าอาเซียนกว่า 3.7 หมื่นล้าน